14 กุมภาวันวาเลนไทน์! ชวนดู 5 หนังรักพังๆ รับวันแห่งความรัก

Home / bioscope / 14 กุมภาวันวาเลนไทน์! ชวนดู 5 หนังรักพังๆ รับวันแห่งความรัก

ในวันแห่งความรักเช่นนี้ ถ้าไม่รู้จะทำอะไร การดูหนังดีๆ สักเรื่องก็อาจตอบโจทย์ แต่แน่นอนว่าในฐานะวันวาเลนไทน์ หนังรักโรแมนติกคอมมิดีก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยไม่ว่าจะดูเป็นคู่หรือดูคนเดียว

แต่ถ้าหากเอียนสีชมพูหวานแหววของวันนี้ BIOSCOPE ยินดีจะสวัสดีวันวาเลนไทน์ด้วยหนังรักพังๆ 5 เรื่อง ที่ดูกับคนรักก็ได้รสหวานอมขมกลืน หรือจะดูคนเดียวประชดชีวิตก็เหมาะซะไม่มี

รักพังก็ไม่ใช่ชีวิตจะพัง มาชดเชยด้วยหนังน้ำดีกันจ้า


 

Blue Valentine (2010, กำกับ: เดเร็ค เชนแฟรนซ์, นักแสดง: ไรอัน กอสลิง, มิเชลล์ วิลเลียมส์)

เรื่องเกี่ยวกับอะไร: สองสามีภรรยาที่ชีวิตคู่เดินมาถึงทางตัน และพยายามกอบกู้วันวานอันแสนหวานกลับมาด้วยการรำลึกถึงวันเวลาดีๆ ที่เคยมีให้กันอย่างมืดบอด

ทำไมถึงควรดู: นี่อาจเป็นหนังที่ฉายให้เห็นภาพความผุพังของการใช้ชีวิตคู่ไปเรื่อยๆ ได้อย่างเห็นภาพที่สุดโดยไม่มีมือที่สามหรือคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่รักก็เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาและความเปลี่ยนแปลง แล้วอย่างนี้เราจะไปหวังหรือดี๊ด๊าอะไรในวันวาเลนไทน์อีกล่ะถ้ารักมันช่างเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืนเอาเสียเลยเช่นนี้!

 

 

Amour (2012, กำกับ: มิคาเอล ฮาเนเก, นักแสดง: ฌอง-ลูอิส ทรินทิกเนนท์, เอ็มมานูเอล ริวา)

เรื่องเกี่ยวกับอะไร: คู่รักวัยชรา ที่ฝ่ายหญิงล้มป่วยหนักจนสามี-ที่สัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะไม่พาเธอไปโรงพยาบาลที่เธอเกลียดอีก-จำต้องดูแลเธอราวกับเด็กตัวน้อยๆ ท่ามกลางความรักที่อยู่ในรูปแบบของพันธะผูกคอของทั้งคู่

ทำไมถึงควรดู: ชีวิตรักในบั้นปลายอาจไม่ใช่ความโรแมนติกแต่อย่างใด เมื่อมันมาพร้อมความจริงที่เราต้องรับให้ได้ว่า คนตรงหน้าเรา-ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีผิวพรรณผุดผ่อง ฟันเรียงตัวสวย และผมนุ่มสลวยนั้น-แท้จริงแล้วก็เหลือเพียงซากร่างให้เราประคับประคองไปจนกว่าจะหมดลมหายใจตายจากกัน เพราะคำว่าความรักที่เคยให้กันเมื่อยังหนุ่มสาวนั้นค้ำคอไว้

 

Like Crazy (2011, กำกับ: เดรค ดอร์มุส, นักแสดง: แอนตอน เยลชิน, เฟลิซิตี โจนส์)

เรื่องเกี่ยวกับอะไร: คู่รักนักศึกษาสาวชาวอังกฤษและหนุ่มอเมริกัน ที่ต้องประคับประคองชีวิตคู่แบบรักทางไกลให้ได้เพราะฝ่ายหญิงใช้ชีวิตในอเมริกาไม่ได้เนื่องจากเกินกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า แถมเธอยังได้งานที่ชอบในอังกฤษ ขณะที่แฟนหนุ่มก็ได้เป็นนักออกแบบตามที่เขาฝันไว้ในอเมริกา

ทำไมถึงควรดู: นี่คือหนังที่พิสูจน์ว่า อุปสรรคของรักนั้น นอกจากระยะทางแล้วยังมีเรื่องความฝันและการใช้ชีวิตอีก ที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่อยากทิ้งฝัน ทิ้งหน้าที่การงานอันมั่นคงของตัวเองไปอยู่แขวนอยู่กับรักใสๆ สมัยยังเด็กหรอก-ซึ่งนั่นอาจเป็นความร้าวรานของการเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่และเรียนรู้ความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง-รวมถึงเรียนรู้ที่จะยอมรับว่า รักอาจไม่มีอยู่จริงด้วยก็เป็นได้

 

Heartburn (1986, กำกับ: ไมค์ นิโคลส์, นักแสดง: แจ็ค นิโคลสัน, เมอรีล สตรีพ)

เรื่องเกี่ยวกับอะไร: ภรรยา (เมอรีล สตรีพ) ที่พบว่าสามี (แจ็ค นิโคลสัน) นอกใจไปหาหญิงอื่น แต่ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตคู่ต่อไป โดยไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่นิดว่า ริชาร์ด (เจฟฟ์ ดาเนียลส์) เพื่อนร่วมงานหนุ่มแอบหลงรักและพร้อมจะใช้ชีวิตคู่ไปกับเธอ

ทำไมถึงควรดู: นอกจากจะบอกว่า การแต่งงานก็เป็นเพียงพิธีกรรมธรรมดาที่ไม่ได้ยืนยันถึงรักแท้แต่อย่างใดแล้ว (เพราะจะก่อนแต่งหรือหลังแต่ง อีตาสามีก็ยังนอกใจอยู่ดี) แต่หนังยังบอกอีกว่า การทำตัวเป็นพ่อพระผู้แสนดีของริชาร์ด ที่หวังจะมากอบกู้ชีวิตของหญิงที่ตนแอบรักมันไม่ช่วยอะไรทั้งสิ้น คนไม่ใช่ยังไงก็คือไม่ใช่ แถมที่เศร้ากว่าคือ การต้องมาเห็นคนที่เรารัก โดนสามีนอกใจซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็ยังไม่เลือกเราอยู่ดีนี่แหละ

 

 

Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004, กำกับ: มิเชล กอนดรี, นักแสดง: จิม แคร์รี, เคท วินสเล็ต)

เรื่องเกี่ยวกับอะไร: ชายหนุ่มพบว่าแฟนสาวของเขาไปหาหมอเพื่อขอลบเขาออกจากความทรงจำของเธอ ทำให้เขาโกรธมากและตัดสินใจไปหาหมอเพื่อลบแฟนสาวออกจากความคิดเช่นกัน ติดแต่ที่ว่า ระหว่างกระบวนการลบความจำนั้น เขาดันอยากยกเลิกภารกิจขึ้นมาซะได้

ทำไมถึงควรดู: นี่คือหนังที่บอกเล่าความผุพังของชีวิตคู่ ที่ถึงถูลู่ถูกังคบกันไปทั้งที่ต่างฝ่ายต่างเจ็บก็ไม่ช่วยอะไร และอาจจะดีกว่าหากลบอีกฝ่ายออกจากความทรงจำเสียได้ และแม้รักแท้จะมีอยู่จริงบนโลก แต่ก็ทำใจยอมรับซะว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน-รวมถึงเราด้วย (/ยักไหล่)

 

………….

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

cover-bio-2017