หนังโลกที่เราอยากดู : Pride (2014) – จงภูมิใจ ที่เป็น ‘เรา’

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Pride (2014) – จงภูมิใจ ที่เป็น ‘เรา’

Pride (2014) – จงภูมิใจ ที่เป็น ‘เรา’

Pride Poster

หนังสัญชาติอังกฤษ/ฝรั่งเศสเรื่องดัง เจ้าของรางวัล Queer Palm (หนังเควียร์ยอดเยี่ยม) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ฝรั่งเศส ในปี 2014 โดยเป็นเรื่องที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง ว่าด้วยการรวมตัวประท้วงรัฐบาลอังกฤษในปี 1984 ของคนงานเหมือง แต่ปรากฏว่ากลุ่มคนที่สนับสนุนและให้บริจาคเงินแก่พวกเขามากที่สุด คือ กลุ่มเกย์และเลสเบียนที่รวมตัวกันในนาม LGSM (Lesbians and Gays Support the Miners) ในยุคที่สังคมยังเชิดชูการเกลียดกลัวรักร่วมเพศอยู่เลย!Pride 01

สตีเฟน เบเรสฟอร์ด (Stephen Beresford) ได้ยินเรื่องนี้มากว่ายี่สิบปี แต่ก็เพิ่งไม่นานมานี้เท่านั้นที่เขาแน่ใจว่าเรื่องเหลือเชื่อนี้เคยเกิดขึ้นจริง “มันเป็นตำนานของชุมชนเกย์ที่เล่ากันมาแบบปากเปล่า ผมเชื่อแต่ไม่เคยมั่นใจ มีเพียงความคิดที่ว่า เฮ้ย ถ้าเรื่องนี้จริง ผมจะเขียนถึง”

Matthew and Warchus
จากซ้ายมือ – สตีเฟน เบเรสฟอร์ด (เขียนบท) และ แม็ตธิว วอร์ชัส (ผู้กำกับ)

เรื่องเล่าดังกล่าวชนะใจโปรดิวเซอร์ตั้งแต่เบเรสฟอร์ดยังเล่าไม่ทันจบ มือเขียนบทละครเวทีเปี่ยมประสบการณ์จึงได้มีเครดิตเขียนบทหนังเป็นเรื่องแรกในชีวิต สามปีหลังจากนั้นหนังเสร็จสมบูรณ์ภายใต้การกำกับของ แม็ตธิว วอร์ชัส (Matthew Warchus ผู้กำกับสายละครเวที ที่โด่งดังจากเธียร์เตอร์มิวสิคัลชื่อดัง Matilda) โดยเป็นหนังโรแมนติกคอมิดีที่มีส่วนประกอบคือ การชุมนุมประท้วง, แอ็กติวิสต์รักเพศเดียวกัน, บิลล์ ไนก์, อิเมลดา สแตนตัน, โดมินิก เวสต์ และ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์! กวาดเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ไปทั่วยุโรป และเพิ่งลงโรงฉายที่อังกฤษไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วยตัวเลขรายรับที่ถือว่าน่าพอใจ

ความโดดเด่นของ Pride ไม่ใช่แค่ตรงที่เล่าเรื่องฟีลกู๊ดได้จับใจซาบซึ้งน้ำตาร่วงภายใต้เสียงหัวเราะเท่านั้น ภายใต้รูปลักษณ์ที่แลดูเบาสมอง ประเด็นทางการเมืองหลากมิติที่แทรกอยู่ในเรื่องราวกลับถูกเล่าได้ลึกซึ้ง (การระบาดของโรคเอดส์ในช่วงเวลาดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในหนังด้วยเช่นกัน) ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้เบเรสฟอร์ดที่เสาะหาแหล่งอ้างอิงถึงเหตุการณ์และผู้คนที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงนั้นอย่างไม่ลดละ แม้ตัวตนของพวกเขาในโลกอินเทอร์เน็ตแทบเป็นศูนย์ กระทั่งไปพบกับสารคดีที่อำนวยการสร้างโดย LGSM ที่กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของหนังไปโดยปริยาย รวมถึงเป็นต้นแบบของคาแร็กเตอร์เปี่ยมเสน่ห์ทั้งมวลที่ปรากฏอยู่ในเรื่องเลยทีเดียว (โชคเป็นของเบเรสฟอร์ด เมื่อบุคคลเดียวที่ขึ้นชื่อในเครดิตของสารคดีสมัครเล่นเรื่องนี้มีตัวตนอยู่ในเฟซบุ๊ค และเคยใช้ชีวิตอยู่ในการประท้วงหยุดงานที่ยาวนานครั้งนั้น) ใช่ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เคยถูกบันทึกไว้ ทุกอย่างเขียนไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประชาชนที่แมนเชสเตอร์ “แต่ไม่ค่อยมีคนรู้หรอกว่าเขาบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นั่น” ไมค์ เจสัน หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเล่า “หลังการประท้วงจบลง ผมรู้สึกเศร้าบอกไม่ถูกที่หากผมตายเมื่อไหร่ เรื่องนี้ก็จะหายไปจากการรับรู้ของคนทั่วไป”

ความงดงามอีกข้อที่หนังเล่าให้ผู้ชมฟังด้วยเสียงอันภาคภูมิใจก็คือไม่ใช่แค่กลุ่มแอ็กติวิสต์รักเพศเดียวกันที่เหมารถบัสไปร่วมประท้วงกับคนงานเหมือง คนงานเหล่านี้ที่บ้างก็มาจากเวลส์ก็เหมารถเข้าลอนดอนเพื่อเข้าร่วมขบวนพาเหรดเกย์ไพรด์ด้วยความรู้สึกเป็นหนึ่งใจเดียวกัน

“นี่คือภาพประกายของความหวังว่ามนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้ คือเสี้ยวของแสงแห่งการปฏิวัติที่น่าปิติยินดี หนังจับความงามนี้ไว้ได้อย่างหมดจดจริงๆ” เบเรสฟอร์ดกล่าว

Pride 02

ธีมสำคัญของหนังก็ไม่ต่างจากที่ มาร์ค แอชตัน หนุ่มไอริชผู้ก่อตั้ง LGSM ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 1987 เคยกล่าวไว้ “แต่ละประชาคมที่เข้มแข็งควรมอบความเป็นปึกแผ่นให้แก่กลุ่มคนอื่นๆ เพราะคงตรรกะวิบัติสิ้นดีหากเราจะพูดว่า ‘ฉันเป็นเกย์ ฉันมีหน้าที่ปกป้องกลุ่มคนที่สนใจเรื่องรักร่วมเพศ แต่ไม่สนใจห่าอะไรอื่นเลยสักนิด’”

 เรียบเรียงจาก BIOSCOPE World Cinema Issue : 100+ หนังโลก 2014 ที่เรา ‘ต้องดู’ (Online Only)