Okja การมา ‘คานส์’ ครั้งแรกของ Netflix และรอบปฐมทัศน์ที่เต็มไปด้วยดราม่า

Home / bioscope / Okja การมา ‘คานส์’ ครั้งแรกของ Netflix และรอบปฐมทัศน์ที่เต็มไปด้วยดราม่า

นับจากการผลักดันให้ The White Helmets (2017, Orlando von Einsiedel) สารคดียาว 40 นาที ว่าด้วยกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยในสงครามซีเรีย คว้ารางวัลออสการ์สาขาสารคดีสั้นมาได้สำเร็จ ก้าวแรกในความสำเร็จบนเวทีประกาศผลรางวัลทางภาพยนตร์ (ถ้าไม่นับบรรดาซีรีส์ที่กวาดมาแล้วแทบทุกเวทีสำคัญ) ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทีวีเจ้าใหญ่อย่าง Netflix ต่อเนื่องมาจนถึงการได้รับเลือกเข้าร่วมสายประกวดหลักของเทศกาลหนังสำคัญอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง เทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์ ประจำปี 2017 ของ Okja โดย ผกก.บองจุนโฮ และผลงานล่าสุดของ โนอา บอมบัค อย่าง The Meyerowitz Stories สองภาพยนตร์ที่ค่ายซื้อมาเพื่อจัดฉายในช่องทางออนไลน์ของตนเอง แต่ในทางกลับกันบรรดาผู้คนในวงการหนังทั่วโลกก็เกิดความสงสัยเช่นกันว่า “หนังที่ไม่ได้เข้าฉายโรงหนัง จะเข้าข่ายภาพยนตร์ที่สามารถเข้าร่วมในเวทีการประกวดภาพยนตร์ต่างๆ ได้จริงหรือ”

เวทีประกวดภาพยนตร์=เวทีสำหรับหนังที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ภาพยนตร์จากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทีวีเข้าสายประกวดในเทศกาลนี้ ตัวอย่างเช่น The Neon Demon (2016, นิโคลัส วินดิง เรเฟน) ที่ปะหัวด้วยโลโก้ของ Amazon Studios เจ้าของ Amazon Video ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งแบบเดียวกับ Netflix และอีกหลายๆ เจ้า ก็ได้เข้าร่วมประกวดในสายหลักของคานส์เมื่อปีที่แล้ว แต่ประเด็นคือหนังเรื่องนี้ก็ยังถูกจัดจำหน่ายเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไปเช่นกัน

หรือแม้แต่มินิซีรีส์สารคดี 5 ตอนจบอย่าง O.J.: Made in America (2016, เอซรา เอเดลแมน) ที่ถูกฉายในสถานีกีฬา pay-per-view ชื่อดังอย่าง ESPN ก็ยังได้เข้าชิงออสการ์สาขาหนังสารคดีและคว้ารางวัลมาได้ เพราะสารคดีเรื่องนี้เคยถูกนำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เป็นช่วงสั้นๆ (หลังจากไปเปิดตัวในเทศกาลซันแดนซ์และอื่นๆ) จึงเข้าข่ายกฏข้อสำคัญของเวทีออสการ์ที่ว่า “ต้องผ่านการจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์” มาแล้ว

ดังนั้นกรณีของ Okja และ The Meyerowitz Stories จึงเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญของวงการหนัง ในเมื่อ Netflix เองไม่ได้มีแผนจะนำภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องเข้าฉายในโรงหนังทั่วไปอยู่แล้ว การได้รับเชิญเข้าร่วมประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ ก็คล้ายๆ กับการ “ถูกหวย” ก็ว่าได้ เพราะยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของตัวหนังและทำให้ได้รับการสนใจในวงกว้างมากยิ่งขึ้นแบบไม่ต้องเหนื่อยอะไรเลย

โนอา บอมบัค (ซ้าย) ในกองถ่าย The Meyerowitz Stories

ทางเทศกาลหนังเมืองคานส์เองก็ถูกตั้งคำถามตั้งแต่วันแรกที่ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่เข้าสายประกวดต่างๆ แล้วว่า หนังสองเรื่องนี้สามารถเข้าประกวดได้จริงหรือไม่ ไปจนถึงการถูก France’s exhibitors’ association (สมาคมผู้จัดนิทรรศการของฝรั่งเศส) ท้วงติงเพราะว่าตัวหนังไม่ได้มีแผนจะจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์ของฝรั่งเศสเอง ทางคานส์เองก็สอบถามไปทาง Netflix แล้วแต่ก็ไม่ได้มีคำมั่นสัญญาใดๆ กลับมาเช่นกัน จนกลายเป็นข่าวลือหนาหูว่าทางเทศกาลอาจจะนำหนังสองเรื่องออกจากสายประกวดก่อนเริ่มงานเพียงไม่กี่วัน แม้ในที่สุด Netflix จะยอมนำ Okja เข้าฉายในเกาหลีใต้, อังกฤษ และอเมริกา แต่กระนั้น เทศกาลฯ ก็ตัดสินใจ “ปรับกฏ” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อตัดปัญหาที่จะตามมาในอนาคต ด้วยการระบุว่า “หนังทุกเรื่องที่ประกวดในคานส์จะต้องมีการจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์ของฝรั่งเศสด้วย” โดยเริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

หากจะถามว่า Netflix ผิดไหมที่จะไม่นำหนังอย่าง Okja เข้าฉายตามโรงปรกติทั่วไป แน่นอนว่าไม่ผิด เพราะค่ายเองก็ไม่ต่างจากค่ายหนังทั่วไปที่มีการซื้อภาพยนตร์และผลิตภาพยนตร์เพื่อออกฉายให้ผู้ชม เพียงแต่ “โรงภาพยนตร์” ของ Netflix ไม่ได้ตั้งอยู่ทั่วไป แต่ก็คือบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เข้าถึงเครือข่ายทั่วโลกต่างหาก เพื่อให้คอนเท็นต์เหล่านี้มีความพิเศษหาดูได้ที่เดียวเท่านั้น จึงเป็นเพียงการรักษาผลประโยชน์ตามกลยุทธ์ของค่าย (แน่นอนว่า เป็นคนละประเด็นกับ เรื่องของ “หนัง” จะเปล่งประกายคุณค่ามากที่สุดก็ต่อเมื่อชมในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ที่ถกเถียงให้ตายก็ไม่มีวันจบสิ้น)

นับตั้งแต่ Netflix ประกาศขยายการให้บริการไปทั่วโลก (ยกเว้น จีน, เกาหลีเหนือ, ซีเรีย และ คาบสมุทรไครเมีย) ในปี 2016 ก่อนจะมีผู้ใช้บริการครบ 100 ล้านยูสเซอร์ในปีนี้ การเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของวงการหนังที่ผู้คนยอมรับและคุ้นเคยในการชมภาพยนตร์จากช่องทางอื่นๆ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คงหนีไม่พ้นก็คือโรงภาพยนตร์ทั่วโลกนั่นเอง

เสียงโห่โลโก้ Netflix และการฉายที่ผิดพลาดในรอบปฐมทัศน์ของ Okja

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้ชมได้ดูตอนต้นของหนังถึงสองรอบ” บองจุนโฮ ผู้กำกับของ Okja ตอบคำถามสื่ออย่างอารมณ์ดีหลังจากรอบปฐมทัศน์ของหนังในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) ที่แม้จะเกิดปัญหาการฉายที่ผิดสัดส่วนจอ จนต้องทำให้ระงับการฉายและเริ่มต้นไปอีกครั้งหลังจากผ่านไปราว 10 นาที (ก่อนที่ทางเทศกาลจะออกมายืนยันถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นผ่านแถลงการณ์อย่างเร่งด่วน) หากกระแสตอบรับและคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นของหนังค่อนข้างไปในทางบวกอย่างน่าพอใจ

Okja ว่าด้วยเรื่องราวของ มิจา (อันโซฮยอน) เด็กหญิงวัย 13 ปีที่ต้องออกจากหุบเขาไกลโพ้นในเกาหลีมายังนิวยอร์ค เพื่อตามหา อ๊คจา เจ้าหมูประหลาดร่างยักษ์เพื่อนซี้ของเธอที่ถูกจับตัวไปโดยบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ไร้หัวใจ ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารชิ้นใหม่ของตน ก่อนที่มิจา จะได้รับความช่วยเหลือจากแอคทิวิสต์เรียกร้องสิทธิสัตว์

The Guardian กล่าวถึงหนังว่า มีส่วนผสมจากวรรณกรรม โรอัลด์ ดาห์ล, หนังไซ-ไฟแฟนตาซีสุดคลาสสิคอย่าง E.T. the Extra-Terrestrial (1982) ของ สตีเวน สปิลเบิร์ก และหนังสือของ ดูดี้ สมิธ ผู้เขียน 101 Dalmatians ขณะที่ variety.com ก็กล่างถึงพาร์ทโลกธรรมชาติสุดงดงามในหุบเขาเกาหลี ที่ทำให้นึกถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสัตว์ประหลาดใน Pete’s Dragon (2016, เดวิด โลเวอรี่) และ My Neighbor Totoro (1988) ของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ทั้งหมดอาจพอจะให้ภาพได้ว่า Okja เป็นหนังแนวผจญภัยส่วนผสมประหลาด ทั้งมีกลิ่นอายของวรรณกรรมเยาวชน ไปจนถึงส่วนผสมของหนังบล็อกบัสเตอร์และหนังอาร์ตเฮาส์ ที่ไม่ทิ้งประเด็นทางสังคมซึ่งตัวบองจุนโฮตั้งใจเสียดสีทุนนิยมอย่างเด่นชัด

โดย Okja ได้เรตติ้งเฉลี่ยจากนักวิจารณ์ 47 คน ถึง 7.09 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงใช้ได้แต่ก็ยังวัดอะไรไม่ได้มากนัก เนื่องจากเป็นหนังในสายประกวดหลักเรื่องๆ แรกที่ได้ฉายอย่างเป็นทางการ กระนั้น เปโดร อัลมาโดวาร์ ที่ก่อนหน้าในการแถลงข่าวเปิดตัวขณะกรรมการตัดสินจะออกมาประกาศว่า จะไม่มอบรางวัลปาล์มทองให้กับหนังของ Netflix ทั้งสองเรื่องเด็ดขาด ก็เหมือนจะสงวนท่าทีลงมาบ้างผ่านรายงานของ filmcomment.com ที่อัลมาโดวาร์พยายามบอกถึงสาเหตุที่เขาเชื่อว่า “มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ถ้าหนังชนะปาล์มทอง จะไม่ได้ฉายในโรงหนังจริงๆ ?”

เรียบเรียงโดย – ชลนที พิมพ์นาม
ติดตามสกู๊ปพิเศษส่งตรงจากคานส์ 2017
(Cannes Exclusive 2017 : วันที่ 1) วันแรกจากคานส์ และหนังเปิดเทศกาลสุดเฮี้ยน Ismael’s Ghosts

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่
facebook : BIOSCOPE Magazine