แทแรนติโน, จิม จาร์มูช และ หว่อง กา ไว 3 ผู้กำกับระดับโลก ที่ได้รับอิทธิพลทำหนังจาก เซย์จุน ซูซึกิ

Home / bioscope / แทแรนติโน, จิม จาร์มูช และ หว่อง กา ไว 3 ผู้กำกับระดับโลก ที่ได้รับอิทธิพลทำหนังจาก เซย์จุน ซูซึกิ

เซย์จุน ซูซึกิ ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังด้านการทำหนัง ที่นำศิลปะแบบป๊อป อาร์ต มาผสมกับฉากต่อสู้ของยากูซ่า ขับเน้นหนังให้เข้มข้นด้วยภาพและโทนสีฉูดฉาด จนทำให้หนังยากูซ่าเรื่อง Tokyo Drifter (1966) และ Branded to Kill (1967) ดังสุดขีดจนกลายเป็นต้นธารของแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ต่อๆ มา

ในวาระที่ซูซึกิเสียชีวิตด้วยวัย 93 ปีด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง BIOSCOPE จึงพาย้อนกลับไปชมว่า ผลงานของเขานั้นสร้างแรงบันดาลใจใดให้ผู้กำกับระดับโลกในยุคใหม่บ้าง


เควนติน แทแรนติโน – Kill Bill: Vol. 2 (2004)

Kill Bill ของทาแรนติโนขึ้นชื่อว่าเป็นหนังแปลกใหม่ในโลกฮอลลีวูดเวลานั้น ด้วยหนังที่พูดถึงยากูซ่าใช้สีสันฉูดฉาด และฉากการต่อสู้สุดดิบ ซึ่งแทแรนติโนกล่าวว่า บางฉากบางตอนในหนังของเขานั้น ได้รับอิทธิพลมาจากหนังของซูซึกิอย่างมาก

“ตัวหนังของซูซึกิไม่ได้ส่งอิทธิพลต่อผมตลอดทั้งเรื่องขนาดนั้น แต่บางฉากและความตั้งใจของเขาที่จะทดลองทำภาพให้ออกมาเจ๋ง ทำให้เราหลงใหลไปกับมันแบบนั้นต่างหากที่ส่งแรงบันดาลใจให้ผม”

“เหมือนเวลาเราพูดถึงซูซึกิ เราก็มักนึกถึงฉากการต่อสู้ของคาบูกิที่เป็นภาพเอาดำซิลลูเอทมากกว่าใช่ไหมล่ะ สำหรับผมแล้ว ฉากเหล่านี้ตรึงอยู่ในหัวของผมมากๆ เลย เหมือนใน Volume 2 ที่ เดอะไบรด์ ฝึกวิชากับปรมาจารย์ ไป่ เม่ย ที่ก็เป็นภาพซิลลูเอทเหมือนกัน”

จิม จาร์มูช-Ghost Dog: The Way of the Samurai (1999)

จาร์มูชได้ชื่อเป็นผู้กำกับที่ผสมผสานผรัชญาตะวันตกกับปรัชญาตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างละเมียดในหนังหลายๆ เรื่อง รวมถึง Ghost Dog: The Way of the Samurai-ว่าด้วยเรื่องมาเฟียหนุ่มที่ต้องเอาชีวิตรอดจากแก๊งซามูไรที่หมายเอาชีวิตเขา-ก็เช่นกัน

ตัวหนังได้รับอิทธิพลมาจาก Branded to Kill ของซูซิกิอย่างมากในหลายฉากหลาย “ผมว่าการแสดงออกในเรื่องพวกนี้-ไม่ว่าจะในรูปแบบใด-ก็เหมือนคลื่นลมในมหาสมุทร มันเหลื่อมซ้อนกันเสมอ ผมไม่เชื่อในเรื่องความเป็นต้นฉบับดั้งเดิมอะไรแบบนั้นเพราะมันเต็มไปด้วยข้อจำกัด”

(อย่างไรก็ตาม จาร์มูชมีโอกาสได้ฉายหนังเรื่องนี้ให้ซูซึกิดู “ซูซึกิชอบหนังมากเลย แม้เขาจะบอกผมว่า เซ้นส์ความรู้สึกในหนังของผมต่างจากของเขามากทีเดียวก็ตามที โดยเฉพาะในแง่ความรู้สึกตึงเครียดน่ะ”)

 

หว่อง กา ไว – In the Mood for Love (2000)

แม้ไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ตรงๆ ว่าเขาได้รับอิทธิพลมาจากหนังของซูซึกิ แต่ใน In the Mood for Love เรื่องราวความรักของชายหญิงคู่หนึ่งภายใต้ฉากหลังของฮ่องกงยุค 1962

แม้หนังจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องถึงยากูซ่าหรือความรุนแรงใดๆ แต่หว่องก็หยิบยืมดนตรีประกอบ Yumeji’s Theme จาก Yujemi (1991) Yumeji (1991) หนังที่พูดถึงศิลปินหนุ่มตกหลุมรักแม่ม่ายสาวของซูซึกิ โดยได้ ชิเงรุ อุเมะบายาชิ มาทำธีมเพลงให้ และขับส่งอารมณ์หนุ่มสาวผู้เปลี่ยวเหงาและแปลกแยกในหนังให้เด่นชัดมาขึ้นทุกขณะที่เพลงบรรเลง

………….

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine