หนังโลกที่เราอยากดู : The Golden Era

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : The Golden Era
The Golden Era
The Golden Era

“ไม่มีใครชอบนักเขียนหรอกค่ะ ยิ่งดูหนังเกี่ยวกับนักเขียน โอ๊ย! ไม่มีวัน แต่นี่คือสิ่งที่ฉันอยากทำมาตลอด หนังเกี่ยวกับผู้คนที่ทำงานสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน กวี หรือนักเขียน” แอนน์ ฮุย

The Golden Era – ยอดนักเขียนหญิงจีน (ที่โลกลืม)

ผกก. แอนน์ ฮุย (Ann Hui) – ฮ่องกง, จีน

เซียวหง ถือเป็นนักเขียนหญิงชาวจีนคนสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 แต่การยกย่องแค่นี้หลังจากเธอเสียชีวิตด้วยวัยเพียงสามสิบเมื่อปี 1942 ไม่เป็นที่พอใจสำหรับผู้กำกับหญิงคนสำคัญของโลกร่วมสมัยอย่าง แอนน์ ฮุย “ฉันรู้สึกว่าเธอถูกทอดทิ้ง อาจเพราะงานของเธอแปลเป็นภาษาอื่นได้ยากเกินไป เวอร์ชันอังกฤษนั้นต่างจากต้นฉบับลิบลับ – สำหรับฉัน เธอทัดเทียมกับ เอมิลี บรองเต หรือ เฮอร์แมน เมลวิลล์ เลยนะ”

The Golden Era
The Golden Era

 

ฮุยคิดว่าชีวิตของเซียวหงเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมได้ตั้งแต่ครั้งที่ได้อ่านงานของเธอช่วงปลายยุค 70 แต่ต้องรออยู่นานกว่าจะพบคนเขียนบทที่ใช่ (หลี่เฉียง จาก The Postmodern Life of My Aunt) ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้เวลากว่า 4 ปีกว่าจะสร้างหนังเสร็จ เนื่องจากสตูดิโอไม่กล้าลงเงินมหาศาลเพราะเห็นว่าขายฝรั่งยาก“ไม่มีใครชอบนักเขียนหรอกค่ะ ยิ่งดูหนังเกี่ยวกับนักเขียน โอ๊ย! ไม่มีวัน แต่นี่คือสิ่งที่ฉันอยากทำมาตลอด หนังเกี่ยวกับผู้คนที่ทำงานสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน กวี หรือนักเขียน” และนี่คือผลงานที่ทะเยอทะยานที่สุดในชีวิตของฮุย (ผู้เป็นที่จดจำจากหนังดราม่าเล็กๆ สำรวจชีวิตผู้คน) นับจากหนังกำลังภายในสองภาคจบ The Romance of Book and Sword (จอมใจจอมยุทธ, 1987) ด้วยความยาว 177 นาที ที่พาเราเดินทางพร้อมตัวละครไปทั่วประเทศจีนในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศระหว่างสงครามกับกองทัพญี่ปุ่น

Ann Hui form The Golden Era
แอนน์ ฮุย (Ann Hui) ผู้กำกับของเรื่อง

“โครงสร้างของบทเรื่องนี้คล้ายกับศิลปะโมเดิร์นนิสต์ แม้จุดเร้าอารมณ์จะดูชัดเจน แต่ก็อยู่ในพื้นที่แปลกใหม่ …อธิบายยากเหมือนกันนะ เอาเป็นว่า ชีวิตของคนคนหนึ่งไม่ได้ถูกเล่าผ่านลำดับเวลาหรือตรรกะเหตุผลทางจิตวิทยาโดยทันทีอยู่แล้ว มันแตกเป็นห้วงชิ้นส่วนที่ถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกัน สิ่งที่คุณรู้สึกตอบรับกับภาพที่เห็นก็จะเป็นฉากหรือซีเควนซ์ช่วงๆ เหล่านั้นและกระโดดเข้าออกไปมากับอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งการทำงานลักษณะนี้ตื่นเต้นมากสำหรับฉันเพราะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ตอนรอบทดลองฉายคนดูไม่เข้าใจหลายส่วนของหนัง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสัมผัสได้คือหนังเรื่องนี้แตกต่าง ยิ่งพิจารณาว่านี่เป็นหนังทุนสูงมากๆ การทำอะไรใหม่ขนาดนี้เลยออกจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่เมื่อเสร็จแล้ว ฉันว่ามันก็เวิร์คมากทีเดียว”

Tang Wei from The Golden Era
ทังเหว่ย ผู้รับบท เซียวหง

ทังเหว่ย (Lust, Caution) รับบทเซียวหงตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นที่แข็งขืนหนีการคลุมถุงชนออกจากบ้านฐานะดีไปยังปักกิ่ง แต่ชีวิตรักกับลูกพี่ลูกน้องก็ล่มสลายลงหลังจากนั้นไม่นานนัก เช่นเดียวกับคู่หมั้นที่ภายหลังทิ้งให้เธออยู่อย่างยากจนพร้อมลูกในท้อง ณ เมืองห่างไกลอย่างฮาร์บิน ก่อนก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์หนักหน่วงยาวนานห้าปีกับ เสี่ยวจุน (เฝิงเส้าเฟิง – จากซีรีส์ The Palace) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผู้เห็นจดหมายขอความช่วยเหลือของเธอลงในหนังสือพิมพ์ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการนักเขียนฝ่ายซ้ายของจีน กระทั่งฝ่ายชายตัดสินใจเข้าร่วมกองกำลังต่อต้านญี่ปุ่น ส่วนเซียวหงแต่งงานใหม่และใช้ชีวิตยากลำบากเพื่อหาความสงบกับงานเขียนหนังสืออันเป็นอุดมคติของเธอ

ฟังดูเป็นหนังชีวประวัติมหากาพย์ตามสูตรใช่ไหม? บางช่วงก็เป็นเช่นนั้นจริง (ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร) แต่ฮุยทำเก๋ด้วยการให้ตัวละครหันมาพูดกับคนดูตรงๆ หลายช่วง (ไม่เพียงตัวละครนำชายหญิงเท่านั้น) จนอาจเรียกได้ว่าเธอหยิบยืมสไตล์แบบ talking head ของหนังสารคดีมาใช้ปะทะกับคนดู ทำให้นี่ไม่ใช่หนังที่เราติดตามความรันทดหดหู่เศร้าสลดของนักเขียนหญิงอัจฉริยะผู้อาภัพเท่านั้น แต่เชื้อเชิญให้เราสำรวจความรู้สึกที่ตนเองมีกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไปพร้อมกัน

ที่มา – คอลัมน์ World Cinema จาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 154