หนังโลกที่เราอยากดู : Eisenstein in Guanajuato (2015)

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Eisenstein in Guanajuato (2015)

Eisenstein in Guanajuato (2015)

เรื่องเล่าจากเม็กซิโกของ ‘เซอร์เก ไอเซนชไตน์’

Eisenstein in Guanajuato - poster

ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลกชื่อของ เซอร์เก ไอเซนชไตน์ (Sergei Eisenstein) ถูกจดจำไว้ในฐานะผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็นบิดาของศาสตร์ภาพยนตร์สำนักโซเวียตและการตัดต่อ (Soviet montage theory) จากหนังอย่าง Strike (1925) , The Battleship Potemkin (1925) หรือ October: Ten Days That Shook the World (1927) เป็นต้น ที่ไอเซนชไตน์ได้โชว์ให้ผู้คนเห็นว่า หนังสามารถเล่าเรื่องได้อย่างทรงพลังจากการทดลองตัดสลับภาพหลายภาพอย่างรวดเร็ว อันเป็นจุดเริ่มของการใช้เทคนิคตัดต่อในโลกของภาพยนตร์ก็ว่าได้

Eisenstein in Guanajuato 02

“ในโมงยามที่ภาพยนตร์กำลังจะตาย ผมถือเป็นเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการเฉลิมฉลองให้คนทำหนังที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์” ปีเตอร์ กรีนอะเวย์ (Peter Greenaway – ผู้กำกับชาวอังกฤษซึ่งอีกด้านหนึ่งก็เป็นทั้งนักเขียน และศิลปินวาดภาพ เจ้าของงานกำกับอย่าง The Cook, the Thief, His Wife & Her Lover [1989], The Pillow Book [1996] หรือ 8½ Women [1999] เป็นต้น) กล่าวถึงไอเซนชไตน์ในฐานะนักทำหนัง “ถ้าไอเซนชไตน์ยังอยู่ ด้วยความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น ผมเชื่อว่าเขาจะกระโดดลงไปทดลองกับหนังสามมิติ โฮโลแกรม และทุกสิ่งที่วงการหนังกำลังตื่นเต้นอยู่ตอนนี้”

Eisenstein in Guanajuato - dir
ปีเตอร์ กรีนอะเวย์ (คนกลาง) ขณะไปเปิดตัวหนังในเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กับสองนักแสดงอย่าง หลุยส์ อัลเบอร์ติ (ซ้าย) และ เอลเมอร์ เบค (ขวา) ผู้รับบท ไอเซนชไตน์ ในเรื่องนี้

ไอเซนชไตน์เคยท้าทายตนเองด้วยการออกจากโซเวียต (ในขณะนั้น ปัจจุบันคือประเทศรัสเซีย) เพื่อเดินทางมาทำหนังยังฮอลลีวูด ก่อนจะถูกเฉดหัวทั้งจากความไม่สามารถปรับตัวเข้าหาสตูดิโอได้ของเขา (หรืออาจกล่าวได้เป็นนัยยะว่า หายนะเกิดขึ้นเพราะ “ฮอลลีวูดไม่รู้วิธีทำงานร่วมกับปัญญาชน”) แถมมิหน่ำซ้ำยังถูกต่อต้านจากฝ่ายไม่เอาคอมมิวนิสต์เพราะมาจากประเทศคู่อริสำคัญของอเมริกา จนสุดท้ายต้องระเห็ดหนีไปยัง รัฐกัวนาฆัวโต ประเทศเม็กซิโก เพื่อไปทำโปรเจ็กต์ลับๆ ที่ชื่อว่า ¡Que viva Mexico! (1932) ภายใต้การสนับสนุนลับๆ ของกลุ่มฝ่ายซ้ายอเมริกัน นำมาซึ่งชีวิตสิบวันในเม็กซิโกของไอเซนชไตน์ ตามชื่อหนังที่ว่า Eisenstein in Guanajuato

Eisenstein in Guanajuato 01

แม้จะล้มเหลวไม่สามารถทำหนัง ¡Que viva Mexico! จนเสร็จสมบูรณ์ (แต่สุดท้ายหนังก็ยังได้ออกฉายในปี 1979 หลังจากที่ไอเซนชไตน์เสียชีวิตไปแล้วร่วม 30 ปี) หากแต่ผลงานหนังหลังจากกลับจากเม็กซิโกของไอเซนชไตน์ ได้แก่ Bezhin Meadow (1937), Alexander Nevsky (1938) และ Ivan The Terrible, Part I (1944) และ Part II (1945) กลับแตกต่างไปจากเดิมและได้รับการเชิดชูสูงสุดอย่างชัดเจน

กรีนอะเวย์เชื่อว่า สิบวันดังกล่าวได้มอบประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตให้ไอเซนชไตน์เข้าใจและตระหนักถึงภาวะของการเป็นมนุษย์มากขึ้น ทั้งจากการได้เห็นภาพของความตายที่สุสาน El Museo de las Momias (ซึ่งเก็บรวมศพของผู้คนที่ตายด้วยโรคระบาดในปี 1833) รวมถึงเซ็กซ์ ความรัก ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Gosfilmofond (กองทุนสนับสนุนภาพยนตร์ของรัฐบาลรัสเซีย) ปฏิเสธจะให้ทุนเพราะหนังระบุชัดเจนว่าไอเซนชไตน์เป็นเกย์ (ทางสถาบันฯ ปฏิเสธโดยบอกว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดเรื่องเกย์เลย แค่ไม่พึงใจกับการตีความทางประวัติศาสตร์บางอย่างของกรีนอะเวย์เท่านั้น)

Eisenstein in Guanajuato 03

หนังจึงเลือกนำเสนอสิบวันนี้โดยมุ่งไปที่อารมณ์ ความรู้สึกตกกระทบ สถาปัตยกรรม และบรรยากาศของพื้นที่ซี่งมีอิทธิพลสูงยิ่ง ว่าส่งผลกับไอเซนชไตน์รุนแรงเช่นนั้นได้อย่างไร พร้อมกับผสานลีลาตลกร้ายแบบละครเวทีอังกฤษ “พูดให้ถึงที่สุดแล้ว มันคือความพยายามเข้าใจจุดจบ เข้าใจเหลี่ยมมุมต่างๆ ของความตาย – ผมโถมความสงสัยในตัวเองลงไปที่ไอเซนชไตน์ก่อนจะเลาะตามทางไปหาคำตอบอย่างรอบคอบและทระนง”

เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 157 (กุมภาพันธ์ 2015)