เผยค่าตัวคนทำงานในฮอลลีวูดทุกตำแหน่ง!

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เผยค่าตัวคนทำงานในฮอลลีวูดทุกตำแหน่ง!

เผยค่าตัวคนทำงานในฮอลลีวูดทุกตำแหน่ง!

โดย Okami.G

สืบเนื่องจากผลพวงมือดีที่เข้าแฮ็ก โซนี่ เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ข้อมูลที่รั่วไหลออกมาไม่ได้มีเพียงเอกสารสำคัญเกี่ยวกับโปรเจคหนังแต่ละเรื่องเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงอีเมลล์และข้อมูลต่างๆของบริษัท เกี่ยวกับรายได้ของคนทั้งวงการ ไม่ว่าจะเป็นหนังใหญ่หรือซีรี่ส์ทีวี

The 5th Wave
The 5th Wave ของ เจ เบรคสัน

เริ่มจากวงการหนังใหญ่กันก่อน โดยตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้กำกับ” นั้น ซึ่งขั้นต่ำที่ตำแหน่งนี้จะได้ อย่างน้อยก็ 5 แสนเหรียญ อย่างที่ผู้กำกับมือใหม่ J Blakeson (เจ เบรคสัน) จากหนังใหม่ The 5th Wave ได้รับ ไปจนถึงระดับผู้กำกับมือเก๋า Danny Boyle (แดนนี่ บอยล์) ที่โซนี่เสนอค่าตัวให้ถึง 3 ล้านเหรียญ สำหรับการมาทำโปรเจกต์ Steve Jobs ที่จะเข้าโรงในเร็ววันนี้

Michael Bay
ไมเคิล เบย์

แต่ถ้าเป็นระดับหนังบล็อกบัสเตอร์ทุนสร้างหลายร้อยล้าน รายได้บนบ๊อกออฟฟิศเป็นพันล้าน ค่าจ้างในตำแหน่งนี้ก็จะยิ่งเยอะขึ้น อย่างที่มีรายงานว่า Michael Bay (ไมเคิล เบย์) รับเงินไปเต็มๆ 80 ล้านเหรียญ จากเพียงแฟรนไชส์ Transformers เท่านั้น

ricki_and_the_flash_xlg-Copy-405x600

แค่ผู้กำกับยังได้เป็นแสนเป็นล้านขนาดนี้ เหล่าบรรดานักแสดง A-List ที่รับบทนำในหนังแต่ละเรื่องคงไม่ต้องพูดถึง แต่ละคนได้ค่าจ้างกันไปอย่างต่ำก็เริ่มที่หลักล้านแล้ว อย่างที่เจ้าป้า Meryl Streep (เมอรีล สตรีป) ได้รับไปเต็มๆ 5 ล้านเหรียญ จากผลงานล่าสุด Ricki and the Flash ที่แม้จะเป็นหนังเจ๊งประจำบ๊อกซ์ออฟฟิศแต่ก็ไม่กระทบค่าจ้างนักแสดงเลยแม้แต่น้อย หรืออย่างที่ Denzel Washington (เดนเซล วอชิงตัน) ได้ค่าจ้างไปเต็มๆ 20 ล้านเหรียญ จาก The Equalizer หนังแอ็คชั่น-ทริลเลอร์ ที่ทำฟอร์มว่าจะดัง แต่สุดท้ายก็วิ่งเข้า Top10 ของบ๊อกออฟฟิศได้เพียงไม่กี่อาทิตย์ก็หายไป

Nicolas Cage
นิโคลัส เคจ ใน Ghost Rider (2007) ผมดกดำเท่ขนาดนี้ ก็ต้องจ้างช่างมาเติมผมให้ไม่ใช่ถูกๆ นะ

นอกจากตำแหน่งใหญ่ๆรายได้หลายล้านแล้ว ตำแหน่งเล็กๆอย่าง ผู้จัดการด้านโลเคชั่น ยังทำรายได้ไปงามๆถึง 3 พันเหรียญต่อสัปดาห์ ที่หลักๆพวกเขาต้องทำงานราวๆ 30 สัปดาห์ต่อหนังหนึ่งเรื่อง หรือก็คือทำรายได้ราวๆ 9 หมื่นเหรียญต่อหนังหนึ่งเรื่องนั่นเอง ยังมีตำแหน่งแปลกๆอย่างคนทำวิกผมของนักแสดงอย่าง Bruce Willis (บรูซ วิลลิส) กับ Nicolas Cage (นิโคลัส เคจ) ก็ได้ค่าจ้างไปงามๆถึง 1,500 เหรียญต่อสัปดาห์ เพียงการเติมผมให้นักแสดงเท่านั้น

Jonathan Banks
โจนาธาน แบงค์ส (ขวามือ) กับบทนักฆ่าเลือดเย็นผู้คอยเก็บกวาดให้ทนายจอมเจ้าเลห์อย่างซอลล์ ซึ่งโด่งดังมาจากซีรีส์ Breaking Bad และซีรีส์สปิน-อ็อฟอย่าง Better Call Saul

คราวนี้เรามาดูรายได้ฝั่งวงการทีวีกันบ้าง ที่แตกต่างจากวงการหนังใหญ่ตรงที่พวกเขาคิดค่าจ้างกันเป็นตอนๆ ไปเลยทีเดียว อย่าง ผู้สร้างซีรี่ส์ Better Call Saul กับ The Goldbergs ก็รับค่าจ้างกันไปเต็มๆ 5 หมื่นเหรียญต่อตอน พอๆกับค่าจ้างของนักแสดงสมทบในซีรี่ส์อย่าง Jonathan Banks (โจนาธาน แบงค์ส) ใน Better Call Saul ก็ได้ค่าจ้างไป 65,000 เหรียญ ในทุกตอนที่ปรากฎตัว

THE BLACKLIST -- "Pilot" -- Pictured: James Spader as "Red" Raymond Reddington -- (Photo by: David Giesbrecht/NBC)
เจมส์ สเปเดอร์ กับบท “เรด” เรย์มอนด์ เรดดิงตัน ใน THE BLACKLIST (Photo by: David Giesbrecht/NBC)

แต่ก็ไม่เทียบเท่ากับนักแสดงหลักบทเด่นๆของซีรี่ส์แต่ละเรื่อง ที่ถ้าเป็นมือใหม่หน่อยก็จะเริ่มต้นที่ 2 หมื่นเหรียญต่อตอน ไปจนถึงขั้นมีประสบการณ์สูงๆก็จะอยู่ที่ 75,000-100,000 เหรียญต่อตอน แล้วยิ่งถ้าเป็นดาราดังรุ่นใหญ่หน่อย ก็จะได้ค่าตัว 150,000 เหรียญขึ้นไปตามระดับความดัง อย่าง James Spader (เจมส์ สเปเดอร์) ที่ทำรายได้ถึง 160,000 เหรียญ ต่อตอน จากเพียง The Blacklist Season 2 เท่านั้น

Johnny+Galecki+Jim+Parsons+TV+Guide+Comic+4jVFURp9lvjl
จอห์นนี่ กาเล็กกี้ (คนซ้าย) และ จิม พาร์สันส์ จากซีรีส์ซิตคอมสุดดังของอเมริกา The Big Bang Theory

นอกจากนั้นยังมีนักแสดงซีรี่ส์ทีวีที่มีรายได้เป็นหลักล้านอย่าง Johnny Galecki (จอห์นนี่ กาเล็กกี้) กับ Jim Parsons (จิม พาร์สันส์) จาก The Big Bang Theory ที่ได้ไปคนละ 1 ล้านเหรียญต่อตอนเลยทีเดียว

ท้ายที่สุดสำหรับผู้กำกับทีวีซีรี่ส์ ค่อนข้างจะมีกฎเกณฑ์ที่พิเศษกว่าชาวบ้านสักหน่อย โดยใครก็ตามที่ได้กำกับตอนแรกของซีรี่ส์ หรือที่เรียกกันว่า The Pilot (เดอะ ไพลอต) นั่น นอกจากจะได้ค่าจ้างเต็มจำนวนหลักหลายหมื่นเหรียญของตอนนั้นๆ ที่กำกับแล้ว พวกเขายังได้ค่าจ้างต่อตอนเพิ่มเติมเป็นจำนวนเล็กๆ อีกด้วย อย่างที่ Joe Carnahan (โจ คาร์นาฮาน) ผู้กำกับตอนแรกของ The Blacklist ได้รับเช็คจำนวน 5 พันเหรียญสำหรับทุกตอนที่ออกฉาย จนกระทั่งซีรี่ส์ฉายจบซีซั่นกันไปเลย แม้ว่าเขาจะไม่กลับมาเยี่ยมเยียนกองถ่ายอีกแล้วก็ตาม

ยังมีตำแหน่งยิบย่อยอื่นๆอีกมากมายทั้งในวงการหนังและวงการทีวี ที่ได้รับค่าจ้างงามๆแบบคุ้มค่าตัวอีกหลายตำแหน่ง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมต้นทุนของหนังหรือซีรี่ส์แต่ละเรื่องถึงมากมายมหาศาลขนาดนั้น

ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์และบันเทิงแบบเจาะลึกได้
ทางรายการ Entertainment Now
วันจันทร์ ถึง ศุกร์ – เวลา 8.00-9.00 น. ทางช่อง MONO 29

Entertainment Now