จาก Fantastic Four สู่ตำนานหนังที่เกือบจะล่มกลางคัน!

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / จาก Fantastic Four สู่ตำนานหนังที่เกือบจะล่มกลางคัน!

จาก Fantastic Four สู่ตำนานหนังที่เกือบจะล่มกลางคัน!

โดย Okami.G

Fantastic Four - rotten

จากคำวิจารณ์แบบสับเละไม่มีชิ้นดีของบรรดานักวิจารณ์ ที่กระหน่ำใส่หนังแฟรนไซส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดอย่าง Fantastic Four ฉบับรีบูท (นักวิจารณ์บางรายถึงกับกล่าวว่า “หนังพังตั้งแต่ผ่านช่วง 20 นาทีแรก”) ก็ทำให้ จอช แทรงค์ (Josh Trank) ออกมาทวีตโต้ตอบเสียงวิจารณ์ชุดแรกๆ ที่ได้รับก่อนตัวหนังจะฉายจริงที่อเมริกา ทว่าไม่นานทวีตของเขาก็ถูกลบ แต่ก็ไม่พ้นมือเซฟบนโลกออนไลน์ ที่เก็บภาพไว้ได้ทัน ในทวีตที่แทรงค์กล่าวว่า “ความจริงก็คือ ปีก่อน ผมมีหนังในเวอร์ชั่นที่เยี่ยมยอดมาก แต่มันกลับได้ผลตอบรับที่ไม่ดีเลยถูกเปลี่ยน แน่ละว่าพวกคุณจะไม่ได้เห็นเวอร์ชั่นนั้น”  และจนถึงตอนนี้แทรงค์ก็ยังไม่ออกมากล่าวอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเขียนไป การโยนความผิดให้กับสตูดิโอต้นสังกัดแบบเต็มๆ ของเขา ก็เข้ากับรายงานที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีโปรดิวเซอร์ได้ลงไปจัดการปิดจ๊อบให้กับโปรเจ็กต์นี้เอง ก่อนจะฉายจริงถึงสองเดือน โดยพวกเขาใช้ฟุตเทจที่ถ่ายทำใหม่กับการแก้ไขในฉบับสุดท้าย

Fantastic Four - Trank Twitter
ทวีตที่ จอช แทรงค์ กล่าวหาสตูดิโอ

ประเด็นปัญหาระหว่างการถ่ายทำ ที่ผู้กำกับกล่าวหาว่าเป็นความผิดของต้นสังกัด อันทำให้หนังได้ผลตอบรับติดลบถล่มทลายขนาดนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดความขัดแย้งกันในกองถ่าย ทั้งระหว่างคนทำหนังและทีมงาน มีเรื่องอื่นๆในอดีตเยอะแยะที่เจอปัญหาขณะถ่ายทำเหมือนกัน แต่บางเรื่องก็ทำเอาทีมงานมองหน้ากันไม่ติดเลยทีเดียว

The Wizard of Oz (1939)
The Wizard of Oz (1939)

ตัวอย่างเช่นหนังปี 1939 เรื่อง The Wizard of Oz ที่แม้จะกลายเป็นหนังคลาสสิกสุดอมตะ แต่เชื่อหรือไม่ว่า Wizard of Oz ก็เจอปัญหาขณะถ่ายทำเหมือนกัน โดยเป็นข่าวลืออยู่หลายปีทีเดียว เมื่อนักแสดงนำอย่าง จูดี้ การ์แลนด์ (Judy Garland) ต้องทุกข์ทรมาณจากการกินยานอนหลับ เนื่องจากไม่มีเวลาพักผ่อนระหว่างถ่ายทำหนัง รวมไปถึงนักแสดงที่รับบทเป็น Tin Man อย่าง แจ็ค ฮาร์เลย์ (Jack Haley) ก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลจากอาการแพ้สีเงินที่ใช้ทาตัวอย่างรุนแรง หรือแม้กระทั่ง มาร์กาเร็ต ฮามิลตัน (Margaret Hamilton) ผู้แสดงเป็น Wicked Witch ก็ต้องรักษาแผลไหม้จากเอฟเฟคดอกไม้ไฟเป็นเวลานาน จนถึงขั้นจะถอนตัวจากหนัง แต่ท้ายที่สุดเธอก็ยอมกลับมารับบทเดิมโดยมีเงื่อนไขเดียวคือ ห้ามใช้ดอกไม้ไฟเด็ดขาด!

The Abyss (1989)
The Abyss (1989)

หรือผู้กำกับคนดัง เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) กับหนังไซไฟปี 1989 อย่าง The Abyss ที่ Cameron สร้างเรื่องไว้กับดารานำอย่าง เอ็ด แฮร์ริส (Ed Harris) โดยย้ายจุดพักถังออกซิเจนในฉากใต้น้ำที่ Harris ต้องพักหายใจก่อนจะเดินกล้องต่อ โดยไม่มีการบอกนักแสดงก่อน ด้วยเหตุผลว่าจะทำให้ฉากดูดีขึ้น และเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง Harris ที่มาถึงและไม่เจอถังออกซิเจนก็เกิดอาการตื่นตระหนกและทำให้เขาเกือบขาดอากาศหายใจตาย Harris ตัดสินใจถ่ายทำต่อจนจบ แต่บอยคอตแคมเปญโปรโมตหนังของ The Abyss ทุกแคมเปญ

Kate Winslet and James Cameron from Titanic
เจมส์ คาเมรอน (ยืน) และ เคต วินสเลต (ในน้ำ) จากหนังเรื่องดังของเขา Titanic (1997)

ไม่เพียงเท่านั้น คาเมรอน ยังคงเพิ่มตำนานส่วนตัวไปอีก เมื่อครั้งทำ Titanic (1997) ซึ่งยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จนทำให้มีสตั๊นแมนบาดเจ็บสาหัส 3 คน และมีทีมงานกว่า 50 คนต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ จากอุบัติเล็กๆ น้อยๆ ในกองถ่าย เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ เคต วินสเลต (Kate Winslet) ตัดสินใจที่จะไม่ร่วมงานกับคาเมรอน ตามรอยเอ็ด แฮร์ริสไปอีกคน

Alien 3 (1992) และ เดวิด ฟินเชอร์ ในวัย 29 ปี
Alien 3 (1992) และ เดวิด ฟินเชอร์ ในวัย 29 ปี

แม้แต่หนังแฟรนไชส์ดังอย่าง Alien ก็เจอจุดตกต่ำเหมือนกัน โดย Alien 3 เมื่อปี 1992 นับว่าเป็นภาคที่มีปัญหาและได้เสียงวิจารณ์ย่ำแย่ที่สุด ในขั้นโปรดักชั่น หนังมีปัญหาตั้งแต่การเขียนบทที่ขัดแย้งกับโครงเรื่องเก่าของแฟรนไชส์โดนสิ้นเชิง ข้อถกเถียงที่ไม่จบสิ้นนี้ ทำให้ผู้กำกับคนแรกของโปรเจ็กต์ตัดสินใจเดินออก และต้นสังกัดได้จ้าง เดวิด ฟินเชอร์ (David Fincher) ในวัย 29 ปีเข้ามารับหน้าที่แทน ฟินเชอร์ในยุคนั้นถือเป็นมือใหม่ที่ไม่มีผลงานการันตีใดๆ และ Alien 3 ก็เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของเขา ซึ่งในท้ายที่สุดหลังได้ผลตอบรับย่ำแย่กลับมา ฟินเชอร์ก็ยังกล่าวจนถึงทุกวันนี้ว่า “ไม่มีใครจะเกลียดมันไปกว่าผมอีกแล้ว”

Blade Trinity (2004)
Blade Trinity (2004) ของ เดวิด เอส โกเยอร์ ผู้กำกับ (ขวามือสุด)

จากที่กล่าวมา คงไม่มีเรื่องไหนประสบปัญหารุนแรงเท่าที่ Blade: Trinity เจอ ซึ่งเกิดการทะเลาะกันระหว่างนักแสดงนำ เวสลีย์ สไนป์ส (Wesley Snipes) และผู้กำกับ เดวิด เอส โกเยอร์ (David S. Goyer) จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายต่อหน้าทีมงานทั้งกองถ่าย ไม่มีใครรู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเวลาต่อมาก็มีรายงานว่า สไนป์สได้กล่าวหาโกเยอร์ว่าเป็นพวกเหยียดผิวและตัดสินใจใช้กำลังแทนการสื่อสาร ท้ายที่สุดก็มีการเจรจาตกลงกันด้วยดีเพื่อให้โปรเจคดำเนินการต่อได้ และตลอดระยะเวลาถ่ายทำที่เหลือ สไนป์สและโกเยอร์ก็เลือกที่จะสื่อสารกันผ่านกระดาษโน้ตแทนการพูดคุยโดยตรงแทน

Mad Max Fury Road (2015)
Mad Max Fury Road (2015) ของ จอร์จ มิลเลอร์ (ขวามือ)

ปิดท้ายด้วยหนังใหม่ปีนี้อย่าง Mad Max: Fury Road (2015) ที่เป็นข้อพิสูจน์ได้ชัดเจนเลยว่า ไม่ใช่ทุกเรื่องที่มีปัญหาจะกลายเป็นหนังเจ๊งประจำบ๊อกซ์ออฟฟิศ ซึ่งก่อนที่จะประสบความสำเร็จขนาดนี้ ไม่กี่ปีก่อนมีข่าวลือว่าหนังไม่สามารถดำเนินการถ่ายทำได้เนื่องจากสองนักแสดงนำ ทอม ฮาร์ดี้ (Tom Hardy) และ ชาร์ลิส เทียรอน (Charlize Theron) ไม่ยอมคุยกัน ซึ่งสื่อบางรายก็ให้ข้อมูลว่า เทียรอนอ้างเหตุผลที่ฮาร์ดี้เป็นคนที่ดูเศร้าและพิลึกแบบแปลกๆเธอจึงไม่กล้าคุย และเมื่อราวๆช่วงต้นยุค 2000 ตอนที่โปรเจคดำเนินการมาได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องสั่งหยุดการถ่ายทำเนื่องจากเหตุรบกวนของสงครามอิรัก พอโปรเจ็กต์ได้ดำเนินการใหม่อีกหน ผู้กำกับ จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ก็เจอคำเตือนจากต้นสังกัดเรื่องงบประมาณที่ทำบานปลายเกินกว่า 150 ล้านดอลล่าร์ แต่กรณีของ Mad Max ก็ไม่มีใครโวยวายอะไร เนื่องจากหนังประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายนั่นเอง

——————————————-

ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้
ทางรายการ Entertainment Now
วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 8.00-9.00 น. ทางช่อง MONO 29

Entertainment Now