หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : Arabian Nights (2015)

Arabian Nights
มหากาพย์แสนเศร้า กับเรื่องเล่าในพันหนึ่งรัตติกาล

Arabian Nights poster

‘อาหรับราตรี’ (Arabian Nights) หรือ ‘พันหนึ่งราตรี’ (One Thousand and One Nights) ที่เรารู้จักกันนั้นเป็นการรวมหลากเรื่องเล่าปรัมปราของ นางชาห์ราซาด (Scheherazade) ลูกสาวมหาอำมาตย์ผู้ถวายตัวเป็นมเหสีของ ชาห์เรียร์ (Shahryar) เพื่อตั้งใจหยุดเหตุหฤโหดที่กษัตริย์เปอร์เซียผู้นี้หลับนอนกับสาวพรหมจรรย์ทุกคืนก่อนจะสั่งประหารชีวิตพวกนางในเช้าวันถัดมาด้วยความเคียดแค้นที่เคยถูกพระชายาสวมเขา โดยชาห์ราซาดใช้วิธีเล่านิทานสนุกระทึกใจทุกๆ คืนแล้วค้างเอาไว้ในยามรุ่งสางตอนที่เรื่องกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เพื่อชาห์เรียร์จะได้ไว้ชีวิตให้เธอกลับมาเล่าต่อไป

เรื่องเล่าเหล่านั้นตีวงกว้างตั้งแต่เรื่องชิงรักหักสวาท โศกนาฏกรรม ตำนานประวัติศาสตร์ ตลกล้อเลียน บทกวี ไปยันปลุกใจเสือป่า ตัวละครมีทั้งพระราชา พ่อค้า นักรบ ทาส นักเวทย์ ไปจนถึงภูตผี อันส่งผลให้ ‘อาหรับราตรี’ ได้รับความนิยมจนถูกนำมาเล่าบนจอหนังหลายครั้ง เช่น The Palace of Arabian Knights (1905, จอร์จ เมลิเยส์), The Thief of Bagdad (1924, ราอูล วอลช์), Arabian Nights (1974, ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี), แอนิเมชันดิสนีย์ Aladdin (1992, รอน คลีเมนต์ส + จอห์น มัสเกอร์), แอนิเมชันดรีมเวิร์คส์ Sinbad: Legend of the Seven Seas (2003, ทิม จอห์นสัน + แพทริค กิลมอร์) (ของไทยเราเองก็มี ‘พันหนึ่งราตรี’ ละครช่อง 7 ปี 1996)

Arabian Nights Vol 1
Arabian Nights Vol 1

ทว่าอะลาดิน, อาลี บาบา หรือ ซินแบด ที่เราคุ้นเคยมิได้ปรากฏอยู่ใน Arabian Nights ของ มิเกล โกเมซ หรอก ผู้กำกับวัย 42 อธิบายว่า “ในหนังของเรา นิทานที่ชาห์ราซาดเล่าคือเรื่องที่เกิดในโปรตุเกสยุคปัจจุบันอันเต็มไปด้วยวิกฤตทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคม” เพราะแรงบันดาลใจที่แท้จริงของเขาก็คือสภาพบ้านเกิดเมืองนอนซึ่งเขาไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป “ผมมองเห็นความเป็นไปได้ทางเรื่องราวอย่างมหาศาลในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ ภาพยนตร์คือความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดพร่องไปในโปรตุเกสทุกวันนี้”

Arabian Nights Vol 2
Arabian Nights Vol 2

หนังของโกเมซได้รับคำชื่นชมถึงการผสมองค์ประกอบความเป็นจริงเข้ากับเรื่องแต่งได้อย่างแยบคายชวนฝัน และใน Arabian Nights เขาทวีความทะเยอทะยานขึ้นอีกด้วยการชักชวนทีมนักข่าว (มาเรีย โจเซ โอลิเวรา, โจอาว เดอ อัลเมดา ดิอาซ, ริตา เฟอร์เฮรา) มาขุดคุ้ยและเขียนถึงเหตุการณ์จริงของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ (ตั้งแต่เรื่องของคู่รักที่ฆ่าตัวตายพร้อมกันในอพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงกลุ่มชายชนชั้นแรงงานที่จัดงานประกวดนกร้องเพลง) แล้วโพสต์ลงเว็บไซต์ของหนัง(www.as1001noites.com) ร่วมกับภาพวาดประกอบของศิลปิน ทีอาโก มานูเอล ในช่วงปี 2013 – 2014 ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบให้ทีมเขียนบท (โกเมซ, เตลโม คูร์โร และ มาเรียนา ริการ์โด) นำไปพัฒนาต่อเป็นบทหนังอีกที

ด้วยเหตุนี้ Arabian Nights จึงเป็นโปรเจ็กต์เชิงทดลองที่เริ่มต้นทั้งๆ ไม่อาจรู้ล่วงได้ถึงตอนจบ (เพราะเรื่องราวในหนังสอดรับไปกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง) เสียงเล่าที่บรรยายนิทานจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลายมาเป็นเสียงเล่าเรื่องกึ่งจริงกึ่งแต่งของผู้คนที่ดิ้นรนภายใต้ภาวะการเงินของประเทศซึ่งถูกควบคุมโดยทรอยกา (Troika – คณะกรรมการตรวจสอบการคลังของยุโรปที่จัดการเงินกู้ให้รัฐบาลกรีซ ไอร์แลนด์ ไซปรัส และโปรตุเกส) สะท้อนทั้งปัญหาว่างงาน การอพยพถิ่นฐาน ปัญหาทางชนชั้น และ ความโศกเศร้า

Arabian Nights Vol 3
Arabian Nights Vol 3

ผลลัพธ์คือ Arabian Nights โดดเด่นซับซ้อน ทั้งด้วยเรื่องราวที่โต้ตอบกับเรื่องราวด้วยกันเอง และเรื่องแต่งที่โต้ตอบกับความเป็นจริง ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดในชีวิตผู้คนที่เราไม่ได้เห็นในรายงานของสื่อกระแสหลัก โกเมซแบ่งหนัง 6 ชั่วโมงกว่าออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ Volume 1: The Restless One ที่ชาห์ราซาดเล่าถึงประเทศแสนเศร้าต้องสาป, Volume 2: The Desolate One เล่าถึงความทุกข์ทนที่เกาะกุมจิตใจมนุษย์ และ Volume 3: The Enchanted One ที่เธอกังวลว่าจะไม่รอดชีวิตจากเงื้อมมือชาห์เรียร์ จึงหนีออกจากวังไปพร้อมๆ กับเล่าเรื่องราวสุดอัศจรรย์

“ผมอยากทำหนังที่เล่าเรื่องในโปรตุเกสที่ผุดขึ้นมาตามเวลาจริง โดยไม่ใช่การผลิตซ้ำความจริงของสภาพน่าสิ้นหวัง แต่ประดิษฐ์สร้างมันขึ้นใหม่ในฐานะเรื่องแต่ง ซึ่งนั่นก็คือหน้าที่ของชาห์ราซาด” โกเมซบอก “นิทานและสังคมจริง พรมบินได้และการเดินขบวนประท้วง เหล่านี้คือสิ่งที่เรามักคิดว่าไม่เกี่ยวเนื่องกัน เราเคยชินกับการจัดมันใส่กล่องแยกเป็นคนละประเภท ทั้งๆ ที่จินตนาการกับความเป็นจริงนั้นไม่อาจดำรงอยู่ได้หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง”

Arabian Nights ทั้ง 3 พาร์ต
Arabian Nights ทั้ง 3 พาร์ต

หนึ่งในสมญานามที่โกเมซได้รับก็คือ ‘อภิชาติพงศ์ (วีระเศรษฐกุล) แห่งโปรตุเกส’ อาจเพราะงานของทั้งคู่มีกลิ่นอายความเป็นสารคดีปนเรื่องแต่ง กับธีมเรื่องการรื้อฟื้นความทรงจำและความหวนไห้ถึงอดีต ซึ่งโกเมซเคยยืนยันสมมติฐานนี้ว่า “ผมชอบงานของอภิชาติพงศ์ เขาเองก็ผูกพันอยู่กับการพยายามทวงคืนบางสิ่งที่สูญหายไปในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์… ซึ่งก็คือความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา” โดยล่าสุดโกเมซยังได้ร่วมงานกับผู้กำกับภาพคู่ใจของอภิชาติพงศ์อย่าง สยมภู มุกดีพร้อม ใน Arabian Nights อีกด้วย

สยมภู พูดถึงการทำงานกับโกเมซว่า “โกเมซเป็นผู้กำกับที่มีความสามารถนะ ผมชอบความคิดของเขา เขาเป็นคนที่กล้าคิด แล้วก็มีจุดยืนของตัวเอง ซึ่งเราว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นผู้กำกับ เพราะว่าสำหรับเรา ถ้าให้เราไปฟังใครเล่าเรื่องที่ห่วยแตก เราก็ไม่อยากฟังหรอก แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนวิเศษวิโสอะไร เป็นคนปกตินี่แหละ มีอารมณ์ฉุนเฉียว มีความเห็นแก่ตัว มีความ fuck around ตามที่ ผกก.ต้องเป็น แต่ว่าเค้าก็เคารพคนอื่นในส่วนนึง อะไรเงี้ยอ่ะครับ เราก็เลยรู้สึกว่าเรา แฮปปี้กับเขามาก”

มิเกล โกเมซ (ผู้กำกับ) และ สยมภู มุกดีพร้อม (ผู้กำกับภาพ)
มิเกล โกเมซ (ผู้กำกับ) และ สยมภู มุกดีพร้อม (ผู้กำกับภาพ)

“แล้วยิ่งในส่วนของตัวที่เป็นเนื้องานจริงๆ แล้วเนี่ย เขากัดไม่ปล่อย เขาชัดมากว่าต้องการอะไร ซึ่งเราว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก เขาทำงานเป็นทีมซึ่งจะมีสามคนหลักๆ คือ เตลโม คูร์โร เป็นคนตัดต่อ คนที่สองชื่อ มาเรียอานา ริกาโด เป็นนักดนตรีและคนเขียนบท คนที่สามก็คือ มิเกล โกเมซ สามคนนี้จะรวมหัวกันช่วยเขียนบท ซึ่งบทออกมาแต่ละอันนี่โคตรดีเลย คืออ่านแล้วรู้เลยว่ามึงคิดไรอยู่ มึงต้องการอะไร เขาคิดทุกด้านมาแล้ว ที่สำคัญคือบทของเขาเราอ่านฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ คือต้องแปลจากภาษาโปรตุกีสมา โดยภาษาอังกฤษที่ผมอ่าน มันเป็นภาษากวีมากๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นธรรมชาติของภาษาเขาก็ได้” สยมภู ปิดท้าย

เรียบเรียงจากนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 159-160

สำหรับคนที่อยากชม Arabian Nights ไปดูได้ที่เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 13 ตามรอบฉายด้านล่าง หรือสามารถติดตามดูโปรแกรมเรื่องอื่นๆ ได้ที่ www.worldfilmbkk.com
Arabian Nights Volume 1: The Restless One
14 พ.ย. (20:20) และ 19 พ.ย. (20:30)
Arabian Nights Volume 2: The Desolate One
15 พ.ย. (20:30) และ 20 พ.ย. (20:50)
Arabian Nights Volume 3: The Enchanted One
17 พ.ย. (20:40) และ 21 พ.ย. (20:20)