รื้อหิ้งหนังเก่า : 5×2 (2004) – เหตุผลที่เรา ‘เลิกกัน’

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / รื้อหิ้งหนังเก่า : 5×2 (2004) – เหตุผลที่เรา ‘เลิกกัน’

5×2 (2004)

เหตุผลที่เรา ‘เลิกกัน’

Five Times Two - Poster

“ผมต้องการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากหนังรักทั่วไป ซึ่งมักเร้าอารมณ์จนคนดูรู้สึกเอาใจช่วยตัวละคร หนังเรื่องนี้จึงใส่ใจกับเรื่องของตัวละครจนเกิดระยะห่างระหว่างผู้ชม ผมไม่ได้ให้ผู้ชมเอาใจช่วยตัวละคร แต่ผมอยากให้ผู้ชมคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาเอง…” โอซง กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดในการทำหนังเรื่องนี้

Francois Ozon
Francois Ozon

ฟรองซัวส์ โอซง (François Ozon) ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่คอหนังศิลปะบ้านเราคุ้นเคยกันดี จากผลงานหลายๆ เรื่องที่เข้ามาฉายในไทยทั้ง 8 Women (2002), Swimming Pool (2003), Ricky (2009) หรือ Young & Beautiful (2013) สำหรับ 5×2 (อ่านว่า Five Times Two) เป็นหนังที่สะท้อนทัศนคติเรื่องความรักของตัวโอซงเองในขณะนั้น ที่ตัวเขาต้องการโต้แย้งผู้คนที่มักจะคิดว่า ‘ความน่าเบื่อซ้ำซาก มักเป็นสาเหตุที่ทำให้ความรักต้องจบลง’ แม้มันจะจริงส่วนหนึ่ง แต่โอซงมองว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้แต่ละคู่รักต้องเลิกกัน มันลึกซึ้งมากกว่านั้น

Five Times Two 01

ความโดดเด่นที่น่าพูดถึงของ 5×2 คือการท้าทายผู้ชมด้วยวิธีการเล่าเรื่อง ‘จากจุดจบสู่จุดเริ่มต้น’ หรือเล่าแบบย้อนหลัง เพราะโอซงมองว่า ระบบความคิดของคนอกหัก มักนึกเริ่มต้นจากจุดจบของความสัมพันธ์ “โดยธรรมชาติ เวลาที่ความรักจบลง แล้วคุณมานั่งนึกทบทวน คุณจะใส่ใจกับเหตุการณ์ล่าสุดซึ่งเป็นเหตุการณ์ทำให้แตกหัก ก่อนที่คุณจะเริ่มนึกย้อนลงไปเรื่อยๆ จนถึงเหตุการณ์ที่ทำให้คนสองคนรักกัน ดังนั้น การเริ่มต้นหนังที่จุดจบความสัมพันธ์แล้วเดินเรื่องย้อนหลังไปเรื่อยๆ ดูจะเป็นโครงสร้างที่เหมือนกับอารมณ์จริงๆ ของมนุษย์มากกว่า”

โดยพาเราไปสำรวจชีวิตคู่ของ จิลส์ (สเตฟาน เฟรียสส์, Stéphane Freiss) และ มาริยอง (วาเลเรีย บรูนี เตเดสซี, Valeria Bruni Tedeschi) ที่เมื่อเราชมไปเรื่อยๆ ก็พบว่า ทั้งคู่ก็ไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์ทั่วไป ซึ่งเป็นสิ่งที่โอซงตั้งใจให้ผู้ชมได้เห็นอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายของคนสองคนที่ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านเหตุการณ์ในหนังที่แบ่งเป็นฉากย่อยๆ 5 ฉาก ตามชื่อของหนัง (5 ฉากของคน 2 คน)

Five Times Two 02

โอซง ยังแอบทำเก๋ด้วยการใช้สไตล์หนัง 5 แบบมารองรับในแต่ละฉาก ตั้งแต่ดราม่าจิตวิทยาเครียดๆ, หนังที่ถ่ายทอดชีวิตต่ามแบบฉบับหนังฝรั่งเศส, หนังโรแมนติกแบบฮอลลีวูดในฉากแต่งงาน ไปจนถึงฉากพบรักที่หยิบยืมสไตล์ของ A Summer’s Tale (1996) หนังรักฤดูร้อนของหนึ่งในผู้กำกับเฟรนซ์นิวเวฟอย่าง อีริก โรห์แมร์ (Éric Rohmer, 1920 – 2010) มาใช้อีกด้วย – ทั้ง 5 ฉากถูกเล่าเว้นช่วงอย่างไม่ปะติดปะต่อกัน โดยแต่ละช่วงถูกเชื่อมด้วยเพลงอิตาเลียนเมโลดี้หวานเศร้า ที่บางฉากก็ดูเสริมส่งต่อไปกันด้วยดี แต่บางฉากก็กลายเป็นการประชดประชันสร้างอารมณ์ขันร้ายๆ ออกมา

Five Times Two 03

กระนั้น 5×2 ก็ไม่ได้มองว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องเลวร้าย ทว่ากลับมองความรักความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ต้อง ‘เสี่ยงภัย’ ที่ไม่ว่าจะจบลงยังไง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการคบกับใครสักคน ก็คือ ‘ประสบการณ์ที่ได้จากมัน’

“แน่นอนว่า ในที่สุดคู่รักในหนังเรื่องนี้ก็จบความสัมพันธ์ลง แต่มันไม่ใช่โศกนาฏกรรมหรอก ผมหวังว่า ภาพสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ จะทำให้ผู้ชมปรารถนาให้ทั้งสองคนกลับมารักกันใหม่… ท้ายที่สุด ผมอยากให้ผู้ชม ยังเชื่อในความรักเสมอ”

***เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับ 44 (กรกฏาคม 2548)