หนังโลกที่เราอยากดู : Girlhood (2014) – จงเปล่งแสงในตัวเธอ

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Girlhood (2014) – จงเปล่งแสงในตัวเธอ

Girlhood (2014)
จงเปล่งแสงในตัวเธอ

Girlhood (2015) - poster

ยังมีอีกหลายแง่มุมและความซับซ้อนของเรื่องราวก้าวพ้นวัย (coming of age) ที่รอให้ถูกหยิบมาบอกเล่าบนจอหนัง และ Girlhood ผลงานเพชรน้ำงามเรื่องล่าสุดของ เซลีน เซียมมา (Céline Sciamma) คือข้อยืนยันชั้นเยี่ยม

เซียมมาคุ้นเคยดีกับเรื่องราวการเติบโตของเด็กหญิง/เด็กสาวผู้ไม่ยินยอมน้อมตามแบบพิมพ์ของสังคมที่กดทับ เธอสำรวจมันไว้ละเอียดลออรุ่มรวยใน Water Lilies (2007) และ Tomboy (2011) สำหรับ Girlhood เธอหันมาติดตามเรื่องราวของ มาเรียม (คาริดจา ทูเร นักแสดงหน้าใหม่) เด็กสาวผิวสีชานเมืองปารีสที่จับพลัดจับผลูไปอยู่แก๊งสาวซ่า (ชื่อภาษาฝรั่งเศสของหนัง ‘Bande de filles’ แปลว่า ‘girl gang’) “คราวนี้ฉันอยากเล่าถึงมิตรภาพและพลวัตในกลุ่มผู้หญิง ฉันเชื่อว่าการรวมกันเป็นกลุ่ม -ยิ่งสำหรับผู้หญิงด้วยนั้น- คือการพยายามแสวงหาเสียงให้ตัวเอง เพราะในความสัมพันธ์ที่ทั้งซับซ้อนและเข้มข้นแบบนี้แหละที่เราสามารถนิยามและค้นตัวตนที่แท้จริงของเราเจอ”

Girlhood (2015) - Céline Sciamma
เซลีน เซียมมา (Céline Sciamma)

หนังติดตามการปลูกสร้างและผลัดเปลี่ยนอัตลักษณ์ของมาเรียมผ่านการแบ่งเล่าเป็นตอนๆ แรกเริ่มเธอคือนักเรียนถักผมเปียผู้ต้องอดกลั้นกับสภาพครอบครัวที่พี่ชายขี้กากคอยบงการทุกสิ่ง ต่อมาเธอยืดผมเก๋ตามเพื่อนสาวเมื่อเข้าแก๊ง ค้นพบอิสรภาพเรียกตัวเองใหม่ด้วยชื่อสุดชิคว่า ‘วิค’ (ย่อมาจาก ‘Victory’!) ตะลอนก่อปัญหา เอาเงินที่ขโมยมาเปิดห้องโรงแรมเพื่อปาร์ตี้เต้นรำร่ำร้องเพลง Diamond ของริฮานนากับเพื่อนสาว แล้วกลายมาเป็นสาวส่งยาสวมวิกผมบลอนด์ให้มาเฟียท้องถิ่น ก่อนจะได้เป็น ‘ตัวเธอเอง’ ในท้ายที่สุด

ด้วยความตั้งใจที่จะใส่ความสดใหม่เข้าไปในพล็อตตามสูตรคลาสสิก (“เรื่องของเด็กสาวที่ต้องการเป็นอิสระจากกรอบของครอบครัวและสภาพสังคม”) เซียมมาเลือกให้ตัวละครหลักเป็นสาวผิวสีที่ต้องพึ่งพากันเพื่อเอาตัวรอดในสังคมชายขอบที่ผู้ชายเป็นใหญ่ (“เราอยู่ในสังคมซึ่งเดินด้วยกฎที่ผู้ชายเขียน ผู้หญิงเรารู้สึกถึงมันตลอดต่อให้แสร้งทำเป็นว่ามันไม่มีอยู่แล้วก็ตาม”) ซึ่งเธอมองว่าไม่เพียงเพิ่มพื้นที่เรื่องราวให้กลุ่มวัยรุ่นผิวสีที่ถูกโลกภาพยนตร์ละเลยมาตลอด (หรือบ่อยครั้งถูกนำเสนอในภาพลบ) เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเป็นปัจจุบันได้ดีอีกด้วย

Karidja Touré in Girlhood

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนรอบนอกของปารีสก็เกิดได้กับสังคมร่วมสมัยทุกรูปแบบ อีกอย่างคือฉันไม่ได้เข้าถึงเรื่องราวด้วยการมองว่าโลกของตัวละครเป็นโลกที่แปลกพิสดาร ฉันอยากเล่าเรื่องที่เป็นสากล และไม่มีเหตุผลใดเลยที่ตัวละครของฉันจะเป็นผู้หญิงผิวสีไม่ได้” ในขณะที่เรื่องของมาเรียมบอกเล่าถึง ‘ความเป็นเด็กสาว’ อันเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เชื่อมโยงด้วยได้ แต่ Girlhood ก็ปักหมุดให้เธอเป็นศูนย์กลางของหนังและสำรวจโลกภายในจิตใจของเธอในฐานะตัวละครที่เปราะบางซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นเพียงตัวแทนของกลุ่มประชากรใด “ฉันไม่ได้เล่าว่าการเป็น ‘เด็กสาวผิวสี’ เป็นยังไง แต่ฉันกำลังเล่าว่าการเป็น ‘เด็กสาว’ เป็นยังไงต่างหาก” เซียมมาสรุป

Girlhood (2015) 02

ในขณะที่ชื่อภาษาอังกฤษของหนังฟังคล้ายคลึงกับ Boyhood ของ ริชาร์ด ลิงเคลเตอร์ โดยบังเอิญ เซียมมาก็มองว่า Girlhood เป็นเหมือนกระจกสะท้อนสิ่งที่ Boyhood เป็น คือในขณะที่เล่าเรื่องการเติบโตเหมือนกัน แต่หนังทั้งสองเข้าหาตัวละครที่มีลักษณะตรงข้ามกัน ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน (Boyhood ตามตัวละครเด็กชายผิวขาวในครอบครัวชนชั้นกลางเป็นเวลา 12 ปี / Girlhood ตามตัวละครเด็กหญิงผิวสีในครอบครัวชนชั้นแรงงานในแต่ละช่วงที่เธอ ‘เปลี่ยน’ อัตลักษณ์)

**จาก นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 159 (เมษายน 2015)