เจ.เจ. เอบรามส์ จากเด็กชายผู้หลงใหล สู่ ผู้กำกับ สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เจ.เจ. เอบรามส์ จากเด็กชายผู้หลงใหล สู่ ผู้กำกับ สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง

สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลังลูคัส ฟิล์ม และ สุดยอด ผู้กำกับ เจ.เจ. เอบรามส์ ผนึกกำลังพาคุณกลับไปสู่กาแลคซี่อันไกลโพ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ สตาร์ วอร์ส กลับมาสู่จอภาพยนตร์ใน สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง ที่จะเข้าฉายวันที่ 17 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์

“ครั้งแรกที่ได้พูดคุยกัน ตัวผมเองรู้จักกับ เคธี เคนเนดี้ (แคธลีน เคนเนดี้ ผู้อำนวยการสร้าง) มานานแล้ว เธอโทรมาถามผมว่าผมสนใจ “Star Wars” มั้ย ซึ่งมันเป็นการคุยโทรศัพท์ที่ทำให้ผมเองปลาบปลื้มใจที่สุด ผมตอบว่าขอบคุณ แต่ไม่ล่ะในทันที เพราะผมรู้สึกว่าผมเคยสร้างหนังหลายเรื่องจากแฟรนไชส์มาแล้ว และผมก็ไม่อยากทำอีกแล้ว แล้วไอเดียของการไปข้องเกี่ยวกับ “Star Wars” ก็เป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวในตอนแรก มันให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นงานที่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการที่เห็นได้ชัดเจน นอกเหนือจากนั้น ครอบครัวผมก็วางแผนว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน เราคิดกันไว้แล้วว่าปีนี้ของเราจะเป็นยังไงบ้าง

Star Wars: The Force Awakens…แต่แล้วเคธีก็มาคุยกับผม ซึ่งผมก็คาดหวังว่าจะเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่เธอเริ่มคุยถึงว่าหนังเรื่องนี้จะออกมาเป็นยังไง รวมถึงอิสรภาพเชิงสร้างสรรค์ของการได้ทำอะไรบางอย่าง และไอเดียของสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครเหล่านี้ที่พวกเรารู้จักและรัก เธอคุยถึงขั้นตอนต่อไปและตัวละครใหม่ๆ ที่อาจเป็นโฟกัสของเรื่องได้ พอเธอกลับไป ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมไม่อยากรับงานนี้ ผมบอกว่าขอเวลาให้ผมคิดหน่อย หัวใจผมเต้นรัวและความคิดผมก็โลดแล่น ผมลงไปชั้นล่างหาเคที ภรรยาของผม แล้วบอกเธอว่าผมอยากจะกำกับหนังเรื่องนี้จริงๆ

starlog
ปก starlog ที่มา thestarwarstrilogy.com

“Star Wars” มีความหมายกับผมมากครับ มันตลกดีนะ ผมจำได้ด้วยครั้งแรกที่ผมได้เห็นคำว่า “Star Wars” มันปรากฏอยู่ในนิตยสารสตาร์ล็อก ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับพวกที่ชื่นชอบไซไฟ ผมจำได้ว่าพอผมเห็นคำนี้ ผมก็อ่านออกเสียงดังๆ ว่า “Star Wars” มันมีอะไรบางอย่างที่ให้ความรู้สึกที่ไม่ธรรมดา ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาก่อนที่หนังจะเข้าฉายด้วยซ้ำ แต่มันก็ติดอยู่ในความคิดผมผมอายุได้ 11 ขวบ และการได้ดูหนังเรื่องนั้นเป็นครั้งแรก ก็ทำให้ความคิดผมเปิดกว้างมากขึ้น มันเต็มไปด้วยความอบอุ่น เรื่องโรแมนติก การมองโลกในแง่ดี เรื่องขำขันและความขัดแย้งที่เหลือเชื่อ และแน่นอน วิชวล เอฟเฟ็กต์ อย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ไม่ใช่แค่เพราะตัวหนังสนุกเหลือเกินเท่านั้น แต่เป็นเพราะมันบอกเราว่าทุกอย่างเป็นไปได้ มันบอกว่าไม่เพียงแต่คุณจะสามารถเป็นอะไรก็ได้ตามที่คุณอยากจะเป็นเท่านั้น แต่ยังมีการต่อสู้เพื่อความถูกต้องที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ด้วย ในโลกใบนี้ มีเพื่อนพ้องและมีพันธมิตรที่คุณจะได้เจอ มีความยิ่งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้จากความเรียบง่ายและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง  มันเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมของคน ที่มีแต้มต่อน้อยกว่า ซึ่งบอกเล่าด้วยจินตนาการบรรเจิด

star warsเมื่อคุณพิจารณา “Star Wars” มันก็เหลือเชื่อมากที่พวกเขานำเสนอมันได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องราว ตัวละคร การคัดเลือกนักแสดง ไม่ใช่แค่การออกแบบ ไม่ใช่ดนตรี แต่เป็นทั้งหมด เมื่อคุณพิจารณาดูทุกอย่าง คุณจะตระหนักได้ว่าทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะแค่ไหน…แม้กระทั่งการอ้างอิงถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนอกกล้อง สิ่งต่างๆ ที่คุณไม่รู้ คุณรู้อะไรน้อยมากในหนังเรื่องนั้น เช่นจักรวรรดิต้องการอะไรหรือความเป็นไปได้ที่ดาร์ธเวเดอร์จะเป็นพ่อของลุค หรือเลอาจะเป็นน้องสาวของเขา เรื่องพวกนี้มีอยู่จริง แต่มันก็ไม่ได้ถูกพูดถึง เพียงแต่มันมีความรู้สึกที่ว่าโลกใบนี้เป็นของจริง มีอยู่จริงและกว้างใหญ่ไพศาล มันถูกคิดขึ้นมาอย่างงดงามและได้รับการบอกเล่าอย่างวิเศษสุด สำหรับผมในตอนเป็นเด็ก มันทำให้ผมอึ้งไปเลย มันเป็นโลกที่ผมอยากจะกลับไปในทันที และผมก็มีทีมงานที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วครับ

star warsถ้าถามผมตอนนี้  “Star Wars” คืออะไร ?  “Star Wars” เป็นหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเนื้อแท้แล้ว มันเป็นตำนานของครอบครัว เป็นดรามาของครอบครัว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้นพบความแข็งแกร่งของตัวเอง และการพบความเชื่อมโยงกับผู้คนที่คุณคาดไม่ถึงว่าจะได้รู้จัก มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลับ และสิ่งที่เราศรัทธา การเข้าร่วมกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวคุณเอง ความดีและความชั่ว มันมีตัวละครที่คุณรัก ตัวละครที่ทำให้คุณหัวเราะและทำให้คุณแคร์ มันมีความสมจริงใน “Star Wars” และ “The Empire Strikes Back” และ ”Return of the Jedi” ที่คุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัวที่วิเศษสุด แม้ว่าพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกันก็ตาม มันเป็นครอบครัวของคนที่มีแต้มต่อน้อยกว่าที่ทำงานร่วมกัน มันเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังจริงๆ

Star Wars: The Force Awakensเราทุกคนอยากจะรู้สึกว่า ถ้าเกิดสถานการณ์เลวร้าย เราก็จะได้เจอกับคนที่เราจะรักในทันที ไม่ว่าเราจะรักพวกเขาในแบบพี่น้องหรือแบบอื่น มันมีความรู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยมิตรที่เราอาจจะเจอ ที่จะช่วยคุณสู้กับผู้ร้ายที่คุณอาจต่อกรไม่ไหว แม้ว่ามันไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับโอกาสด้านภาพวิชวลที่มหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโลกต่างๆ ที่เราเดินทางไปเยือน สิ่งมีชีวิตที่เราได้พบ อาวุธ ยานหรือภูมิประเทศต่างๆ ทั้งหมดนั่นจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าคุณไม่รักคนในยานพวกนั้น หรือถ้าคุณไม่รักคนที่เลือกจะสู้ หรือในบางกรณี คนที่เลือกจะหนี ดังนั้น แก่นสำคัญของเรื่องราวนี้จะต้องเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกเรื่องราวเวิร์ค นั่นคือตัวละคร

Star Wars: The Force Awakensสิ่งพื้นฐานที่แลร์รีกับผมให้ความสำคัญคือการทำให้ตัวละครเหล่านี้เป็นคนที่เราจะแคร์และสนใจ เราจะทำยังไงให้พวกเขามีการตัดสินใจและมีพฤติกรรมแบบที่ทำให้เราหยุดคิด หรือตั้งคำถามที่เราอยากจะเข้าใจเกี่ยวกับพวกเขามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราในกระบวนการนี้ เราอยากจะหาตัวละครที่เราอยากเห็นในเรื่องราว เรารู้ว่ามันจะไม่มีการขาดแคลนอุปสรรค ความท้าทาย หรือศัตรูชั่วร้ายที่เราสามารถใส่เข้าไปในเส้นทางของพวกเขาได้น่ะครับ

Star Wars: The Force Awakensในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการผู้ร้ายที่อยู่ในเงาของ ดาร์ธ เวเดอร์ หนึ่งในตัวร้ายในหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก คุณจะสร้างตัวร้ายที่เวิร์คภายใต้เงาของเขาได้ยังไงกัน? ความงามอย่างหนึ่งของคำตอบนี้คือด้วยการที่ตัวละครยอมรับตัวเองว่าเขาอยู่ภายใต้เงาของตัวละครตัวนี้ เขารู้จักเวเดอร์เหมือนกันกับเรา เราอยากจะสร้างความขัดแย้งให้กับความชั่วร้ายของเขาและไม่ทำให้เขาเป็นตัวร้ายหนวดกระดิกตามแบบฉบับ แต่ทำให้เขาเป็นคนที่มีบาดแผล ผู้ร้ายที่กำลังอยู่ในขั้นตอนสร้างตัวเอง ผู้ร้ายที่กำลังฝึกตน เราอยากทำให้เขาเป็นคนที่ใฝ่ฝันจะยิ่งใหญ่ในด้านมืด นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่เราสองคนได้พูดคุยกันครับ”

————————————-