หนังโลกที่เราอยากดู : The Assassin (2015) – บู๊พริ้วไหวสไตล์ ‘โหว เสี่ยวเซี่ยน’

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, หนังเอเชีย / หนังโลกที่เราอยากดู : The Assassin (2015) – บู๊พริ้วไหวสไตล์ ‘โหว เสี่ยวเซี่ยน’

The Assassin (2015)
บู๊พริ้วไหวสไตล์ ‘โหว เสี่ยวเซี่ยน’

POSTER

กว่า 35 ปีในชีวิตการทำหนังของผู้กำกับชั้นครูชาวไต้หวันผู้นี้ หนังของ โหว เสี่ยวเซี่ยน (Hsiao-hsien Hou) มีลายเซ็นที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ ทั้งจังหวะการเล่าเรื่องแสนเชื่องช้าจริงจัง การใช้ลองเทค (Long take) ไปจนถึงการแช่กล้องนิ่งเพื่อให้ผู้ชมได้จับจ้องการแสดงในกรอบภาพและองค์ประกอบที่คิดมาอย่างถี่ถ้วน

Hsiao-hsien Hou - The Assassin
Hsiao-hsien Hou

โดย The Assassin หนัง รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2015 นี้ เป็นผลงานล่าสุดที่ห่างจากเรื่องก่อนหน้าอย่าง Flight of the Red Balloon (2008) ถึง 8 ปีเรื่องนี้ ว่าด้วยหญิงสาวที่ถูกลักพาตัว เพื่อไปฝึกเป็นนักฆ่าตั้งแต่เด็ก (ซูฉี) หากแต่เมื่อเธอทำงานพลาดในครั้งหนึ่ง เธแก็ถูกลงโทษให้กลับไปเผชิญอดีตที่บ้านเกิดอีกครั้ง – ซึ่งคราวนี้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ ซูฉี หนังแสดงสาวสุดเซ็กซี่ที่เคยมาร่วมงานกันใน Millennium Mambo (2001) หนังซึ่งเข้าสายประกวดหลักในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนั้น และส่งให้เธอเปลี่ยนสถานะจากดาราหนังเกรดสามสู่การเป็นนักแสดงขายฝีมือและนักแสดงเมนสตรีมแบบเต็มตัว (ก่อนที่ทั้งคู่จะได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งใน Three Times ปี 2005 และ The Assassin)

The Assassin 05

…และนี่คือบทสัมภาษณ์ของ โหว เสี่ยวเซี่ยน โดย เจอร์ราด เลฟอร์ด ( และแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย โทนี่ เรนส์ )

ถาม – คุณวางช่วงเวลาไว้ว่าอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9 ของจีน ช่วงปลายของราชวงศ์ถัง (ปี 618-907) ช่วงนั้นมีเหตุการณ์การก่อกบฎขึ้น ซึ่งสงสัยว่าทำไมถึงเลือกช่วงนั้นมาเป็นเนื้อเรื่อง ?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – รู้และสนใจในการก่อกบฏในราชวงศ์ถังตั้งแต่สมัยที่ผมเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมและอุดมศึกษา ผมมีความใฝ่ฝันมานาน ผมอยากจะทำภาพยนตร์เกี่ยวกับพวกเขาและภาพยนตร์เรื่อง The Assassin นี้ก็มีแรงบันดาลใจมาจากพวกเขาด้วย ซึ่งถ่ายทอดผ่านนี้ ยินเหนียง ในนวนิยายได้บรรยายรายละเอียดต่างๆในทุกๆวันอย่างครบถ้วน คุณอาจจะบอกว่าเหมือนจริงแล้วก็ได้แต่ว่าผมต้องการมากกว่านั้นหากเป็นภาพยนตร์ ผมใช้เวลาในการอ่านประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นอย่างละเอียด และเริ่มค้นคว้าด้วยตัวเอง อาทิ อาหารที่คนยุคนั้นกิน เครื่องแต่งกายในสมัยนั้นผมใส่ใจในทุกรายละเอียด อย่างเช่น วิธีการอาบน้ำจะแตกต่างกันตามฐานันดรว่าจะเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่ง ขุนนางยศสูง หรือว่าชาวนา นอกจากนี้ยังมีบริบทของการเมืองสอดแทรกด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่ศาลของราชวงศ์ถังถูกแทรกแซงโดยผู้ว่าการที่คอยท้าทายอำนาจของราชวงศ์ถัง บางมลฑลถูกบังคับให้แยกตัวออกจากราชวงศ์ ความขัดแย้งนี้บานปลาย จนกระทั่งมีการก่อกบฏ ตามมลฑลต่างๆ ซึ่งราชวงศ์ก็ก่อตั้งกองทหารรักษาการณ์เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดช่วงปลายศตวรรตที่ 9 ซึ่งราชวงศ์ถังก็ล่มสลายในปี 907 ผมหวังว่าผมจะสามารถถ่ายทอดช่วงยุคสมัยนั้นให้ออกมาได้อย่างสมจริง ผมเลยสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์แบบไม่บิดเบือน

The Assassin 02

ถาม – ส่วนที่อยู่ในภาพยนตร์เกี่ยวกับ วิหค ที่จะร้องเพลงและเต้นรำจนกว่าจะมีกระจกมาวางไว้ใกล้ๆ กรง คุณได้ใช้เรื่องนี้จากบันทึกราชวงศ์ถังด้วยไหม ?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – ใช่ มันเป็นเรื่องที่รู้จักกันดีในจีน คุณจะเจอมันในภาพยนตร์ด้วย แต่คำว่ากระจกและวิหคนั้นจะถูกตีความให้เป็นสัญลักษณ์แทน

ถาม – The Assassin เป็นภาพยนตร์กำลังภายใน ที่มีฉากการใช้วิทยายุทธ์ต่อสู้ ซึ่งภาพยนตร์ประภทนี้มีมานานแล้ว แต่นี่กลับเป็นเรื่องแรกของคุณที่สร้างแนวนี้

โหว เสี่ยวเซี่ยน – มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานของภาพยนตร์กำลังภายใน ตอนที่ผมยังเด็กในไต้หวันประมาณปี 1950 โรงเรียนของผมมีวรรณกรรมกำลังภายในเยอะมาก และผมก็ชอบอ่านมาก ผมอ่านมันทุกเรื่องเลย ผมเคยเห็นภาพยนตร์กำลังภายในที่ได้อิทธิพลจากงานเขียนของ จูลส์เวิร์น (Jules Verne) และใช้มันเป็นภาพยนตร์กำลังภายในจากฮ่องกง ซึ่งทุกคนเข้าใจว่ามันคือ กังฟู และภาพยนตร์ที่ต่อสู้ด้วยดาบ ผมศึกษาภาพยนตร์เหล่านั้นตั้งแต่เด็กๆ และผมคลั่งมันมากเลย ผมคิดว่าซักวันผมจะสร้างหนังกำลังภายในเองซักเรื่องให้ได้ แต่ถ้าจะให้เป็นไปตามอิทธิพลงานเขียนของจูลส์เวิร์น มันคงไม่ใช่แบบของผม แบบที่บินได้ต่อสู้กลางอากาศ ต่อสู้บนหลังคา ผมคงไม่ทำแบบนั้น ผมจะให้ต่อสู้บนพื้น

ซึ่งฉากต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่อง The Assassin จะเป็นแบบดั้งเดิมจริงๆ ต่อสู้แบบจริงๆ ซึ่งผมค่อนข้างใส่ใจและห่วงในนักแสดงของผม ผมจะป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้ว่าจะใช้ดาบไม้บ้าง แต่ว่าบางฉากมันก็ดุเดือดจริงๆ ซู ฉี นักแสดงนำ ก็มีแต่รอยช้ำหลังจากเข้าฉากและสิ่งที่ท้าทายมาก สำหรับผมคือการมีนักแสดงญี่ปุ่นอย่าง คุโรซาว่า และคนอื่นๆ ที่มีศิลปะการต่อสู้ตามแบบของเขา ซึ่งเป็นแบบซามูไร ไม่ใช่กังฟู

The Assassin 03

ถาม – ทำไมภาพยนตร์เรื่อง The Assassin ถึงเป็นภาพขาวดำในช่วงต้น?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – เพราะเป็นบทที่ผมสร้างมาจากสัญชาตญานของผม ผมต้องการวิธีการแบบดั้งเดิมที่สร้างภาพยนตร์ การสร้างภาพขาวดำ มันเป็นการสื่อให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ และเนื้อเรื่องก็บอกเล่าคู่ขนานไปกับประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเราจะสลับภาพเป็นสีในการเล่าเรื่อง

ถาม – ในฉากที่ต้องถ่ายแบบใกล้ๆ คุณรักษาระยะห่างอย่างไรระหว่างกล้องกับตัวนักแสดง?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – มันต้องพอดีเอามากๆ สำหรับระยะห่าง ผมต้องการถ่ายแบบต่อเนื่อง ผมต้องเพิ่มฉากเข้าไป เพื่อที่จะได้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นเบื้องหลังหรือรอบๆ ตัวละครนั้นๆ หรือแม้แต่ฉากสถานที่รอบๆ ตัวละคร เพราะทุกอย่างสำคัญ และผมไม่ชอบการตัดต่อ เพราะมันทำให้การเคลื่อนไหวของตัวละคร ท่าทางมันกระตุกไม่ต่อเนื่อง

ถ้าคุณมีโอกาสได้ดูภาพยนตร์ของผมเรื่อง Flowers of Shanghai (1998) ซึ่งฉากจะนำเสนอในมุมกว้างมีการตัดต่อจริงๆ แค่ 30 ฉากเอง ทั้งเรื่อง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจะให้เป็น ผมไม่ใช่ผู้กำกับที่ต้องการจะถ่ายเจาะนักแสดง บางครั้งผมไม่ได้ถ่ายพวกเขา และบอกเขาด้วยการต้องกระซิบข้างๆ หูเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องอ่านบท แต่เมื่อถึงฉากที่ต้องแสดง ผมก็ปล่อยให้พวกเขาแสดงบทของตัวเองให้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ผมไม่ได้ถ่ายเจาะไปที่ตัวนักแสดงหรือหน้าเพราะผมไม่ต้องการทำลายสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมาผ่านทางท่าทาง และ โดยหน้าที่ของผม โดยตำแหน่งของผม ผมต้องยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในฉากให้ได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นฉากที่ดีที่สุดก็ได้ ซึ่งมันทำให้เกิดภาพที่มีเรื่องราว นั่นคือผลพลอยได้

และคำตอบที่ว่าทำไมผมถึงถ่ายทำแบบมีระยะห่าง มีฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่สำคัญ มันเป็นฉากระหว่าง เที่ยน, จิน และ สนมของเขา ผมถ่ายหลายครั้งมาก แต่ว่านักแสดงก็ไม่ได้ท้อและเหนื่อยเลย ผมไม่ใช่คนซาดิสม์นะ แต่กว่ามันจะได้อารมณ์ของฉากนั้นๆ มันจะต้องทำให้เขาแสดงออกถึงความเป็นฉากนั้นจริงๆ พวกเขาต้องเป็นมากกว่าที่ผมเห็น ระหว่างถ่ายทำผมมักจะแอบไปอยู่ในมุมที่นักแสดงไม่เห็นผม พวกเขาจะไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงไหน และตรงนั้นผมจะพิจารณา ผู้กำกับควรจะอยู่ในมุมที่ถูกต้องเพื่อจะได้เห็นเรื่องราวในแบบที่มันควรจะเป็น

The Assassin 04

ถาม – ซู ฉี รับบท หยินเหนียง ซึ่งเคยทำงานร่วมกับคุณในภาพยนตร์เรื่อง Millennium Mambo (2001) และ Three Times (2005). ส่วนจาง เจิน ก็เคยร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง Three Times, มารับบท เที่ยน คุณคาดหวังอะไรกับทั้งคู่หรือไม่?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – พวกเขาเป็นตัวละครในฝันของผมเลย แต่ละคนก็มีฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดา ทั้งคู่ต้องแสดงร่วมกัน ผมชอบการแสดงที่เป็นธรรมชาติของพวกเขา ซูฉี เป็นผู้หญิงสบายๆ ที่อาศัยอยู่ที่ฮ่องกงที่ที่เธอมีเพื่อนๆห้อมล้อมแต่ว่าเธอก็ยังโดดเด่น ส่วนจางเจินเขาเป็นคนยุติธรรมและค่อนข้างเงียบ พวกเขาทั้งคู่ต่างเคารพในตัวเองและให้เกียรติคนรอบข้าง ซึ่งการเคารพตัวเองและการเคารพผู้อื่น นี้เป็นพื้นฐานที่จำเป็นในการสร้างภาพยนตร์ เหมือนๆ กับชีวิต

ถาม – มีนักแสดงหญิงเยอะมากในภาพยนตร์เรื่อง The Assassin

โหว เสี่ยวเซี่ยน -ผมค่อนข้างเข้าข้างผู้หญิงนะ โลกของพวกเธอ โลกของผู้หญิง ความคิดของผู้หญิงมันน่าสนใจมากกว่าผู้ชายในความคิดผมนะ ผู้หญิงจะมีความอ่อนไหว มีความคิดที่ซับซ้อน คุณอาจจะบอกได้ว่าผู้หญิงมีความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนและค่อนข้างน่าสนใจ ในขณะที่ผู้ชายมีความคิดที่ค่อนข้าง เป็นเหตุเป็นผลมากกว่าจึงดูน่าเบื่อ นอกจากนี้ผู้หญิงแต่ละคนยังมีความซับซ้อนที่แตกต่างกันอีก

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ภรรยาของขุนนางไม่ปกป้องสมบัติของตระกูลเว่ยโบเลย หยินเหนียงนักฆ่าสาวมีความแตกต่างในหน้าที่และจิตใจเธอควรจะทำตามคำสั่งแบบไม่คิดแต่เธอกลับระงับความรู้สึกที่มีต่อชายคนที่เธอจะฆ่าไม่ได้ มันมีอารมณ์อิสระ การแก้ปัญหา ความโดดเดี่ยว ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เป็นบุคลิกของตัวละครผู้หญิงในภาพยนตร์ของผม

The Assassin 01

ถาม – คุณถ่ายทำที่ไหน?

โหว เสี่ยวเซี่ยน -เราถ่ายทำในมองโกเลีย ทางเหนือของจีน และมลฑล หูเบ่ย. ผมเห็นป่าสีเงินและลำธาร มันเหมือนภาพวาดของจีนโบราณ ภาพของแม่น้ำและภูเขา เหมือนภาพที่สะบัดพูกัน แต่ว่าไม่ได้ออกถึงขั้นแฟนตาซีนะ สิ่งที่ผมต้องการที่จะนำเสนอในภาพยนตร์เกี่ยวกับภาพของทิวทัศน์ ผมต้องการให้คนอยู่ในสถานที่ที่สวยงาม เหมือนทิวทัศน์โอบล้อมตัวละครอยู่ และผมค่อนข้างจะ ถ่ายทำแบบสมจริงเป็นสิ่งที่ทำในชีวิตจริงๆ บางทีพวกเขาก็มีส่วนร่วมในบางฉาก พวกเขาแนะนำ ผมว่าจะถ่ายทำภาพคนโบราณอย่างไร มุมไหน ที่ดูธรรมชาติ และดูเป็นจริง เมื่อชาวบ้านหิว ตัวละครจะไม่สนใจว่ากล้องจะขยับไปทางไหน พวกเขาก็เดินไปตัดเนื้อที่ตากแห้งที่ห้อยอยู่กับเสาเลย และผมก็ถ่ายทำเก็บไว้ แม้ว่ามันจะไม่มีอยู่ในบท อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ ในปรัชญาการทำงานของผมในฐานะผู้กำกับ ผมจะปล่อยทุกอย่างให้มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น

ถาม – คิดอย่างไรที่มีการนำไปเปรียบเทียบกับต้นฉบับที่เป็นนวนิยาย?

โหว เสี่ยวเซี่ยน – ผมไม่เคยสนใจคำวิจารณ์เลย ถ้าภาพยนตร์เป็นแม่น้ำ ผมจะสนใจว่ามันจะไปทางไหน ความเร็วที่ไหล การออกนอกเส้นทาง แรงลม น้ำวน มากกว่านั้นจุดหมายอยู่ที่ไหนจะสามารถออกทะเลได้ หรือไม่แล้วคุณวางคนดูไว้ฝ่ายไหน? คนดูบางคนจะนั่งอยู่ท่ามกลางฝนของกระแสที่รับเอาทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตผ่านเข้าตัวเอง ทั้งจังหวะของอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและความสงบต่างอยู่รวมกัน แต่ผมก็หวังว่าบางคนจะมีสติ เกาะติดกับปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ท่ามกลางกระแส แต่สามารถเสพกระแส และจัดการทุกอย่างได้ตามจินตนาการของตัวเอง

The Assassin 07

โดย The Assassin ประกาศิตหงส์สังหาร เข้าฉายในบ้านเรา 10 กันยายนนี้