รื้อหิ้งหนังเก่า : Kids (1995) – เด็ก/เซ็กซ์/ยา!!

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, หนังฮอลลีวูด / รื้อหิ้งหนังเก่า : Kids (1995) – เด็ก/เซ็กซ์/ยา!!

Kids (1995)
เด็ก/เซ็กซ์/ยา!!

Kids  - poster

“ผมอยากทำหนังมาก เพราะมันดูเหมือนจะเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะเล่าเรื่อง มันเหมือนกับเป็นผ้าใบผืนใหญ่ซึ่งคุณสามารถเสนอเรื่องราวให้ดูเหมือนชีวิตจริงได้ เพราะเหตุนี้ Kids จึงเป็นหนังเรื่องแรกของผม”

ทุกอย่างของหนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ แลร์รี คลาร์ก (Larry Clark) ได้รู้จักกับ เอ็ดเวิร์ด ลาคแมน (Edward Lachman – ผู้กำกับภาพ The Virgin Suicides, Erin Brockovich หรือ Far from Heaven ที่ภายหลังได้มาร่วมงานกับคลาร์กใน Ken Park) เมื่อคลาร์กบอกว่าอยากทำหนังจนทนไม่ไหว ลาคแมนซึ่งพอมีเส้นสายอยู่บ้างจึงเอ่ยปากช่วยเหลือ

ช่วงเวลานั้น คลาร์กกำลังหมกมุ่นอยู่กับวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ด เขาชอบไปพูดคุยและถ่ายรูปกับเด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาทำหนังเรื่องนี้ และรวมไปถึงองค์ประกอบหลักอย่างนักแสดงนำอย่าง ลีโอ ฟินซ์แพทริค (Leo Fitzpatrick) และ จัสติน เพียร์ซ (Justin Pierce, 1975-2000) หรือคนเขียนบทอย่าง ฮาร์โมนี โครีน (Harmony Korine – ผู้กำกับสุดเวียร์ดจากผลงานอย่าง Gummo หรือ Spring Breakers) ก็ล้วนถูกชักชวนมาจากนักเล่นสเก็ตบอร์ดในนิวยอร์กนี่เอง

…..

แลร์รี่ คลาร์ก - ผู้กำกับ (คนที่ดูกล้อง)
แลร์รี่ คลาร์ก – ผู้กำกับ (คนที่ดูกล้อง)

ย้อนไปช่วงวัยรุ่น ชีวิตอันสุดมืดมนโลดโพนของคลาร์ก เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้ตัวเขาอยากเล่าเรื่องราวของวัยรุ่นในแบบมุมมองของเขา ตั้งแต่มีเซ็กซ์หมู่กับสาวสายที่ทุกคนเกลียด, ให้สาวอ้วนข้างบ้านทำออรัลเซ็กซ์ให้หลังกลับจากโรงเรียน จากนั้นก็ทำตัวชั่วช้าด้วยการเที่ยวโพนทะนากับเพื่อนๆ, มีเซ็กซ์กับน้องสาวเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนั้นก็ร่วมวงด้วย, ฉีดยาเข้าเส้น มีเรื่องตีรันฟันแทง และพกปืน..!! – ทั้งหมดที่ว่ามา คือสิ่งที่คลาร์กเคยทำมาในช่วงวัยรุ่นทั้งสิ้น ซึ่งบางส่วนก็เคยปรากฏในหนังของเขาอีกด้วย

“ผมรู้จักเด็กๆ ที่โดนพ่อแม่ทำร้าย แล้วก็ไม่มีใครพูดสักคำ ผมรู้จักเด็กผู้หญิงที่มีพี่ชายห้าคน ซึ่งเอาเธอกันหมดห้าคน ทุกคนรู้… บางที พ่อเธออาจจะเอาเธอด้วยก็ได้” คลาร์กไม่เคยเข้าใจว่าทำไมประเด็นเหล่านี้จึงถูกปิดเป็นความลับที่ไม่ควรเปิดเผย และระหว่างที่เขาเพลิดเพลินกับยาและเซ็กซ์ สิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดเขาก็คือ “อยากมีกล้องสักตัวไว้เล่าเรื่องที่อยากเล่า”

…..

Kids 02

หลังจากนั้นคลาร์กทดลองเปลี่ยนการทำงานหลายๆ สายเพื่อต้องเรียนรู้การเล่าเรื่องหลายๆ แบบ หากเมื่อการทำหนังคือความฝันของคนที่มีไลฟ์สไตล์นอกรีตแบบเขาผู้มียาเสพติดเป็นเพื่อนคู่คิด คลาร์กต้องจำเป็นต้องทำงานศิลป์อื่นๆ ไปพลางก่อน พร้อมเริ่มกระบวนการ…เลิกยา!

“ตลอดเวลาหลายปีที่ผมเล่นยามาแล้วก็ทุกๆ อย่าง ผมไม่มีวันทำหนังได้แน่ๆ ตัวผมแม่งเละเกินไป ผมก็เลยพยายามจัดการตัวเองให้เข้าที่เข้าทางซะก่อนจะทำหนังเรื่องแรก” คลาร์ก ลดละเลิกเหล้า/ยาทุกประเภท แต่ก็ทำได้ไม่นานก่อนจะหวนกลับไปใช้ยาใหม่ กลับไปกลับอยู่หลายครั้ง ก่อนที่คลาร์กจะใช้การทำงานหนัก เอาชนะใจตัวเองได้สำเร็จ

…..

Kids 04

แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น กว่า Kids จะได้เปิดกล้อง คลาร์กต้องทำมิวสิควีดิโอเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าตัวเด็กๆ ซื้อเวลาไม่ให้พวกเขากระจัดกระจายไปซะก่อนจะได้ถ่ายทำ จ่ายเงินให้โครีน (ที่พึ่งจบไฮสคูล) อาทิตย์ละร้อยเหรียญและจ่ายเงินให้นักแสดงคนอื่นๆ เป็นค่าเช่าตัว…นานกว่าหนึ่งปี กว่าที่จะได้เงินทุนมาทำหนัง!

คลาร์กใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 6 อาทิตย์กับทุน 1.5 แสนเหรียญ นักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่กับผู้กำกับหน้าใหม่ (ใจวัยรุ่น) ก็ผลิตหนังว่าด้วยหนึ่งวันของเด็กวัยรุ่นในนิวยอร์กซิตี้ ผ่านตัวละคร เทลลี้ (ฟินซ์แพทริค) ตั้งหน้าตั้งตาทำตามอุดมการณ์ ‘พิชิตความบริสุทธิ์’ ของเด็กสาวให้ได้มากที่สุดโดยไม่ป้องกัน หากเมื่อ เจนนี่ (โคลเอ้ เซวิญญี่ – Chloë Sevigny ที่แจ้งเกิดจากเรื่องนี้) หนึ่งในอดีตคู่นอนของเขาพบว่าตัวเองติดเชื่้อเอดส์ ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งเคยมีเซ็กซ์แค่ครั้งเดียว…การตามหาตัวเทลลี่เพื่อบอกข่าวร้ายจึงเริ่มขึ้น

“ผมพยายามจะถ่ายทอดมุมมองของเด็กๆ ว่าพวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่ไม่ได้คิดเรื่องอะไรในอนาคต ผมอยากให้คนดูรู้สึกว่าเหมือนตัวเองได้อยู่ตรงนั้นกับเด็กๆ …ได้อึ๊บ ได้ดูดปุ๊น ได้ทำตัวระยำไปกับพวกเขาด้วย”

…..

Kids 07

ปัญหาคือ ความสมจริงมากจนเกินไป (ซึ่งไม่รู้ใครเป็นคนกำหนด) ก็ทำให้ดีสนีย์ บริษัทแม่ของมิราแม็กซ์เจ้าของหนังเรื่องนี้ ไม่อยากให้หนังได้ออกฉายเพราะเรต NC-17 (ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีดูเด็ดขาด) ที่หนังได้รับ ก่อนที่คลาร์กจะสู้ยิบตาไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น “ไม่ว่าหนังเรื่องนี้จะยอมตัดฉากโป๊หรือไม่ พวกเขาก็คงไม่ยอมให้ฉายอยู่ดี เพราะคงไม่มีวันที่พวกเขาจะยอมให้เรานำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กๆ แบบที่เป็นอยู่จริงๆ ได้ยังไงละ ไร้สาระสิ้นดี!!”

ดีที่สองพี่น้อง ฮาร์วีย์และบ็อบ ไวน์สตีน ผู้บริหารมิราแม็กซ์ขณะนั้น ปลื้มหนังมากจนลงทุนตั้งค่ายหนังใหม่ที่ชื่อ Shining Excalibur Films (ชื่ออย่างเท่ ฮา!) อีกค่ายเพื่อปล่อยหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ และคลาร์กตัดสินใจฉายเรื่องนี้ โดยไม่ต้องใส่เรตอะไรทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่า มีแค่บางโรงเท่านั้นที่ยินดีฉาย

…..

Kids 05

Kids อุดมไปด้วยฉากเซ็กซ์ ความรุนแรงและการเหยียดผิว จนสร้างความฉาวหลังออกฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และซันแดนซ์ จนถึงปัจจุบัน ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาหนังเรื่องนี้ยังคงถูกจดจำเป็นหมุดหมายสำคัญในวงการหนังอินดี้อเมริกัน ส่วนคลาร์กเองก็ยังคงวนเวียนอยู่กับการตีแผ่ด้านมืดของวัยรุ่นผ่านหนังเรื่อยมา เช่น Bully (2001), Ken Park (2002) หรืออย่างล่าสุด The Smell of Us (2014) จนความฉาวทั้งในและนอกจอกลายเป็นเครื่องหมายการค้าติดตัวเขาไปแล้ว

…แต่สิ่งที่คลาร์กเคยพูดไว้เมื่อครั้งทำ Kids คือการย้ำเตือนเหล่าคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ว่า “ไม่ว่าอยากทำหนังแทบเป็นแทบตายแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเอ็งไม่มีสิทธิ์ที่จะควบคุมหนังของตัวเองแล้ว ก็ให้ลืมมันไปเสียเถอะ!!”

**เรียบเรียงจากคอลัมน์ “ครั้งแรก”
นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 31 – เดือนมิถุนายน 2547