หนังโลกที่เราอยากดู : Horse Money – เศษซากแห่งการปลดแอก

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Horse Money – เศษซากแห่งการปลดแอก

Horse Money

เศษซากแห่งการปลดแอก

Horse Money poster

หลังจากคว้ารางวัลในสาขาหลักอย่างผู้กำกับยอดเยี่ยม และอีกสามสาขาย่อยๆ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน ที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา หนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับชาวโปรตุเกส เปรโด คอสตา (Pedro Costa) ก็ยังตระเวนฉายและกวาดทั้งรางวัลและคำชมจากเทศกาลหนัง ไปจนถึงนักวิจารณ์หนังทั่วโลก โดยล่าสุดยังไปคว้ารางวัลสูงสุดจากเทศกาลหนังสารคดีนานาชาติเมืองยามากาตะ ณ ประเทศญี่ปุ่นมาแบบสดๆ ร้อนๆ ในปีนี้

“ผมไม่ชอบหรอกที่มีการตายเกิดขึ้นมากมายในหนังของตัวเอง แต่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ในเมื่อมันยังคงเป็นภาพที่ผมรู้สึกว่าต้องนำเสนอด้วยความจำเป็นอย่างยิ่ง” เปโดร คอสตา กล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่โลการ์โน “คนอื่นอาจทำหนังเพื่อต้องการจดจำหรือบันทึกบางสิ่งบางอย่างที่สาบสูญหรือไม่ได้รับการจารึก แต่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะได้ลืมมัน”

Horse Money 01

หลังจากหนังไตรภาคชุด Letters from Fontainhas (Ossos, In Vanda’s Room, Colossal Youth) ที่คอสตาปักหมุดยึดมั่นในการเล่าเรื่องผู้คนในชุมชนริมชายหาดบนเกาะเหนือสุดของกาบูเวร์ดี (ประเทศหมู่เกาะในแอฟริกาตะวันตก อดีตอาณานิคมโปรตุเกส) ใน Horse Money (Cavalo Dinheiro) เขาติดตามการเดินทางของ เวนตูรา ชายชราผู้เป็นตัวเอกใน Colossal Youth (2006) หลังตื่นขึ้นกลางดึกในห้องพักคนไข้ของโรงพยาบาลในกรุงลิสบอนค่ำคืนอันเหนือจริงยากอธิบายพาเขาไปพบกับอดีตอันเจ็บปวดที่ประเทศอาณานิคมซึ่งเขาจากมา การเดินเท้าของร่างที่เสมือนไร้จิตวิญญาณได้พบกับเพื่อนร่วมชาติร่วมชะตากรรมผู้ล้มหายตายจาก ภรรยาผู้สาบสูญบางห้วงของเวลาได้พาเขาไปพบกับการปฏิวัติในคืนวันที่ 25 เมษายน 1974 อีกครั้ง ถึงจุดนี้ไม่มีใครรู้อีกต่อไปว่าอะไรจริงหรือฝัน มนุษย์ที่พบนั้นมีเลือดเนื้อหรือเพียงภาพหลอน แต่ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใด ความมืดมิดของค่ำคืนก็ยังคงกดทับและดำรงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน

Horse Money 03

‘การปฏิวัติคาร์เนชัน’ (เหตุรัฐประหารโค้นล้มรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิบดี มาร์เซโล แคทาโน เพื่อเปลี่ยนประเทศจากสังคมนิยมฟาสซิสต์เป็นระบอบประชาธิปไตย จากความร่วมมือของทหารและพลเรือน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1974) อาจได้รับการจารึกว่าล้มระบอบเผด็จการและนำโปรตุเกสเข้าสู่ประชาธิปไตยได้สำเร็จ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดแอกประเทศอาณานิคม คอสตาในวัยสิบสามที่ความคิดอนาธิปไตยกำลังพลุ่งพล่านก็อยู่ในฝูงชนที่ก่อจลาจลยึดอำนาจ แต่ความคิดความอ่านของเขาเมื่อแก่ชราลงได้เปลี่ยนไปเป็นการตั้งคำถามโดยเฉพาะสิ่งที่การปฏิวัติครั้งนี้ได้หลงลืมหรือทรยศไว้เบื้องหลัง เช่น ผู้อพยพพลัดถิ่นจากประเทศอาณานิคมที่ล้วนแต่ใช้ชีวิตอย่างยากจนในเมืองหลวงของประเทศแม่ – เวนตูราตัวจริงก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ผมกับเขาอายุเกือบเท่ากัน และเราอยู่ที่เดียวกันในคืนปฏิวัติ ต่างกันที่ผมแหกปากตะโกนคำขวัญร้องเพลงปฏิวัติอยู่บนท้องถนน แต่เขากับเพื่อนหลบเร้นในเงามืดด้วยความกลัว” การปฏิวัติผ่านมาแล้ว 40 ปี แต่ความกลัวในลักษณะนี้ยังดำรงอยู่อย่างมั่นคง และยิ่งใหญ่โตขึ้นเมื่อพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจซึ่งใกล้พังพินาศของโปรตุเกสในปัจจุบัน

Horse Money 05

ความมืดมิดและการพลัดหลงของเวนตูราถูกเล่าผ่านงานภาพ (ที่เริ่มต้นด้วยภาพถ่ายขาวดำของ เจค็อบ รีส ช่างภาพชาวนิวยอร์ค ผู้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าว) และเสียง-เพลงที่กระแทกกระทั้นกดดัน ไม่เพียงการจัดแสงแบบภาพเขียน (chiaroscuro) อย่างเข้มข้น แต่ชะตากรรมของตัวละครทั้งหมดยังถูกบีบอยู่ในภาพสัดส่วน 4:3 ภายใต้การควบคุมของกล้องที่ขยับแต่น้อย ให้แสงเพียงนิด และในบางจังหวะก็เกิดจากบทพูดร่ายยาวที่ไม่ได้ผ่านการเขียนบทไว้ล่วงหน้า (ในฉากหนึ่ง เวนตูราต้องต่อบทสนทนากับนายทหารผู้นำการปฏิวัติที่มาในลักษณ์ของหุ่นของเล่นขนาดเท่าคนจริง คอสตาบอกว่าฉากนี้ถ่ายทำอยู่เป็นเดือน กว่าจะได้บทสนทนาที่พรั่งพรู เมามาย และสั่นสะเทือน) ม้าชื่อ ‘เจ้าเงิน’ (หรือ dinheiro) ไม่ได้มีบทบาทมากนัก ทว่าการปรากฏโดยไม่ปรากฏร่างของมันฟาดไปยังแกนกลางของความเจ็บนี้อย่างจัง – เวนตูราถามใครคนหนึ่งว่าเจ้าเงินอยู่ที่โน่นเป็นอย่างไร

คำตอบคือ “ซากถูกแร้งกินจนเหลือเพียงกระดูกแล้ว”

 

จากนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับพิเศษ WORLD CINEMA ISSUE 100+ หนังโลกปี 2014 ที่’ต้องดู’