คำขอบคุณจากผู้กำกับ ‘500,000 ปี’ หลังคว้ารางวัลสำคัญจากเทศกาลหนังสั้นสุดเก่าแก่ในเยอรมัน

Home / bioscope, หนังไทย / คำขอบคุณจากผู้กำกับ ‘500,000 ปี’ หลังคว้ารางวัลสำคัญจากเทศกาลหนังสั้นสุดเก่าแก่ในเยอรมัน

หลังจากได้รับเลือกฉายในสายประกวดรองของเทศกาลหนังนานาชาติเวนิซ 2016 และเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯครั้งที่ 14 ที่บ้านเราเมื่อต้นปีที่ผ่าน ‘500,000 ปี’ ผลงานหนังสั้นของ ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ (Chai Siris) ยังคงเดินทางตอไปในระดับนานาชาติ โดยล่าสุดไปคว้ารางวัล Principal Prize หรือรางวัลอันดับสองในสายประหลักของเทศกาลภาพยนตร์สั้นนานาชาติแห่งโอเบอร์เฮาเซิน 2017 เทศกาลหนังสั้นสำคัญอันเก่าแก่ในประเทศเยอรมัน พร้อมรับเงินรางวัล 4,000 ยูโร โดยทางเทศกาลได้จำกัดความถึงหนังว่า “นี่คือหนังการเมืองที่ขบคิดดำดิ่งไปสู่การสำรวจ ‘ความทรงจำ’ ผ่านสิ่งที่ก่อร่างสร้างประวัติศาสตร์ของมนุษย์, จิตวิญญาณ, อนุสรณ์สถาน, ภาพยนตร์ และ ความรุนแรง ขึ้นมา”

โดยชัยศิริ ที่แม้จะไม่ได้ร่วมเดินทางไปยังเทศกาลดังกล่าวด้วย เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงเตรียมโปรเจ็กต์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทย-เมียนมาร์ แต่ก็ได้เขียนคำขอบคุณถึงเทศกาลว่า รู้สึกเซอร์ไพรซ์และยินดีอย่างมากกับรางวัลที่ได้ เพราะ ‘500,000 ปี’ เปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำที่ตนเองมีต่อการชมหนังกลางแปลงในวัยเยาว์ และมีอิทธิพลต่อการทำงานศิลปะและภาพยนตร์จนถึงวันนี้

“ผมเติบโตมาในเมืองเล็กๆ ที่ไม่โรงหนัง ดังนั้นความทรงจำที่ผมมีเกี่ยวกับภาพยนตร์ คือการชมหนังกลางแปลงในฤดูหนาว ผมยังจดจำความตื่นกลัวจากหนังสยองขวัญไทยเก่าๆ ท่ามกลางจิ้งหรีดและสัตว์ในยามราตรี หลายปีต่อมา หนังกลางแปลงค่อยเสื่อมความนิยมเมื่อโรงหนังมัลติเพล็กซ์และดีวีดีมาถึง จนถึงตอนนี้หนังกลางแปลงถูกฉายด้วยวิตถุประสงค์เพื่อบูชาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนังกลางแปลงก็เหมือนหลายๆ อย่างในประเทศไทยที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อผู้คน แต่กลับถูกคิดค้นเพื่อสิ่งที่เรามองไม่เห็นอย่างเช่นผีสางเทวดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ไม่มีเสรีภาพภายใต้เผด็จการทหารเช่นนี้”

นอกจากนี้ชัยศิริยังกล่าวขอบคุณทีมงานผู้เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ และคุณลุงมนตรี เรือนเงิน นักแสดงนำผู้เป็นเจ้าของเครื่องฉายหนังกลางแปลงและฟิล์มภาพยนตร์ ‘อสูรกาย’ (1991) ที่ฉายในเรื่อง ไปจนถึงตัว ทรนง ศรีเชื้อ ผู้กำกับหนังเรื่องดังกล่าวที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในหนังสั้นเรื่องนี้ด้วย

อ่านคำแถลงของ ชัยศิริ จิวะรังสรรค์
ถึงรางวัลจาก เทศกาลภาพยนตร์สั้นนานาชาติแห่งโอเบอร์เฮาเซิน 2017

Good evening from Chiang Mai. This is really a big surprise to

me. I never thought that my childhood memory would bring me this prestigious prize. Thanks so much the jury members and Oberhausen Film Festival.

I grew up in a small town with no cinema theater so my memory about movies were from the outdoor cinemas that were screened at the field in winter. I remember the screams from old Thai horror films, along with the crickets and other nocturnal animals. Many years later the outdoor cinemas were gone when the multiplexes and DVDs arrived. Now the outdoor cinema is only projected for ritual purposes, for the spirits. It is like many things in thailand that were created not for the people but were reserved for the untouchable ghosts and gods, especially in this time when we have no freedom under the military dictatorship.

I’m sorry that i cannot join you tonight. This award is very meaningful to me. It will help me pursue my next project about Thailand and Burma’s border. I would like to thank you my crew members to make this film possible, to Mr. Montri who is the projectionist in the film, who inspired me with his belief in
film, to Toranong Srichua, the master Thai filmmaker that always give me inspiration since I was young, to Paolo Bertolin who has been a great supporter, to White Light Post, and to Donsaron for all your helps and for being there in Oberhausen. Lastly, my gratitude to Benedict Anderson and Apichatpong Weerasethakul.

Thanks very much.
Chai Siris


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine