หนังโลกที่เราอยากดู : The Lobster – โสด…สัตว์ๆ

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : The Lobster – โสด…สัตว์ๆ

The Lobster

โสด…สัตว์ๆ

The Lobster poster

“ส่วนประกอบเสียดสีสังคมในหนังของผมล้วนมาจาก ‘การกล่าวเกินจริง’ ถึงสิ่งที่สังเกตเห็นได้ในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะพฤติกรรม ระเบียบกฎเกณฑ์ ความกดดัน และบรรทัดฐานทางสังคมที่เราต่างต้องแบกรับ… ลองผลักทุกอย่างไปให้สุดทาง แล้วดูซิว่าจะเหลืออะไรรอเราอยู่บ้าง” ผู้กำกับชาวกรีก ยอร์โกส ลันติโมส กล่าวถึง The Lobster ผลงานดราม่าเสียดสีดำมืดเรื่องล่าสุด (ที่เป็นหนังพูดอังกฤษเรื่องแรก) ของเขาที่ไปเฉิดฉายที่คานส์ปีนี้ (ก่อนคว้ารางวัล Jury Prize ในสายประกวดหลัก, รางวัล Queer Palm-Special Mention, รางวัล Palm Dog Award – Grand Jury Prize ที่มอบให้เจ้าบ๊อบ-สุนัขในเรื่อง) และยังไว้ลายความพิสดารชวนเหวอไม่ต่างจากผลงานเลื่องชื่อก่อนหน้าอย่าง Dogtooth (2009 – ชนะสาย Un Certain Regard ของคานส์ + เข้าชิงออสการ์สาขาหนังภาษาต่างประเทศ) และ Alps (2011 – ชนะรางวัลบทยอดเยี่ยมจากเวนิซ)

The Lobster 01

ลันติโมสยังคงร่วมเขียนบทกับนักเขียนคู่บุญ เอฟธีมิส ฟิลิปโป เล่าถึงโลกในอนาคตที่เกณฑ์ชี้วัดความเป็นคนอยู่ที่การมีคู่ครอง คนโสดที่ถือเป็นอาชญากรจะถูกพาตัวไปอยู่รวมกันในโรงแรมไกลโพ้นและมีเวลา 45 วันในการหาคู่ หากล้มเหลวจะถูกแปลงร่างเป็นสัตว์ประเภทใดก็ได้ตามที่ใจปรารถนา (หืม!?) ในขณะที่การจับปืนออกไปล่ากลุ่มคนโสดที่หนีโทษทัณฑ์ไปหลบอยู่ในป่าก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยประวิงเวลาพิพากษาออกไปได้ (หืมมม!!??)

The Lobster 02

กุ้งล็อบสเตอร์คือตัวเลือกของหนุ่มสถาปนิกขี้เหงาที่เพิ่งถูกเมียทิ้งอย่างเดวิด (โคลิน ฟาร์เรลล์ ในลุคส์ทื่อมะลื่อหนวดเฟื้อม) ด้วยเพราะมันมีชีวิตยืนยาวและตัวเขาเองก็ชอบทะเล…เหตุผลที่ทำเอาผู้จัดการโรงแรมสุดเนี้ยบ (โอลิเวีย โคลแมน) ถึงกับปลาบปลื้ม (เพราะคนส่วนใหญ่เลือกเป็นหมาซึ่งอธิบายว่าทำไมบนโลกถึงมีหมายั้วเยี้ยเต็มไปหมด) แต่เกลอหนุ่มร่วมชะตากรรม (จอห์น ซี ไรล์ลี, เบน วิชอว์) กลับคัดค้านและด่าเปิงว่าชีวิตคงไม่พ้นไปจบสิ้นลงบนจานในภัตตาคารหรู

IMG_2135.CR2

การหาคู่ที่ว่าก็ใช่จะง่ายดาย เพราะกว่าจะคู่กันได้ก็ต้อง ‘แมตช์’ กันด้วยคุณลักษณะบางอย่าง (เป็นได้ตั้งแต่ชอบกินแคร็กเกอร์ไปจนถึงพูดภาษาต่างชาติได้คล่องเหมือนกัน) ประหนึ่งว่าลันติโมสกำลังถากถางวัฒนธรรมการออกเดตของคนเราในปัจจุบันที่นิยมทำกันผ่านแอพลิเคชั่นหาคู่ (อย่าง Tinder) ที่ลดทอนความซับซ้อนในตัวคนเหลือไว้เพียงลักษณะจูงใจเพียงไม่กี่อย่างที่แสดงบนหน้าโปรไฟล์ อย่างไรก็ดี เรเชล ไวซ์ -ผู้รับบทสาวเปลี่ยวในป่าที่เดวิดแอบปลื้ม- มองว่า “จริงๆ แล้วมันทำให้ฉันนึกได้ว่าความรักเป็นเรื่องหลงตัวเองอยู่หน่อยๆ เพราะเราจะรักแต่กับคนที่คล้ายกับตัวเราเองเท่านั้น”

The Lobster 03

สังคมใน The Lobster ผลักดันให้คนโสดผู้แปลกแยกต้องก้าวไปสู่อีกฟากหนึ่งของระบบ (หรืออีกฟากหนึ่งของ ‘ความเป็นมนุษย์’?) ได้อย่างพิลึกและน่าขัน หากแต่สะท้อนภาพสังคมปัจจุบัน ที่กดดันให้เราต่างต้องสานสัมพันธ์ราวกับการมีคู่ครองเป็นตัวนิยามความสุขสูงสุดของมนุษย์ ความผิดเพี้ยนประดามีของหนังอาจไม่สู้ความพิสดารของแรงกดดันทางสังคมที่ว่านี้ก็ได้ “ความโดดเดี่ยวมาพร้อมกับตราบาปในแบบฉบับของมันเอง คนโสดมักโดนเอาเปรียบจากบางผลิตภัณฑ์ บางรัฐบาล หรือบางศาสนา และการที่เรากลัวความโสดอันโดดเดี่ยวนี่แหละมั้งที่ทำให้เรากลายเป็นผู้ถูกกระทำได้อย่างง่ายดาย” ฟาร์เรลล์ชี้

The Lobster 04

“หนังสำรวจวิธีการและเหตุผลที่คนเราครองคู่กันในขณะที่อีกหลายๆ คนกลับไม่ เล่าถึงผลกระทบแสนหฤโหดของความเปลี่ยวเหงา ความกลัวของคนเราที่จะมีชีวิตอยู่และจากโลกไปเพียงลำพัง รวมไปถึงความกลัวที่จะอยู่ร่วมกับใครอีกคนไปทั้งชีวิต การผลักตัวเองไปสู่ความรักถือเป็นความทรมานแบบหนึ่ง การเสาะหาคนรักก็เป็นความทรมานอีกแบบ” ลันติโมสสรุป

**จากนิตยสาร BIOSCOPE # 161 (มิ.ย. 2015)