SPL 2: A Time for Consequences – หนังที่เข้มข้นที่สุดในชีวิตของ โทนี่ จา

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / SPL 2: A Time for Consequences – หนังที่เข้มข้นที่สุดในชีวิตของ โทนี่ จา

SPL 2: A Time for Consequences

หนังที่เข้มข้นที่สุดในชีวิตของ โทนี่ จา

SPL 2 -HK Poster

หลังจากออกฉายในประเทศจีน และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายด้วยการกวาดรายได้กว่า 90 ล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูลจาก boxoffice mojo) SPL 2: A Time for Consequences หนังร่วมทุนจีน-ฮ่องกงเรื่องนี้ก็ตระเวรเก็บเกี่ยวความสำเร็จทั่วเอเชีย ทั้งในแง่รายได้และเสียงวิจารณ์ในแง่บวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการประเดิมเล่นหนังจีนเป็นครั้งแรกของ โทนี่ จา หรือ จา พนม ยีรัมย์ ซุปเปอร์สตาร์นักบู๊ชาวไทย กับบทบาทการแสดงที่หนักหนาที่สุดก็ว่าได้

จา พนม
จา พนม

2015 คือปีทองของจาโดยแท้ ไม่เพียงเราจะได้เห็นผลงานของเขาลงโรงบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่จายังก้าวไปร่วมงานในระดับนานาชาติ โดยถัดจาก Furious 7 และ Skin Trade ก็เป็น SPL 2 ภาคต่อของหนังคอร์รัปช่ันตำารวจ SPL: Sha Po Lang (2005) ที่มีคิวบู๊ดุดันเป็นที่เลื่องลือและประสบความสำเร็จถล่มทลายตอนออกฉายเมื่อ 10 ปีก่อนโดย เจิ้งป๋อไช่ ที่มานั่งแท่นกำกับแทน วิลสัน ยิป ผู้กำกับภาคแรกซึ่งขยับไปเป็นโปรดิวเซอร์แทน

อู๋จิง
อู๋จิง
SPL หรือ Sha Po Lang หมายถึงดาว 3 ดวงตามหลัก โหราศาสตร์จีน ให้ความหมายถึงอำนาจ การทำาลายล้าง และตัณหา โดยตำแหน่ง ของดวงดาวเป็นตัวกำหนดโชคชะตาและความดี-เลว ซึ่งก็เป็นนัยถึงแก่นสารของ หนัง (ว่าความดี-ชั่วมีเส้นแบ่งเพียงเบาบางและการกระทำของคนเรามักถูกสถานการณ์บังคับ)

โดย SPL 2 มีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ คิต (อู๋จิง ที่เคยรับบทตัวร้ายในภาคแรกและมารับบทใหม่เป็นพระเอกคู่กับจาในภาคนี้) ตำรวจฮ่องกงที่ไปพัวพันกับมาเฟียค้าอวัยวะมนุษย์ (รับบทโดย กู่เทียนเล่อ) จนถูกยัดข้อหาและส่งมาเข้าคุกที่เมืองไทย ที่นี่เองที่เขาได้พบกับ ชัย (โทนี่ จา) ผู้คุมที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในขณะที่ชัยเองก็มีลูกสาวที่กำลังป่วยเป็นลูคีเมีย (น้องอันดา – กุลฑีรา ยอดช่าง จากละคร ‘พรพรหมอลเวง’) ที่ชัยเองก็กำลังตามหาผู้บริจาคไขกระดูกให้ลูกสาวของเขา ก่อนจะพบว่า คิต คือผู้ที่สามารถบริจาคให้ลูกสาวเขาได้ เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างมาบรรจบกัน ทำให้ชัยต้องตัดสินใจช่วยคิตเพื่อต่อสู้ล้างบางองค์กรข้ามชาติสุดโฉดนี้…และเพื่อช่วยลูกสาวของตัวเอง

32

ความน่าสนใจคือนี่เป็นการกลับมาทำหนังโหดๆ อีกครั้งของเจิ้งป๋อไช่ โดยก่อนจะมาทำ The Monkey King (2014) หนังไซอิ๋วสามมิติที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนดูทุกเพศทุกวัยในปีที่แล้ว เจิ้งเคยมีผลงานแอ็กชั่นคัลต์ๆ อย่าง Dog Bite Dog (2006 – นักฆ่าเขมรที่ถูกฝึกให้โหดร้ายไร้ปรานีเยี่ยงสัตว์ ตำรวจฮ่องกงผู้คลั่งแค้นเพราะเสียเพื่อนในการตามล่า จึงเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนสัตว์ไม่ต่างกันเสียเลย), Shamo (2007 – ดัดแปลงจากมังงะสุดดาร์คชื่่อเดียวกันว่าด้วยนักสู้ประวัติเลวร้าย ที่ยอมทำทุกวิถีทางให้ตนชนะโดยไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น), Accident (2009 – กลุ่มนักฆ่าที่ทำงานกันเป็นทีมเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เหมือนกับเป็นการตายด้วยอุบัติเหตุ หากแต่เหมือนมีใครบางคนกำลังตามล้างแค้น ด้วยวิธีการอันสุดแยบยลเช่นกัน) หรือ Motorway (2012 – ตำรวจจราจรผู้หลงใหลในการแข่งรถ วันหนึ่งเมื่อเจอโจรผู้มีฝีมือในการซิ่งรถระดับเทพ เขาจึงออกตามไล่ล่า จนเส้นแบ่งระหว่างเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงานเริ่มพล่าเลือน) ซึ่งทั้งหมดต่างล้วนอาบด้วยความรุนแรงคลุ้มคลั่ง อีกทั้งยังเล่นกับความกำกวมทางศีลธรรมได้อย่างน่าระทึก

SPL 2 โหดซัดโหด

อย่างไรก็ดี แม้ SPL 2 เป็นภาคต่อเพียงในนามเท่านั้น (นักแสดง-นำจากภาคแรกอย่าง ดอนนี เจินจื่อตัน และ หงจินเป่า ไม่ได้กลับมาเล่นภาคนี้) แต่เจิ้งป๋อไช่ก็อธิบายว่า “ผมไม่อยากทำ SPL ภาคต่อ แต่อยากทำ SPL ในเวอร์ชั่นตัวเอง หนังควรเปลี่ยนโฉมไปตามคนที่มากำกับมัน และผมก็ดีใจมากที่ยิปให้โอกาสผมทำเรื่องนี้โดยไม่ต้องยึดติดกับภาคแรก” กระนั้นก็ตาม จิตวิญญาณจากภาคแรก อันได้แก่ พล็อตตำรวจปะทะมาเฟีย ประเด็นเรื่องเส้นแบ่งดี-ชั่ว และการออกแบบฉาก-แอ็กชั่นดุเดือดเลือดพล่านชนิดคนดูลืมหายใจ ก็ยังคงอัดแน่นอยู่ ในภาคนี้ไม่หายไปไหนเช่นกัน