พิสูจน์ 13 สถานที่หลอนกลางกรุง! ในบางกอก 13 เมืองคนตาย

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / พิสูจน์ 13 สถานที่หลอนกลางกรุง! ในบางกอก 13 เมืองคนตาย

เขย่าขวัญสั่นประสาทรับต้นปี 2559 กับภาพยนตร์เรื่องบางกอก 13 เมืองคนตาย ซึ่งได้ผู้กำกับดุลยสิทธิ์ นิยมกุล ผู้สร้างผลงานภาพยนตร์ผีมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ ศพ (อาจารย์ใหญ่) ในปี พ.ศ. 2549 และล่าสุดกับน้ำมันพราย 3D ในปี พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา กลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่าลองของความเฮี้ยนกันถึงสถานที่จริงกันเลยทีเดียว กับพล็อตเรื่องที่กล่าวถึงกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งความศิวิไลซ์ น่าอยู่ และน่าท่องเที่ยว แต่บางสถานที่อาจไม่ใช่สถานที่น่าอยู่และน่าเที่ยวอีกต่อไป
POSTER_BKK13_V1

บางกอก 13 เมืองคนตาย ว่าด้วยเรื่องราวของ “เปีย” หญิงสาวผู้มีสัมผัสพิเศษในการมองเห็นวิญญาณ เธอตัดสินใจมาร่วมงานกับรายการทีวีที่ชอบเดินทางไปท้าพิสูจน์เรื่องลี้ลับ เพื่อค้นหาความจริงบางอย่างที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เด็ก หลังจากเดินทางไป 13 ที่อาถรรพ์ในกรุงเทพฯ เรื่องราวความเฮี้ยนในแต่ละสถานที่ล้วนเกี่ยวพันกับเธอ การเดินหน้าท้าพิสูจน์ในครั้งนี้จะทำให้เธอรู้ความจริงอะไรกันแน่ และเป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่ไม่รู้อะไรเลยจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเธอเอง

ผู้กำกับดุลยสิทธิ์ นิยมกุล ได้บอกเล่าถึงแนวคิดในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมอยากเล่าเรื่องของมิติ มิติของโลกที่เราอาศัยอยู่ มิติของโลกที่เราอาศัยอยู่ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจับต้องได้กับอีกมิติหนึ่งที่เป็นโลกของพลังงานหรือโลกของวิญญาณที่เราสัมผัสไม่ได้ หลาย ๆ ครั้งที่ผมขับรถไปตามท้องถนน เห็นศาลพระภูมิเจ้าที่ เห็นศาลเพียงตา เห็นการกราบไหว้บูชาเจ้าที่เจ้าทาง หรือเมื่อเดินไปตามบ้าน ตามตึกแถว ตามร้านค้า ตึกใหญ่ๆ สูง ๆ แม้ทั้งในห้างก็ยังเจอศาล เจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนกราบไหว้ หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าเราอยู่ภายใต้อำนาจลึกลับบางอย่าง เหมือนในโลกที่เราอยู่มันมีอีกโลกหนึ่งอยู่ใกล้ตัวเรามาก เพียงแต่มีกำแพงบางอย่างกั้นไว้ ทำให้คนธรรมดา ๆ อย่างเรามองไม่เห็น บางกอก 13 มันเป็นเรื่องของคนที่บังเอิญเห็น บังเอิญสามารถสัมผัสได้กับมิติของโลกที่ซ่อนเร้นอยู่”

behind1

“ในแง่ของการทำงาน เมื่อหนังมันพูดถึงมิติของวิญญาณ เราเลยจำเป็นต้องไปเล่าหนังและไปถ่ายทำในสถานที่หลาย ๆ ที่ที่เป็นสถานที่จริง บางสถานที่ในหนังเป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นั่นจริง ๆ เหมือนเรากำลังทำหนังที่พูดถึงพวกเขา ในสถานที่จริงๆ ของพวกเขา มีหลายคืนขณะที่ผมถ่ายหนังอยู่ในโลเคชันแล้วรู้สึกว่า ขณะที่เรากำลังถ่ายทำเรื่องของเขานั้น เขาก็อาจจะกำลังเฝ้ามองเราอยู่ก็เป็นได้ สำหรับผมในฐานะผู้กำกับที่ในชั่วเวลาสิบกว่าปีมานี้ทำหนังทำละคร หรือทำซีรีส์ลึกลับ ๆ แนวนี้มาหลายต่อหลายเรื่อง พูดได้ว่า บางกอก 13 เป็นเรื่องที่ที่ผมทำงานใกล้ชิดกับคำว่าผีที่สุดในชีวิตการทำงาน”

Behind11

นอกจากนี้ผู้กำกับดุลยังได้พูดถึงการไปออกกองถ่ายทำร่วมกับนักแสดงในสถานที่จริงสุดเฮี้ยนอีกด้วยว่า “ในหนังเรามีตัวละคร พระเอก นางเอก และตัวละครหลักอีกสามสี่ตัว ที่ตามเราไปเกือบทุกที่ที่เป็นที่รกร้าง หลายที่สามารถใช้คำว่า “เจ้าที่แรง” ซึ่งแน่นอนมันทำงานยาก และไม่สะดวกสบายเลย โชคดีเราได้ มายด์ โจ๊ก ทศ และทีมนักแสดงเมนของเราอีก 3-4 คน ที่นอกจากจะทุ่มเทให้กับการแสดง ทุกคนยังสนุกกับการทำงาน ที่สำคัญยังกล้าที่จะเจอในบางสิ่งที่เป็นเจ้าที่เจ้าทางหรือวิญญาณ ที่ ๆ เขาอยู่ที่นั่นตรงนั้นพร้อม ๆ กับเรา หลายที่เราเข้าไปถ่ายทำ เราไม่รู้ว่าเจ้าของที่จริง ๆ เขาอนุญาตหรือเปล่า ถึงตรงนั้นเราได้แต่ขอให้นักแสดงของเราให้ความเคารพ ไหว้ บอกกล่าวว่าเราขอเข้ามาถ่ายทำไม่ได้มีเจตนามาลบหลู่ แต่ในบทต้องมาลบหลู่ มาท้าทาย ระหว่างทำงานก็ให้เกียรติสถานที่ สำรวมกริยามารยาท ซึ่งบางที่ก็ราบรื่นดี บางที่มันก็มีอุปสรรคบ้าง เราก็พยายามแก้ไข ซึ่งจนสุดท้ายเราและทีมนักแสดงทุกคนก็ผ่านมาได้ดี ส่วนนักแสดงคนไหนเจอกับอะไรบ้างคงต้องไปติดตามชมกันเองกับ บางกอก 13”

Behind5

สุดท้ายนี้ผู้กำกับดุล ได้ฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “สำหรับผมบางกอก 13 มันเป็นเรื่องราวที่น่าค้นหา น่าลุ้น น่าติดตาม น่าเอาใจช่วยหรือน่ารอดูเคราะห์กรรมของตัวละครที่เข้าไปท้าทาย เข้าไปลองดีกับสิ่งที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร วิญญาณ ผี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาหรือสัมภเวสี ในสถานที่ต่าง ๆ ตามสถานที่จริง แล้วในความเป็นหนัง มันท้าทายคนทำงานอย่างยิ่งในการร้อยเรียงเรื่องเหล่านั้นให้เป็นเรื่องราวที่มีตัวละครหลัก ตัวละครรอง มีอารมณ์ต่าง ๆ และฉากที่น่าจดจำให้เป็นไปตามโครงสร้างที่ดีของภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง” เปิดเมืองหลวงแห่งความสะพรึง 17 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์