10 ภาษาหนังสุด ‘ปัง’ ที่สร้างแรงกระเพื่อมในโลกภาพยนตร์

Home / bioscope / 10 ภาษาหนังสุด ‘ปัง’ ที่สร้างแรงกระเพื่อมในโลกภาพยนตร์

ภาษาภาพยนตร์ (Cinema language) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สื่อภาพยนตร์สามารถ ‘เล่าเรื่อง’ ได้อย่างทรงอานุภาพ และมีภาษาภาพยนตร์อยู่บางส่วนที่อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นธารของ ‘จุดเปลี่ยน’ ที่น่าสนใจยิ่งสำหรับวิวัฒนาการนานนับศตวรรษของภาพยนตร์ที่เราเห็นกันจนชินตา

และนี่คือภาษาหนังสุดเปรี้ยงปังบางส่วนจากบรรดาคนทำหนังรุ่นเก่าๆ ที่แรงกระเพื่อมของพวกมันยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบันท่ามกลางกระแสธารของโลกภาพยนตร์อันไพศาล

 

Mise-en-scene

คืออะไร : มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘การจัดวางในฉาก’ซึ่งในที่นี้หมายถึงการจัดวางองค์ประกอบภาพ -ผ่านงานภาพและงานกำกับศิลป์- เพื่อสื่ออารมณ์และความหมายที่ซุกซ่อนอยู่

หนังคลาสสิกเรื่องไหนหยิบมาใช้แล้ว ‘ปัง’ : The Cabinet of Dr.Caligari (1920, โรเบิร์ต วีเนอ) เล่าเรื่องของผู้นำทหารเยอรมันที่สามารถควบคุมคนที่หลับไหลให้ออกไปก่ออาชญากรรมได้ มีความโดดเด่นในด้านงานภาพและงานกำกับศิลป์ที่ดูราวกับภาพวาด เลือกใช้ Mise-en-scene สะท้อนบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจและเสียดสีความโหดร้ายของสังคมเผด็จการ

สำคัญยังไง : ส่งผลให้การออกแบบเรื่องเล่าผ่าน ‘องค์ประกอบภาพ’ มีความสำคัญมากขึ้น

Fast Motion / Slow Motion

คืออะไร : เทคนิคพิเศษด้านภาพที่เป็นการลด/เพิ่มการแสดงเฟรมภาพต่อวินาทีเพื่อปรับ ‘ความเร็ว’ ของภาพเคลื่อนไหวนั้นๆ ให้ ‘เร็วขึ้น’ หรือ ‘ช้าลง’ ซึ่งช่วยสร้างอารมณ์และสื่อความหมายใหม่ๆ

หนังคลาสสิกเรื่องไหนหยิบมาใช้แล้ว ‘ปัง’ : Man with a Movie Camera (1929, ซิกา เวียร์ทอฟ) จับภาพผู้คนในโซเวียตขณะทำงานและใช้ชีวิตประจำวันตั้งแต่รุ่งสางไปจนกระทั่งพลบค่ำ การใช้เทคนิคดังกล่าวสามารถสื่อถึงชีวิตที่เร่งรีบแต่ยังรื่นรมย์ไหวของคนในสังคมยุคใหม่ได้อย่างสดใหม่และกล้าหาญ

สำคัญยังไง : สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกใช้เทคนิคนี้ภายใต้บริบทที่เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนอารมณ์/มุมมองที่เรามีต่อภาพนั้นๆ ไปได้โดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ มันยังกลายมาเป็นเทคนิคที่แพร่หลายอย่างมากสำหรับงานเล่าเรื่องทางโทรทัศน์ รวมถึงมิวสิกวิดีโอที่ต้องการความหวือหวาแปลกใหม่อีกด้วย

Long Take

คืออะไร : เทคนิคด้านภาพที่เกิดจากการบันทึกภาพเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องยาวนาน -จนขยายกลายเป็นฉาก, ซีเควนซ์หรือหนังทั้งเรื่อง-โดยปราศจากการตัดต่อ

หนังคลาสสิกเรื่องไหนหยิบมาใช้แล้ว ‘ปัง’ : Rope (1948, อัลเฟร็ด ฮิตช์ค็อค) สองหนุ่มลักลอบฆ่าเพื่อนนักกีฬาของตนด้วยวิธีการอันแยบยลภายในอพาร์ตเมนต์และเชื่อมั่นว่าจะไม่มีทางถูกจับได้ ถ่ายทำโดยการใช้ลองเทคหลายๆ ช็อตมาเชื่อมต่อกันจนดูคล้ายกับเป็นการถ่ายทำทั้งเรื่องแบบเทคเดียวจบ

สำคัญยังไง : ในยุคที่หนังยังถูกถ่ายทำด้วยม้วนฟิล์ม การใช้ลองเทคถือเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของผู้กำกับและทีมงานมาก เพราะต้องมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีให้สอดรับกับความยาวของฟิล์มแต่ละม้วน

ตามอ่านอีก 7 ภาษาหนังสุดปังได้ใน BIOSCOPE ฉบับที่ 179 ได้นะจ๊ะ หรือกดสั่งซื้อได้เลยที่ mbookstore จ้า


ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine