รื้อหิ้งหนังเก่า : 21 Grams (2003) – น้ำหนักชีวิต

Home / bioscope, ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, หนังฮอลลีวูด / รื้อหิ้งหนังเก่า : 21 Grams (2003) – น้ำหนักชีวิต

21 Grams (2003)

น้ำหนักชีวิต

21 Grams (2003) poster

เคยรู้หรือเปล่าว่า เวลาที่มนุษย์ทุกคนสิ้นลมหายใจ น้ำหนักของพวกเขาจะหายไป 21 กรัม นั่นทำให้มีคนตั้งขอสันนิษฐานว่า นั่นอาจเป็นน้ำหนักของ ‘วิญญาณ’ ที่ลอยหลุดจากร่างไปก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง 21 กรับของของวิญญาณมนุษย์ ก็จะมีน้ำหนักเท่ากับช็อกโกแล็ต 1 บาร์, นกฮัมมิงเบิร์ด 1 ตัว หรือไม่ก็เท่าโคเคน 21 กรัม ที่ตัวละครในเรื่องซื้อ!

คำพูดเก๋ๆ และทฤษฏีเท่ๆ เหล่านี้ล้วนวนเวียนอยู่ในหนังพูดภาษาอังกฤษเรื่องแรก ของ อเลฆันโดร กอนซาเลซ อีนาร์รีตู ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014) ที่วันนี้ตัวอีนาร์รีตูกลายเป็นผู้กำกับเชื้อสายเม็กซิกันที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในฮอลลีวูด ณ ปัจจุบันนี้ เช่นเดียวกับ 2 เพื่อนซี้ร่วมชาติอย่าง อัลฟองโซ กัวรอง (Gravity) และ กุยเลอโม เดล โตโร (Pacific Rim)

21 Grams (2004) 04

 

โดย 21 Grams (2003) ถือเป็นต่อยอดจากความสำเร็จในหนังเรื่องแรกของอีนาร์รีตูอย่าง Amores perros (2000) ที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ กรุยทางให้เขาเดินเข้ามาสู่ฮอลลีวูด แถมยังได้ 3 นักแสดงที่กำลังขาขึ้นสุดๆ ในช่วงนั้น ทั้ง ฌอน เพนน์ (ได้นำชายในเทศกาลหนังเวนิซจากเรื่องนี้), เบนิซิโอ เดล โตโร (พึ่งได้ออสการ์จาก Traffic) และ นาโอมิ วัตส์ (เฉิดฉายสุดๆ ใน Mulholland Dr.) โดยไม่ลืมพวงเอา 2 ทีมงานมากความสามารถเพื่อร่วมชาติที่ทำ Amores perros ด้วยกันมา คือ ผู้กำกับภาพ โรดริโก้ ปรีเอโต้ (ที่หลายคนยกให้หนังเรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งงานกำกับภาพมาสเตอร์พีซของเขา) และ กุยเลอโม อาร์รีเอก้า คนเขียนบทผู้ใช้ทฤษฎีโดมิโน่สร้างบทภาพยนตร์ที่ร้อยเรียงตัวละครหลากชีวิตเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ – ซึ่ง 21 Grams ก็ถือเป็น 1 ในไตรภาคแห่งความตาย ที่อีนาร์รีตูและอาร์รีเอก้าร่วมงานกัน ก่อนจะแตกหักอย่างรุนแรงหลังทำ Babel (2006) ซึ่งถือเป็นหนังปิดไตรภาคนี้

21 Grams (2003) 02

ใน 21 Grams อาร์รีเอก้าใช้วิธีการวางโครงสร้างเรื่องราวคล้าย Amores perros คือการเล่าตัดสลับ 3 ชีวิตที่เหมือนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กันเลย ก่อนจะนำทุกคนมามีชะตากรรมร่วมกันด้วยอุบัติเหตุครั้งเดียว ที่แปรเปลี่ยนชีวิตทั้งสามตัวละครให้เกี่ยวพันกันได้อย่างมหัศจรรย์ – เพนน์ รับบทศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจโดยด่วน, เดล โตโร รับบทมาเฟียกลับใจที่หันหน้าเข้าโบสถ์เพื่อใช้พระเจ้าเยียวยาความรู้สึกผิดบาป และ วัตส์ รับม่ายผู้ทุกข์ทรมานจากการสูญเสียสามีและลูกชายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งทั้งสามคนก็ได้มอบการแสดงอันงดงามและทรงพลังในหนังเรื่องนี้จนเป็นที่จดจำจนถึงวันนี้ (ท้ายที่สุด เดล โตโร และ วัตส์ ได้ชิงออสการ์ในสาขานักแสดงสมทบชายและหญิง แต่ก็พลาดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย)

ช่วงที่ 21 Grams ออกฉายใหม่ๆ นักวิจารณ์หลายคนมองว่านี่เป็นการเดินซ้ำรอยเดิมของอีนาร์รีตูและอาร์รีเอก้า (ถ้ามองในแง่วิธีการเล่าเรื่องก็คงใช่ เพราะมันเล่าเหมือนเดิมจริงๆ !) แต่นั่นก็อาจจะไม่ยุติธรรมนักหากจะมองแบบนั้น เพราะใน 21 Grams อีนาร์รีตูในใส่ส่วนผสมของอารมณ์ดราม่าแบบเข้มข้นจากการใช้ศักยภาพของนักแสดงแบบเต็มที่ บวกกับใช้การเล่าเรื่อง “ด้วยภาพ” จากฝีมือของปรีเอโต้ และเล่าเรื่อง “ด้วยเสียง” (ซึ่งอีนาร์รีตู เคยแสดงให้เห็นทักษะการเล่าเรื่องด้วยเสียงมาแล้วใน ’11’09”01 – September 11′ หนังสั้นรวมผู้กำกับว่าด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุ 9/11 โดยเขากำกับในตอน Mexico ที่อีนาร์รีตูใช้ภาพจอดำมืดแล้วใช้เสียงเล่าเรื่องแทน) ซึ่งอีนาร์รีตูขอยกความดีความชอบเหล่านี้ให้กับทีมงานและนักแสดงทั้งหมด (ซึ่งในเรื่องยังมีนักแสดงสมทบฝีมือเทพอย่าง ชาร์ล็อตต์ แกงส์บูร์ก, เมลิซ่า ลีโอ หรือ เอ็ดดี มาร์สัน) โดยเปรียบเทียบการทำหนังเรื่องนี้ว่า “ไม่ต่างจากทัวร์คอนเสิร์ตวงร็อคที่มีนักร้องรับเชิญเจ๋งๆ” เลย

21 Grams (2003) 03

อีนาร์รีตูกล่าวถึงไอเดียหนังเรื่องนี้ว่า ” 21 Grams นั่นเล่าเรื่องเกี่ยวกับการสูญเสียและความหวังที่จะดำรงอยู่ต่อไป สิ่งที่ตัวละครเอาชนะในตอนท้ายเรื่อง คือการเอาชนะตนเอง คุณไม่สามารถพึ่งพาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าเหล้า ยาเสพติด หรือแม้แต่พระเจ้าได้หรอก สิ่งที่คุณต้องทำ นั่นคือการเผชิญหน้ากับ ‘ความจริง’ ต่างหาก”