รื้อหิ้งหนังเก่า : Russian Ark (2002) – ต้นตำรับ ‘หนังซ็อตเดียว’

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / รื้อหิ้งหนังเก่า : Russian Ark (2002) – ต้นตำรับ ‘หนังซ็อตเดียว’

Russian Ark (2002) – ต้นตำรับ ‘หนังซ็อตเดียว’

810yVqnYdsL._SL1500_

ในรอบปีที่ผ่านมาจนถึงบนเวทีออสการ์ หนังที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าคอหนังทั่วโลก ด้วยการเล่าเสมือนทั้งเรื่องถ่ายทำด้วยเพียงเทคเดียว (Long Take) แม้สุดท้าย Birdman (2014) จะไม่ได้ถ่ายทำด้วยลองเทคแบบจริงๆ แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นการเลือกใช้วิธีเล่าเรื่องอันชาญฉลาดของ อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อีญาร์รีตู ที่เลือกเปรียบเปรยช่วงชีวิตของมนุษย์เรา ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องไม่ต่างจากภาพยนตร์เช่นกัน

หากแต่ถ้าจะพูดถึงหนังที่ถ่ายทำด้วยกลวิธีแบบลองเทคจริงๆ แล้ว คงต้องกล่าวถึงหนังจากประเทศรัสเซียสุดคลาสสิค ที่มักถูกเอ่ยถึงเสมอในการเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญ ของการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมาถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้ฟิล์ม จนกลายมาเป็นหหนังที่ถ่ายทำแบบลองเทคจริงๆ ยาวกว่า 96 นาที เรื่องนี้

imgres

Russian Ark หนังที่สร้างขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบ 300 ปีของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อันเป็นเมืองสำคัญางวัฒนธรรมของรัฐเซีย โดยผู้กำกับ อเล็กซานเดอร์ โซกูรอฟ (Alexander Sokurov)  ได้นำนักแสดงและทีมงานกว่าพันชีวิต!! เข้าไปถ่ายทำใน พิพิธภัณฑ์เฮียร์มิทาจ ที่เซ็ตอัพทั้ง 33 ห้องให้กลายเป็นพระราชวังฤดูหนาว เพื่อเล่าเรื่องผ่านสายตาของภูติผี ที่เสมือนพาเราไปสำรวจวังแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายและผลงานศิลปะอันตระการตา เพื่อสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมรัสเซียแต่ละยุคสมัยตลอดกว่า 300 ปี

Alexander-Sokurov-001
Alexander Sokurov

โดยโซกูรอฟพูดถึงแนวคิดของการทำหนังเรื่องนี้ว่า “รัสเซีย เป็นทั้งที่ดำรงชีวิตและสร้างผลงานของอย่าง ดอสโตเยฟสกี้, รัคมานินอฟ, ไซคอฟสกี้, ตอลสตอย, เซคอฟ…ผมสามารถบอกชื่อคนผู้เป็นสุดยอดของประเทศนี้ได้อีกเพียบ และผม -ในฐานะตัวแทนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมอันแสนเยาว์วัย อย่างภาพยนตร์ ซึ่งพึ่งมีอายุอานามแค่เพียง 100 ปีเศษ- จึงต้งเปรียบเทียบสิ่งที่ผมทำกับศิลปะทั้งหลายที่เคยถูกสร้างไว้อย่างยิ่งใหญ่ในรัสเซีย …สำหรับผม รัสเซียจึงเป็นดินแดนทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่มีทั้งอดีตอันน่าทึ่ง และอนาคตอันกว้างไกล”

RUSARK18_rgb

ซึ่งเหตุผลที่เขาเลือก พิพิธภัณฑ์เฮียร์มิทาจ เป็นสถานที่ถ่ายทำ นั่นเพราะชีวิตส่วนหนึ่งของโซกูรอฟ ล้วนเป็นบุญคุณสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะการบ่มเพาะภูมิปัญญาทางศิลปะ ที่ส่งผลต่อผลงานหนังของเขาในปัจจุบันนั่นเอง “ที่นี่ เป็นที่ที่คุณจะได้ยืนประจันหน้ากับศิลปะจิตรกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีมากพอที่คุณต้องใช้เวลาดูกว่าสามปีจึงจะครบ!! แน่นอนว่าในฐานะคนทำหนังแล้ว เรามิอาจเพิกเฉยต่อวัฒนธรรมโลกได้…เพราะว่าหนังก็คือศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งงานศิลปะทุกชนิดต่างมีชีวิตเป็นของมันเองคนดูบางคนอาจรู้สึกว่า เวลาดู Russian Ark คงต้องพยามยามทำความเข้าใจกับมันมากหน่อย แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำคุณก็คือ แค่เพียงลองเปิดใจให้กว้าง คุณก็จะเข้าใจทุกๆ อย่างได้เอง”

แม้หนังเรื่องนี้จะสร้างนวัตกรรมใหม่ในการถ่ายทำ (ด้วยการใช้กล้องดิจิตอลความละเอียดสูง ที่พ่วงทั้งฮาร์ดดิสที่เพียงพอสำหรับบันทึกไฟล์ดิบกว่า 100 นาที พร้อมแบตเตอรี่ความจุมากเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้งานยาวนานติดต่อกัน) ที่ยังไม่รวมไปถึงการซักซ้อมคิวถ่ายทำอีกไม่รู้กี่เดือนเพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แต่กระนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของโซกูรอฟ กลับไม่ใช่ความสำเร็จทางด้านเทคโนโลยีใดๆ หากแต่เป็นเจตนารมณ์ในการส่งต่อไอเดียทางศิลปะ…จากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

ขณะโซกูรอฟ (ขวามือสุด) กำลังดูการถ่ายทำผ่านมอนิเตอร์
ขณะโซกูรอฟ (ขวามือสุด) กำลังดูการถ่ายทำผ่านมอนิเตอร์

“ถึงผมจะทำหนัง Russian Ark แบบไม่มีการตัดต่อเลย แต่สิ่งที่ผมต้องการคือ หลังจากผู้ชมดูหนังไปราว 5-10 นาที พวกเขาต้องลืมไปเลยว่าหนังเรื่องนี้ถ่ายทำด้วยเพียงซ็อตเดียว พวกเขาจะติดตามเรื่องราวในหนังต่อไปด้วยความเพลิดเพลิน และกลับมานึกถึงความสำเร็จของการถ่ายทำด้วยเทคนิคนี้…ก็ต่อเมื่อหนังได้จบลงและจอเบื้องหน้าได้กลายเป็นสีดำไปแล้วนั่นเอง”

**เรียบเรียงจากคอลัมน์ Portrait ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 25 (ธันวาคม 2546)

https://www.youtube.com/watch?v=J–TDEHizVA