หนังโลกที่เราอยากดู : The Project of the Century (2015) – คน/เมือง/นิวเคลียร์

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : The Project of the Century (2015) – คน/เมือง/นิวเคลียร์

The Project of the Century (2015) – คน/เมือง/นิวเคลียร์

La obra del siglo 01

The Project of the Century (La obra del siglo) หนังรางวัลไทเกอร์อวอร์ด หรือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเทศกาลหนังนานาชาติเมืองร็อตเตอร์ดาม (International Film Festival Rotterdam 2015) จากคิวบาเรื่องนี้ เป็นผลงานกำกับของ การ์ลอส เอ็ม กินเตลา (Carlos M. Quintela) ผู้กำกับหนุ่มที่สร้างชื่อจาก La Piscina ในปี 2011 (หนัง Coming of age ว่าด้วยช่วงสั้นๆ ในหน้าร้อนของกลุ่มเพื่อน โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้น ณ บริเวณสระว่ายน้ำ)

winner of rotterdam 2015
จากซ้ายไปขวา – ผู้ชนะรางวัล Tiger Award ในปีนี้ ได้แก่ จักรวาล นิลธำรงค์ จาก Vanishing Point, Carlos M. Quintela จาก The Project of the Century และ Juan Daniel F. Molero จาก Videophilia (and Other Viral Syndromes)

คราวนี้กินเตลากลับมาทำหนังที่ต่างออกไป เพราะมันว่าด้วยชีวิตผู้คนในเมือง Juragua หรือ ‘อีเล็กโตร-นิวเคลียร์ ซิตี้’ คือเมืองใหม่ของคิวบาที่สร้างขึ้นช่วงทศวรรษ 1980 ภายใต้เงินทุนสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต หวังให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ เป็นฮับที่จะเริ่มโครงการนิวเคลียร์อื่นๆ ต่อไปในประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และอาจรวมถึงการติดตั้งเตาปฏิกรณ์ คิวบาเกณฑ์ประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ พร้อมสัญญาว่าพวกเขาจะมีงานทำในโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จ และเมืองแห่งนี้จะเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างไม่อาจประมาณได้ – สิบปีผ่านไป สหภาพโซเวียตล่มสลาย คิวบาวิ่งเต้นหาประเทศที่สามมาช่วยเดินโครงการต่อแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะลงนามในข้อตกลงยกเลิกโครงการกับรัสเซียเมื่อราวทศวรรษ 2000

โดย The Project of the Century เล่าถึงชีวิตผู้ชายสามรุ่น (ปู่-พ่อ-หลาน) ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่หมดลมหายใจและสิ้นแล้วซึ่งความเคลื่อนไหว – ที่กินเตลาฉายภาพความเจ็บปวดของการหยุดนิ่งอันหมดหวังด้วยภาพขาวดำ ที่ยิ่งทำให้อาคารโรงไฟฟ้าที่ถูกทิ้งร้างนั้นแลดูใหญ่โตกระทั่งกดทับชีวิตมนุษย์รอบๆ ตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คิวบาติดหล่มทางการเมืองมานานนับทศวรรษอันแสดงให้เห็นผ่านรายการและโฆษณาโทรทัศน์ที่ยังยึดติดกับรูปแบบโฆษณาชวนเชื่อสมัยสงครามเย็น

La obra del siglo 03

“ซากปรักหักพังกดลงบนบ่าของชายสามรุ่นผู้เงียบงัน เหมือนจะเหลือเพียงเบนจามิน ปลาทองสัตว์เลี้ยงของบ้านนี้ ที่รู้ดีว่าจะหายใจใต้น้ำได้อย่างไร” นี่คือเรื่องย่อส่วนหนึ่งของหนัง ชายสามรุ่นที่ว่านั้นได้แก่ ราฟาเอล อดีตช่างเทคนิคโรงไฟฟ้าที่อยู่บ้านเดียวกับ อ็อตโต พ่อวัยแปดสิบเศษที่เกลียดทุกสิ่งบนโลก สุดท้ายคือ ลีโอนาร์โด ไอ้หนุ่มสักลายวัย 23 ที่กลับมาอยู่บ้านพ่อหลังหย่าเมีย เพื่อพบว่าพ่อกำลังมีแฟนใหม่ที่มาอยู่ในบ้านเดียวกัน พวกเขาคือตัวแทนประวัติศาสตร์ดิ่งเหวของคิวบาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กินเตลา เล่าผสานกับฟุตเตจหนังเก่าของ ซารา โกเมซ (ผู้กำกับหญิงคิวบาคนสำคัญที่เสียชีวิตด้วยอายุเพียง 31) ที่นักแสดงผู้รับบทอ็อตโตเคยปรากฏตัวอยู่ในนั้น ฟุตเตจตกค้างจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของเมืองในตอนที่อะไรๆ ทำท่าจะไปได้ดี และภาพ HD สีสันสวยสดจากโอลิมปิก 2012 ที่นักมวยจาก Juragua คว้าเหรียญทองให้ชาติ

“ผมเพิ่งรู้เรื่องเมืองนิวเคลียร์นี้เมื่อหกปีก่อน” กินเตลาเล่า “ผมขับรถเข้าไปให้ใกล้ที่สุดหลังจากเห็นโดมประหลาดที่แปลกแยกจากสภาพแวดล้อม ขับไปใกล้กระทั่งมีการ์ดออกมาไล่” หลังจากนั้นเขามีโอกาสได้เวิร์คช็อปร่วมกับคณะละครเวทีจาก Juragua และชาวเมืองระหว่างคลาสเรียนเขียนบท ก่อนจะเสนอฉากนี้เข้ากับบทภาพยนตร์ของ อาเบล อาร์กอส (มือเขียนบทที่ร่วมงานกับเขาใน La Piscina) ที่ว่าด้วยชีวิตอันโดดเดี่ยวของชายสามรุ่น และเขย่าออกมาเป็น The Project of the Century ในที่สุด

La obra del siglo 02

“ที่นี่ถูกทิ้งและถูกลืมไปจากประวัติศาสตร์ของชาติ กลายเป็นเมืองผีสิงที่มีมนุษย์จริงๆ อาศัยอยู่อย่างยากลำบากเพื่อชักหน้าให้ถึงหลัง และมีอีกหลายแห่งในคิวบาที่ถูกทอดทิ้งอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าที่นี่เสียอีก “หนังเรื่องนี้มี ‘ความเร่งรีบ’ อยู่ในตัว มันเกิดจากความรู้สึกอยากเล่าเรื่องขั้นสูงสุดในตัวผม” เขาบอก “แม้เราจะได้ทุนสนับสนุนและใบอนุญาตจากรัฐ แต่คุณก็รู้ว่าในประเทศแบบนี้ แค่โทรศัพท์สายเดียวก็หยุดทุกอย่างได้ ไม่นับว่าผมยังต้องใช้หนี้จากหนังเรื่องนี้อยู่ แถมยังต้องรบราฆ่าฟันกับพรินเตอร์ห่วยแตกกับการไฟฟ้าที่ไม่เสถียรระหว่างถ่ายทำอีก”

แต่นับเป็นโชคดีของเขาที่หลังจากผลงานชิ้นนี้ นอกจากสารคดีที่เล่าเรื่องเมืองนิวเคลียร์แห่งนี้โดยตรงที่เขาจะลงมือเขียนบทแล้ว เขาจะได้ถ่ายหนังนอกประเทศร่วมกับโปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า นาโอมิ คาวาเสะ!

**เรียบเรียงจาก World cinema โดย ปราชญ์
BIOSCOPE ฉบับที่ 158 (มีนาคม 2558)