(World Cinema) Devil’s Freedom (2017) : ปากคำและเรื่องเล่าของเหล่าอาชญากร

Home / bioscope / (World Cinema) Devil’s Freedom (2017) : ปากคำและเรื่องเล่าของเหล่าอาชญากร

ถ้าในปี 2015 เรามีสารคดีเดือดๆ อย่าง Cartel Land (แม็ตธิว ไฮเนแมน) พาฝ่าดงกระสุนไปค้นหาต้นตอของปัญหาการค้ายาในเม็กซิโก, ปี 2016 มี Tempestad (ทาเทียนา ฮูเอโซ) บอกเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์ในแดนจังโก และในปี 2017 นี้ เราก็มี La libertad del Diablo หรือ Devil’s Freedom ของผู้กำกับ เอเวอร์ราโด กอนซาเลซ ที่พาเราไปสำรวจปัญหาความรุนแรงที่ฝังรากลึกอยู่ในดินแดนแห่งนี้!

ดูเหมือนในฐานะชาวเม็กซิกัน กอนซาเลซเองเข้าใจว่าความรุนแรงนั้นเป็นอีกปมปัญหาหนึ่งที่อยู่คู่ในแผ่นดินบ้านเกิดเขามาอย่างยาวนาน และนั่นทำให้ Devil’s Freedom หนังสารคดีเรื่องยาวลำดับที่ 7 ของเขา มุ่งมั่นที่จะสัมภาษณ์อาชญากรและเหยื่อของความรุนแรงเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมา ผ่านท่าทีที่ชวนหดหู่ ในแสงหม่นมัวและเครื่องแต่งกายชวนขนหัวลุกจนดูเหนือจริงของผู้ให้สัมภาษณ์

“ผมว่าความกลัวเป็นหัวใจหลักของสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ ในยุคหลังสงคราม (สงครามยาเสพติด) นี่คงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ผมจะตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต และมันส่งผลอะไรกับจิตใจคนบ้าง” กอนซาเลซอธิบาย “ผมว่าทุกสิ่งมันเริ่มขึ้นในปี 2012 นั่นแหละ มีคนโดนดำเนินคดีเรื่องความรุนแรงมากมาย ผมอยากรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นก็เท่านั้น”

แน่นอนว่าหลายคนที่กอนซาเลซสัมภาษณ์ยังคงอยู่ในระหว่างหลบหนีการดำเนินคดี รวมถึงมีเหยื่อที่ถูกหมายหัวอยู่ ทำให้ทั้งหมดต้องใส่หน้ากากเพื่อปิดบังตัวตนระหว่างการให้สัมภาษณ์อย่างเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ว่าจะนายทหาร (ผู้หวาดหวั่นว่านายของเขาจะส่งเขาไปให้แก๊งค้ายาจัดการ), เจ้าหน้าที่ตำรวจ (ซึ่งดูจะมีส่วนรู้เห็นกับคดีลักพาตัวเด็ก) หรือมือสังหาร (ที่ออกตัวว่า ไม่รู้สึกอะไรเลยหลังฆ่าคน) ซึ่งกอนซาเลซขับบรรยากาศให้น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการใช้แสงหม่นมัวและบรรยากาศความหดหู่ที่ปรากฏในหนัง

หนัง Devil’s Freedom กวาดคำชมกราวใหญ่ในรอบฉายปฐมทัศน์ที่งานเทศกาลหนังต่างๆ ค่าที่ว่า ไม่เพียงแต่การใส่หน้ากากจะทำให้ผู้คนที่ปรากฏบนจอดูน่าขนลุกมากพอกับเรื่องราวที่ออกจากปากของพวกเขาเท่านั้น แต่มันยังทำให้ทุกคนดูเหมือนกันและเท่าเทียมกันในทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนจากแก๊งค้ายาชายขอบ

กอนซาเลซเลือกบอกเล่าความเห็นของผู้ที่ถูกแปะป้ายว่าเป็นอาชญากรที่โดนกองทัพตามตัวอยู่ หลายคนยังหลบซ่อนอยู่ในแผ่นดิน ขณะที่บางคนหนีออกนอกประเทศไปได้ “มันสำคัญมากนะครับที่จะฟังในสิ่งที่เหล่าอาชญากรพูด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครได้ถามอะไรเขา ฉะนั้น สำหรับผมแล้ว พวกเขาควรได้มีปากเสียงบ้าง อย่างน้อยที่สุดก็ได้แสดงความเห็น”

“ที่สุดแล้วนะ ผมทำหนังก็เพื่ออยากให้เราได้ตระหนักร่วมกันว่า พวกเราต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของความรุนแรงเหล่านี้ด้วยกันทั้งนั้น”

เอเวอร์ราโด กอนซาเลซ
เกียรติคุณ

ชิงสารคดียอดเยี่ยม รางวัล Glasshütte จากเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลิน
ชิงหนังนานาชาติยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนัง DocAviv
ชนะรางวัล MEZCAL รางวัลหนังสารคดียอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังนานาชาติกวาดาลาฮารา

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine