รื้อหิ้งหนังเก่า : Three Colors : Blue / White / Red

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / รื้อหิ้งหนังเก่า : Three Colors : Blue / White / Red

Three Colors : Blue / White / Red
มนุษย์และชะตากรรมจากพระเจ้า

Three Colors  Blue  White  Red

คริสซ์ตอฟ เคียสลอฟสกี้ (Krzysztof Kieslowski, 1941 – 1996) ยอดผู้กำกับชาวโปแลนด์ผู้ล่วงลับ ได้สร้างไตรภาคสามสี โดยตีความตามแถบสีของธงชาติฝรั่งเศสและออกฉายในช่วงระหว่างปี 1993-1994 และได้รับคำวิจารณ์ยกย่องอีกทั้งกวาดรางวัลตามเทศกาลมาอย่างมากมาย ทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเวนิซ (Blue), รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองเบอร์ลิน (White), และเข้าชิงสามรางวัลออสการ์ ได้แก่สาขา ผู้กำกับ ผู้กำกับภาพ และบทดั้งเดิม (Red)

Krzysztof Kieslowski
คริสซ์ตอฟ เคียสลอฟสกี้ (Krzysztof Kieslowski, 1941 – 1996)

ทั้งสามเรื่อง เป็นการร่วมเขียนบทกันของเคียสลอฟสกี้ และ คริสซ์ตอฟ พิสซีวิคส์ (Krzysztof Piesiewicz) ผู้มีอาชีพหลักเป็นทนายความที่ไม่เคยเขียนบทหนังมาก่อน ซึ่งทั้งคู่ร่วมเขียนบทหนังกันทั้งสิ้น 17 เรื่อง ตั้งแต่เรื่อง No End (1984), หนังชุด Decalogue ทั้ง 10 ตอน (1989 – 1990), The Double Life of Véronique (1991), หนังชุด Three Colors และ หนังชุด Heaven (2002, ทอม ทึกเวอร์), Hell (2005, ดานิส ทาโนวิช) และ Hope (2007, สตานิสลอว์ มูชา) ที่เคียสลอฟสกี้เสียชีวิตก่อนที่จะได้กำกับทั้งสามเรื่องสุดท้าย

ความน่าสนใจหลายๆ อย่างของหนังชุดสามสีนี้ คงอยู่ในกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เคียสลอฟสกี้พยายามสอดแทรกแทนความหมายลงไป ตั้งแต่เรื่องราวของทั้งสามตอนที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกันจนทำให้เราเห็นตัวละครจากตอนหนึ่งไปปรากฏตัวในอีกตอนหนึ่ง, หญิงชราที่เดินหอบถุงไปทิ้งขยะ แต่ไปยังไงก็ไม่ถึงถังขยะสักที ซึ่งในแต่ละเรื่องก็จะมีปฏิกิริยากับตัวละครนี้แตกต่างกันออกไป (ซึ่งหญิงชราคนนี้ยังไปอยู่ในหนัง The Double Life of Véronique อีกด้วย) หรือแม้แต่ตัวละครชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มักจะปรากฏตัวมาในขณะที่ตัวละครหลักกำลังตัดสินใจทำสิ่งผิดบาปอยู่ เป็นต้น

หนังชุดนี้ทำให้เคียสลอฟสกี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับชั้นครูของโลก ด้วยความโดดเด่นของการวิพากษ์มนุษยชาติ และสไตล์อันงดงามที่ราวบทกวีจากสรวงสวรรค์

Three Colors Blue (1993)

Three Colors: Blue (1993)

เมื่อสีน้ำเงินในธงชาติฝรั่งเศสหมายถึง ‘เสรีภาพ’ Blue จึงตั้งคำถามว่า “คนเราจะมีเสรีภาพในการสลัดอดีตทิ้งไปหรือไม่?” จูลี่ (จูเลียต บินอช) เป็นภรรยาสาวของคอมโพสเซอร์ชื่อดัง ผู้สูญเสียทั้งสามีและลูกสาวไปกับอุบัติเหตุ เธอตัดสินใจลบอดีตอันแสนเจ็บปวดและเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำลายโน๊ตเพลงที่สามีและเธอยังแต่งไม่เสร็จ กลับไปใช้นามสกุลเดิม มีเซ็กซ์กับชายอื่น ขายบ้านทิ้งแล้วย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์

Three Colors Blue (1993) 01

แต่อดีตก็ยังตามมาหลอกหลอนเธอ เคียสลอฟสกี้สร้างอดีตที่เจ็บปวดให้เป็นรูปธรรมด้วยการใช้ ‘สีน้ำเงิน’ และ ‘บทเพลงที่ทั้งสองร่วมแต่ง’ คอยไล่ล่าจูลี่ตลอดทั้งเรื่อง ภายนอกที่ดูเหมือนเรียบเฉยสบายดี แต่เธอก็มักจะไปดำน้ำและร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน สระว่ายน้ำคือที่เดียวที่เธอระบายความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้ ในตลอดเวลาที่เราเห็นตัวละครนี้ไม่เคยแสดงความโศกเศร้าใดๆ กับชีวิตให้เห็น หากแต่เธอยังไม่สามารถสลัดทิ้งความสูญเสียเหล่านั้นทิ้งไปได้

…จนวันหนึ่ง เธอไปพบเมียเก็บลับๆ ของสามีเธอซึ่งกำลังตั้งท้องอยู่ จูลีจึงเริ่มพบความหวังและได้เรียนรู้เสรีภาพที่แท้จริงเสียที

Three Colors White (1994) 01

Three Colors: White (1994)

สีขาวในธงชาติฝรั่งเศสคือ ‘ความเท่าเทียมกัน’ แต่เคียสลอฟสกี้กลับแปลความหมายให้เสียใหม่ว่า ‘การล้างแค้น’ เขาเล่าเรื่องตลกร้ายของ คาโรล (ซบิกนิว ซามาโชวสกี้) ช่างทำผมชาวโปแลนด์ที่สูญเสียทุกอย่างเมื่อถูกเมียชาวฝรั่งเศสฟ้องหย่า (จูลี่ เดลฟี่) โดยอ้างว่าเขาเสือมสมรรถภาพทางเพศ เคราะห์ซ้ำเมื่อร้านทำผมเกิดไฟไหม้ คาโรลต้องการกลับบ้านเกิดที่โปแลนด์แต่ไม่มีเงิน เขาจึงเลือกที่จะซ้อนตัวในกระเป๋าเดินทาง แต่ก็ยังโชคร้ายซ้ำซ้อน เมื่อมาเฟียดันหยิบกระเป๋าผิดใบจนคาโรลถูกรุมซ้อมเจียนตาย

Three Colors White (1994) 02

หลังจากผ่านเหตุการณ์สารพันแสนเจ็บปวด คาโรลจึงวางแผนแก้แค้นภรรยาของเขา ด้วยการแกล้งตายและทำเป็นว่าจะยกมรดกให้ เธอรีบบินมาโปแลนด์โดยมีเขาแอบดูที่งานศพ แต่คาโรลก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าแท้จริงแล้วภรรยายังรักเขา คาโรลปรากฏตัว และทั้งสองก็ได้ร่วมรักกันอีกครั้ง

หากเคียสลอฟสกี้ ก็สวมบทพระเจ้ากลั่นแกล้งคนดู ด้วยการให้พวกเขาตื่นขึ้นมาโดนตำรวจบุกรวบตัว และแจ้งจับภรรยาของคาโรลว่า เธอคือคนที่วางแผนฆ่าคาโรลเพื่อชิงมรดก เธอถูกจับเข้าคุก ในช่วงเวลาที่ผู้ชมกำลังงุนงงกับความจริงและความลวง เมื่อคาโรลไปเยี่ยมภรรยาในคุก กลับกลายเป็นว่า…นี่คือช่วงเวลาแสนสุข (อันกระอักกระอวน) ที่ทั้งสองได้กลับมาคืนรักกันอีกครั้งอย่างงดงาม และค้นพบความรักแท้จริงที่ทั้งสองตามหามานานในที่สุด

Three Colors Red (1994) 01

Three Colors: Red (1994)

อิแรน ชาค็อบ คือหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก เคียสลอฟสกี้แจ้งเกิดเธอใน The Double Life of Véronique เคียสลอฟสกี้บอกว่า อิแรนเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ แถมยังเป็นคนขี้อาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาไม่ได้ในวงการภาพยนตร์!

Red สมบูรณ์ที่สุดในการเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของไตรภาคนี้และของเคียสลอฟสกี้เอง เขาตีความหมายของสีแดง ‘ภารดรภาพ’ (ความเป็นพี่น้องกัน) ด้วยการสร้างหนังที่เต็มไปด้วยความรักในมวลมนุษยชาติ อิแรนรับบท วาล็องตีน (หรือ วาเลนไทน์) นางแบบสาวดาวรุ่ง เธอได้รู้จักกับผู้พิพากษาที่เกษียณแล้วหลังจากที่เธอขับรถชนสุนัขของเขา แม้เธอจะไม่พอใจนักที่งานอดิเรกของผู้พิพากษาท่านนี้ คือการดักฟังโทรศัพท์ของทุกๆ บ้านในเมืองนี้ แต่ในที่สุดทั้งสองก็เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดของทั้งสองฝ่ายจนกลายเป็นเพื่อนกัน

Three Colors Red (1994) 02

โดยหนังยังเล่าเรื่องของ ออกัสติน ทนายหนุ่มสุดหล่อเพื่อนบ้านของวาล็องตีนที่กำลังโดนหญิงคนรักสวมเขา เส้นเรื่องทั้งสองดำเนินไปพร้อมๆ กัน และเรามักเห็นทั้งวาล็องตีนและออกัสตินมักอยู่ในฉากเดียวกัน ทั้งๆ ที่ทั้งสองยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

Three Colors Red (1994) 03

…ทั้ง 6 ชีวิต (จูลี่กับคนรักของเธอ จาก Blue, คาโรลกับภรรยาของเขา จาก White และ วาล็องตีนกับออกัสติน จาก Red) ก็ได้มาขึ้นเรื่อโดยสารลำเดียวกัน พวกเขาได้มาบรรจบมีชะตากรรมรวมกัน และทำให้เราได้แต่ตระหนักว่า ท้ายที่สุด ชีวิตมนุษย์ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา

***เรียบเรียงจาก คอลัมน์ DVD of the month
โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร และ สุนทร มณีรัตนาศักดิ์

นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 16 (มีนาคม 2546)