รื้อหิ้งหนังเก่า : Nobody Knows (2004) – ชะตากรรม…ที่ไม่มีใครรู้

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / รื้อหิ้งหนังเก่า : Nobody Knows (2004) – ชะตากรรม…ที่ไม่มีใครรู้

Nobody Knows (2004)
ชะตากรรม…ที่ไม่มีใครรู้

Nobody Knows - poster

ณ ฤดูใบไม้ร่วง เคโกะและลูกๆ อีก 4 คนได้ย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เคโกะตั้งกฏไว้ให้ลูกๆ ของเธอว่า ห้ามส่งเสียงดังและห้ามออกจากห้องนี้ นั่นเพราะเคโกะโกหกเจ้าของห้องว่ามีลูกแค่เพียงคนเดียว ซึ่งถ้าความลับแตกเธอจะถูกไล่ออกจากที่นี่ทันที

ลูกๆ ของเคโกะประกอบไปด้วย อะกิระ (ยูยะ อะกิระ – Yuya Yagira) เด็กชายวัย 12 ปีที่เปรียบเสมือนพ่อบ้านตัวน้อยๆ ที่คอยดูแลทุกสิ่งอย่างเวลาที่แม่ไม่อยู่ และน้องๆ อีกสามคนคือ เคียวโกะ ชิเงรุ และ ยูกิ ทั้งหมดต่างสนิทสนมกันแม้ว่าจะต่างเกิดมาจากพ่อคนละคนก็ตาม

Nobody Knows 05

 

วันหนึ่ง เคโกะ ออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ เธอทิ้งเงินจำนวนเล็กน้อยพร้อมกระดาษโน๊ตที่เขียนไว้ว่า “ถึง อากิระ แม่จะออกไปข้างนอกสักระยะหนึ่ง ลูกช่วยดูแล เคียวโกะ ชิเงรุ และ ยูกิ ด้วยนะ” แต่หลังจากนั้นเคโกะก็ไม่กลับมาอีกเลย พวกเขาทั้งสี่คนจึงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ท่ามกลางวันคืนที่ผ่านไปเรื่อยๆ…โดยไม่มีใครรู้

….

Kore-Eda Hirozaku
Kore-Eda Hirozaku

ณ ช่วงเวลานั้น ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ (Kore-Eda Hirokazu) เป็นหนึ่งในผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ จากผลงานหนังยาวก่อนหน้านั้นทั้งสามเรื่อง ได้แก่ Maborosi (1995 – หญิงหม้ายผู้กำลังเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งกับสามีคนใหม่ หากแต่สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการปลดทุกข์อันหน่วงหนัก จากการฆ่าตัวตายที่ไม่มีใครรู้สาเหตุของสามีคนก่อน), After Life (1998 – โลกสมมติหลังความตาย ที่ทุกคนก่อนไปสวรรค์ ต้องเลือกความทรงจำหนึ่งอย่างเพื่อมาทำหนังสั้น) และ Distance (2001 – อดีตญาติของสมาชิกกลุ่มลัทธิก่อการร้าย มารวมตัวกันเพื่อระลึกถึงความจริงอันหลอกหลอนในวันครบรอบการตายของเหยื่อเคราะห์ร้าย)

Distanceposter
Maborosi (1995), After Life (1998) และ Distance (2001) หนังยาวสามเรื่องแรกของโคเระเอดะ

สิ่งที่ทำให้หนังของโคเระเอดะถูกพูดถึงอย่างมาก คือสไตล์หนังที่เป็นการพบกันระกว่างหนังเล่าเรื่องและสารคดี จากพื้นฐานที่ตัวเขาเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับสารคดีทางโทรทัศน์อยู่เกือบสามปีก่อนจะเลื่อนขึ้นมาทำสารคดีขนาดสั้นอีก 8 เรื่อง จนทำให้งานในยุคแรกทั้งสามเรื่องโดดเด่นในการใช้มุมมองการเล่าแบบคนสารคดีเป็นพิเศษ ซึ่งใน Nobody Knows (2004) นี้ก็เช่นกัน “ผมต้องการให้หนังเรื่องนี้ เป็นการใช้ทุกอย่างที่ผมเรียนรู้จากหนังทั้งสามเรื่อง ประสบการณ์ในการทำ Distance ทำให้ผมเห็นวิธีการทำหนังที่กว้างขึ้น แต่ผมก็ประยุกต์สิ่งที่ได้เรียนรู้มาใช้ในหนังเล่าเรื่องอย่าง Nobody Knows ด้วย เช่นการใช้กล้องให้สัมพันธ์กับเด็กๆ หรือวิธีการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมที่สุดในกองถ่าย”

“ผมเคยคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะใช้สไตล์หนังสารคดี มาผสมกับสไตล์หนังเล่าเรื่องเพราะทุกอย่างมันถูกกำหนดมาในบทและสตอรี่บอร์ดแล้ว แต่ใน Distance ผมทดลองไม่ใช้สตอรี่บอร์ดและถ่ายทำด้วยกล้องแฮนเฮลด์ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งผมถือว่าใน Distance มันประสบความสำเร็จ นั่นจึงทำให้ผมกล้านำวิธีนั้นมาใช้ในหนังเรื่องนี้ โดยสามารถปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้สอดคล้องกับบทและสตอรีบอร์ดที่มีอยู่แล้วได้ตลอดเวลา”

Nobody Knows 02

แม้เนื้อเรื่องจากมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง (ข่าว Affair of the four abandoned children of Sugamo ที่เด็กทั้งสีต้องอาศัยอยู่ตามลำพังนานถึง 9 เดือนในย่านชานเมืองโตเกียว) ซึ่งก็ดูไปกันได้ดีกับสไตล์หนังแบบนี้ ในขณะที่ผู้ชมเองก็อาจจะคล้อยตามจนสะเทือนใจไปกับชะตากรรมของเด็ๆ ทั้งสี่ได้ไม่ยาก กระนั้นโคเระเอดะเองก็ระวังตัวไม่น้อยในการกำกับทิศทางของหนังเรื่องนี้ไม่ให้ชักจูงและโน้มน้าวคนดูมากไปกว่าการพยายามถ่ายทอดมันออกมาอย่างซื่อสัตย์มากที่สุด “ผมหลีกเลี่ยงการบังคับให้ผู้ชมคิดว่าตัวละคร เคโกะ เป็นแม่ที่เลวร้าย เพราะถ้าเกิดผู้ชมคิดแบบนั้น ผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างจากสื่อมวลชนที่โทษทุกอย่างที่ตัวแม่ ผมคิดว่าเธอเป็นเหยื่อของเหตุการณ์นี้”

Nobody Knows 03

สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือการทำงานกับเหล่านักแสดงเด็ก โดยทั้งสี่คนที่ถูกเลือกมาเล่นเป็นพี่น้องกันต่างไม่มีประสบการณ์ในการแสดงมาก่อนเลย นั่นจึงทำให้โคเระเอดะต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการทำให้เหล่านักแสดงเด็กคุ้นชินกับกล้องให้มากที่สุด ไปจนถึงการสังเกตวิธีการแสดงของแต่ละคนที่อาจจะเล่นได้ดีที่สุดในเทคแรกเท่านั้น ก่อนจะมาปรับวิธีการทำงานให้เข้ากันในแต่ละฉาก ไปจนถึงการใช้เทคนิคโคลสอัพภาพเพื่อจับอากัปกิริยาต่างๆ ของนักแสดงเด็กซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณในชั่วขณะด้วย

“ผมเองไม่รู้หรอกว่าผมเป็นคนรักเด็กหรือเปล่า แต่ผมรักเด็กๆ ในหนังเรื่องนี้มาก ผมเลือกพวกเขามา และให้พวกเขาปรับตัวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นผู้ใหญ่อย่างโลกของการถ่ายหนัง ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบพวกเขาอย่างถึงที่สุด”

….

ยูยะ อะกิระ
ยูยะ อะกิระ

Nobody Knows ได้รับเลือกเข้าสายประกวดหลักในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2004 ก่อนจะคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม โดย ยูยะ อะกิระ ซึ่งยังถือเป็นนักแสดงญี่ปุ่นคนแรก และเป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ โดยในส่วนของหนังนั้นก็ประสบความสำเร็จและแจ้งเกิดตัวโคเระเอดะในเวทีนานาชาติ ก่อนที่โคเระเอดะจะเลือกเส้นทางใหม่เพื่อท้าทาย (ตัวเขาใช้คำว่า ขยายศักยภาพ) ด้วยการไปกำกับหนังย้อนยุคอย่าง Hana ในปี 2007 แม้งานในยุคถัดจาก Nobody Knows สไตล์หนังสารคดีที่เคยโดดเด่นจะค่อยๆ ลดทอนลง ไปสู่การทำหนังเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ กระนั้นโคเระเอดะก็ยังคงได้ชื่อว่าเป็นคนทำหนังที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ผ่านตัวละครในหนังของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ

**เรียบเรียงจาก BIOSCOPE ฉบับ 34 (เดือน ก.ย. 2547)