จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ “แก๊งปรี๊ด จะReadใจเธอ”

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ “แก๊งปรี๊ด จะReadใจเธอ”

อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล

อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล กับงานกำกับหนังใหญ่เรื่องแรก “แก๊งปรี๊ด จะReadใจเธอ” พูดคุยถึงผลงานหนังของตน ชิ้นที่จะถูกเผยแพร่ออกสู่วงกว้างมากที่สุด รวมไปถึงความประทับใจกับผลงานชิ้นนี้ มาดูกันเลยครับ

แก๊งปรี๊ด จะรี๊ดใจเธอ

จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์
เริ่มต้นหลังจากการที่พวกเราเรียนจบกันมาได้สักพัก ก็รู้สึกคิดถึงการทำหนัง และอยากจะกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง คือผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีคือ การที่ไม่มีอะไรจะเสียเป็นช่วงเวลาที่มีไฟในการทำงานและความคิดมันเยอะที่สุดแล้ว ผมก็เลยลองเล่าพล็อตเรื่องให้เพื่อนที่เป็นนายทุนฟัง ก็ดู ๆ เหมือนเพื่อนจะชอบ แต่ไม่รู้ว่าชอบจริงหรือชอบเล่นๆ (อารมณ์ประมาณว่าถ้าบทเขียนเสร็จเมื่อไหร่พวกเราก็จะเปิดออฟฟิศแล้วทำกันเลยนะ)จากนั้นผมก็เลยเริ่มเขียนบทแบบเอาจริงเอาจัง ตอนนั้นงานที่รับถ่ายรับตัดต่ออยู่ก็หยุดเอาไว้ก่อน แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาเขียนบทแบบทุ่มสุดตัว ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนบทร่างสุดท้ายก็เสร็จ แล้วจึงค่อยเอาบทไปให้เพื่อน ๆ และคนที่เกี่ยวข้องทุกคนอ่าน ส่วนมากก็จะบอกว่าน่าสนใจดี ต่อจากนั้นเราก็เริ่มลงมือหาทีมงานมาทำงานร่วมกัน

อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล

ที่มาของไอเดียหนัง
เคยได้ยินคนพูดประมาณว่า การที่เราจะทำหนังให้ได้ดีสักเรื่อง เราก็ต้องรู้เรื่องนั้นจริง ๆ เสียก่อน เราถึงจะทำออกมาได้ดี ผมก็เลยหยิบเอาเรื่องของการทำหนังเรื่องที่ตัวเองร่ำเรียนมาเอามาทำซะเลย แต่เราเพียงแค่ย้อนให้ตัวละครในหนังกลับไปเป็นเด็กมัธยมเท่านั้นเอง นั่นเป็นเพราะการที่ผมรู้สึกว่า วัยมัธยมเป็นวัยที่สามารถลองผิดลองถูกได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ลองในเรื่องของหนัง แต่ผมว่ายังรวมถึงเรื่องของการเรียนและความรักด้วย วัยนี้อะไร ๆ ก็ดูน่าตื่นเต้นไปหมด เพราะผมคิดว่าเดี๋ยวนี้การทำหนังสั้นสำหรับเด็กวัยรุ่นกลายเป็นเรื่องที่แพร่หลายไปเสียแล้ว ตอนที่ผมยังเรียนมัธยมอยู่ คนที่จะทำหนังสั้นแทบนับจะคนได้เลย แต่ปัจจุบันจะเห็นว่ามีคลิปให้ดูตามยูทูปเกี่ยวกับหนังสั้นของนักเรียนเต็มไปหมด เด็กสมัยนี้เรียนรู้ได้เร็วมาก

การเตรียมงานสร้าง
การเตรียมงานสร้างเริ่มตั้งแต่เมื่อบทภาพยนตร์เสร็จเรียบร้อยเป็นรูปเป็นร่าง จากนั้นเราจึงเริ่มทำ Pre-Production ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2555 และเริ่มต้นถ่ายทำอย่างจริงๆ จังๆ ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน

แก๊งปรี๊ด จะรี๊ดใจเธอ

ประเด็นของหนัง และแง่คิดในการนำเสนอ
ด้วยความที่เป็นหนังวัยรุ่น ผมจึงอยากนำเสนอความเป็นวัยรุ่นผ่านการทำหนัง เพราะการทำหนังผมว่ามันเป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ และบางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นแค่หนังเรื่องหนึ่งอย่างเดียว แต่มันอาจจะเป็นได้ทั้งเพื่อน มิตรภาพ หรือแม้กระทั่งความรัก ในแง่หนึ่งของความเป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่คงไม่ค่อยจะมีพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์มาคอยชี้แนะแนวทางให้เราหรอกว่า อะไรถูก อะไรผิด ส่วนตัวแล้วผมว่า วัยรุ่นทุกคนสามารถคิดเองได้ และตกตะกอนได้เองจากเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตต่างหาก ทุกอย่างไม่มีคำว่า ไร้สาระ เพราะสาระทุกอย่างมันมีอยู่ในตัวของมันเอง

สถานที่ถ่ายทำ
โลเกชั่นหลัก ๆ จะเป็นโรงเรียน โดยโรงเรียนที่ใช้ถ่ายทำมีทั้งหมด 4 แห่ง และส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรงเรียนในแถบชานเมือง ทั้งนี้ก็เพราะการที่ทีมงานต้องการบรรยากาศที่ไม่ดูเป็นเมืองใหญ่ และไม่ดูเป็นชนบทมากจนเกินไปนั่นเอง

แก๊งปรี๊ด จะReadใจเธอ

ฉากที่ยากที่สุดของเรื่อง
ฉากที่ทางทีมงานยอมรับว่าถ่ายทำได้ยากที่สุด เป็นฉากที่ถ่ายทำ ณ โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นซีนที่ดูเผิน ๆ ก็ไม่น่าจะยากเท่าไร เพราะคิดว่าเป็นแค่ซีนเล็ก ๆ ง่าย ๆ และทุกอย่างคงจะผ่านไปได้ด้วยดี  แต่อุปสรรคที่ทำให้ยากก็คือเสียงรอบ ๆ บริเวณนั้น อย่างเสียงของเรือข้ามฟาก ที่ปกติจะมีเวลาของเขาอยู่ แต่วันนั้นทีมงานลืมเช็คว่าเป็นวันที่มีการทัศนศึกษาอะไรสักอย่าง เลยทำให้เรือวิ่งเหมือนมีงานมหกรรม แล้วทางทีมงานก็ควบคุมอะไรไม่ได้เลย ส่งผลให้ทั้งวันถ่ายไปได้แค่ซีนเดียว

อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล

ฉากที่ประทับใจผู้กำกับฯ มากที่สุด
เป็นฉากที่ถ่ายทำกันที่ โรงเรียนพระหฤทัย นนทบุรี ซึ่งเป็นฉากซีนอารมณ์ระหว่างโม กับ ปราง แต่น้องมุกกลับเล่นไม่ได้ ผ่านไปประมาณ 10 กว่าเทคน้องก็ยังเล่นไม่ได้อยู่นั่นเอง ผมก็เลยรู้สึกเครียดและเป็นกังวล เพราะแสงก็ใกล้จะหมดเลยตัดสินใจสั่งพักกองดีกว่า ทุกคนก็พากันคงงงว่า เราเบรกกองทำไม? เพราะแสงก็ใกล้หมดแล้ว ผมเดินไปนั่งคุยกับมุกและเอิร์ธอยู่เป็นนาน พอกลับมาเข้าฉากอีกครั้งน้องก็เล่นได้ ทุกคนต่างก็โล่งอกไปตาม ๆ กัน ไม่เว้นแม้แต่ผม

———————————————–

อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล

เกี่ยวกับผู้กำกับการแสดง อ๊อฟ กัปปน์ วรรณกูล

อายุ 24 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในขณะที่ศึกษาอยู่ก็หาประสบการณ์พลาง ๆ ด้วยการผลิตผลงานออกมาเป็นภาพยนตร์สั้นเรื่อง “เด็กหนัง” (Shape) ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Kodak Competitionและ รางวัลช้างเผือก ใน เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 16 และ ภาพยนตร์สั้นเรื่อง “มิตรภาพ” ในโครงการหนังสั้นคำพ่อสอน ซึ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ของ รางวัลถ้วยพระราชทานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

ภายหลังจบการศึกษาแล้ว กัปปน์ ก็เริ่มต้นทำงานตามความฝันด้วยการเป็น ผู้ช่วยผู้กำกับฯ 2 ของภาพยนตร์เรื่อง “น้ำตาลแดง 2” ,โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ RSVP ทาง ทรูวิชั่นส์ และ สารคดี Potato on The Way

ภาพทั้งหมดจาก https://www.facebook.com/GangPreed/