รื้อหิ้งหนังเก่า : Vibrator (2003) – แรงสะเทือนถึงหัวใจ

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนังลงแผ่น, หนังเอเชีย / รื้อหิ้งหนังเก่า : Vibrator (2003) – แรงสะเทือนถึงหัวใจ

Vibrator (2003) 

แรงสะเทือนถึงหัวใจ

โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx)

vibrator 02

ดูเหมือนว่าในวงการหนังเอเชีย ผู้ทำหนังบางกลุ่มยังคงมุ่งหน้านำเสนอประเด็นความอ้างว้าง ความเหงา ความเปล่าเปลี่ยว ความแปลกแยกของปัจเจกชน ท่ามกลางยุคสมัยใหม่ที่กระแสสังคมวิ่งเร็วจนใครบางคนตามไม่ทันหรือปฎิเสธที่จะวิ่งตามมัน

What time is it there ? (2001, ไฉ้ หมิงเลี่ยง) บอกเล่าความเหงาผ่านนาฬิกา ความต่างของเวลา-ระยะทาง และหนัง The 400 Blows ของ ฟรองซัวส์ ทรูฟโฟต์ / Kairo (Pulse) (2001, คิโยชิ คุโรซาวะ) บอกเล่าด้วยอินเตอร์เน็ตและผี / All About Lily Chou-Chou (2001, ชุนจิ อิวาอิ) เล่าผ่านเว็บบอร์ดและทุ่งหญ้าสีเขียว / Suicide Club (2002, ซิออน โซโนะ)  ยิ่งไปไกล…เพราะเล่าด้วยการฆ่าตัวตายหมู่

แต่ Vibrator (ヴァイブレータ 映画) ของ ฮิโรกิ เรียวอิชิ กลับเลือกบอกเล่าถึง “ความเหงา” ด้วย…รถบรรทุกvibrator 05

เฉกเช่นเรื่องอื่นๆ ตัวละครทั้งสองในเรื่องมีความป่วยไข้ทางจิตใจ นางเอกหน้าป่วยของเรา (ชิโนบุ เทราชิม่า– น่าจะเป็นอีกชื่อที่ต้องจดจำไว้ เพราะตีบทแตกละเอียดซะขนาดนั้น)  ใช้ชีวิตด้วยความเดียวดาย มีเหล้าเป็นเพื่อนตาย (เธอบอกว่ากินเหล้าเพื่อขะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงของใครๆ รวมทั้งเสียงจิตใต้สำนึกของตัวเอง)  มีเสียงที่ส่งกระแสความคิดดังก้องอยู่ในหัวเธอเสมอ โดยเหมือนว่าเธอจะไม่รู้แหล่งที่มาของมัน สิ่งนั้นทำให้เธอสับสนถึงขนาดซื้อไวน์ขวดหนึ่งยังทำไม่เสร็จ หนังแสดงเสียงนั้นด้วยวอยซ์โอเวอร์(อันคล้ายกับตัวละครในหนังของ หว่องกาไว ซึ่งเขากล่าวว่า ได้ไอเดียมาจากการที่ต้องออกไปถ่ายหนังบ่อยๆ จนภรรยาของเขาที่อยู่คนเดียวต้องพูดคุยกับตัวเอง! ) และยังแสดงความนึกคิดของเธอด้วยการใช้ตัวอักษรขึ้นบนจอสีดำ (คล้ายกับ All About Lily Chou-Chou)

…ในมินิมาร์ท “เธอ” (เทราชิม่า) ได้พบ “ชายขับรถบรรทุก” (รับบทโดย นาโอะ โอโมรุ – หรือ อิจิ ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหดใน lchi The Killer ผลงานสุดคัลต์ของ ทาคาชิ มิอิเกะ) ไม่รู้ด้วยแรงดลใจอันใดที่ทำให้เธอยอมตะลอนทัวร์ขึ้นรถบรรทุกกับเขาไปเสียอย่างนั้น พระเอกของเราดูจะปกติกว่านางเอก แต่ในความจริงแล้วเขาก็ป่วยไม่แพ้กัน ทั้งการที่ต้องใช้วิทยุสื่อสารเป็นเพื่อนแก้เหงา การโกหกว่ามีลูกเมีย มีสาวมาตามตื๊อ หรือการพูดคุยคนเดียว (ตามที่นางเอกบอกในร้านอาหารว่า”ประโยคที่คุณพูดมา ฉันคิดว่าตอนที่คุณอยู่คนเดียว คุณคงจะพูดแบบนี้ ดังนั้นฉันคงไม่ต้องตอบรับมัน”)

หลังจากนั้น เนื้อเรื่องของหนังก็ไม่มีอะไรนอกจากการพูดคุยของทั้งสองบนรถบรรทุก (และแซมด้วยฉากเมคเลิฟพอประมาณ) ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องธรรมดา เช่น เส้นทางรถ,ชีวิตที่ผ่านมา, รหัสลับในการใช้วิทยุสื่อสาร ฯลฯ  แต่ทว่าในการพูดคุยนั้นกลับมีบางสิ่งก่อตัวขึ้น..

“ชีวิตเป็นเพียงภาพหลอนลวงตาชั่วขณะ สักวันโลกความเป็นจริงก็จะกระชากลากเรากลับไปยังโลกเก่าของเรา” – ฮารุกิ มุราคามิ

vibrator 01

หากเปรียบแล้วการพูดคุยของทั้งสองก็ถือเป็นการจูนคลื่นเข้ามากัน ทั้งสองคือคลื่นวิทยุที่ล่องลอยอยู่ในอากาศที่มิอาจจับต้องได้ อยู่กับคนละช่องสัญญาณ จวบจนวันที่มาเจอกัน คลื่นสัญญาณจึงสื่อสารถึงกันได้

เรื่องนี้คล้ายคลึงกับ Sputnik Sweetheart นวนิยายของ ฮารุกิ มุราคามิ ที่ในเรื่องกล่าวว่า “สปุตนิก” มีความหมายสองทาง หนึ่ง- แปลว่าเพื่อนร่วมทาง, สอง- ดาวเทียมที่ถูกส่งไปโคจรในห้วงอวกาศ ดังนั้นเมื่อดาวเทียมสองดวงมาพบกัน ไม่ช้าไม่นาน ต่างก็ต้องโคจรกันไปคนละทิศทาง

การจูนคลื่นหากันของทั้งสอง ทำให้ความหมายที่สองแปรเปลี่ยนเป็นความหมายที่หนึ่ง…

vibrator 04แม้ตัวละครทั้งสองจะมีลักษณะห่างไกลจากหนังรักเรื่องอื่นๆ อยู่มาก พระเอกก็ไม่หล่อ นางเอกก็หน้าป่วย ชื่อเสียงเรียงนามถูกละเลย แถมเจอกันครั้งแรกก็มีสัมพันธ์ล้ำลึกกันแล้ว แต่เซ็กซ์ของทั้งคู่เป็นชนิดที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความอบอุ่น (จนร้อนในบางฉาก) มากกว่าคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความหื่นกระหาย ดังนั้น Vibrator น่าจะถือเป็นเลิฟสตอรี่ของแท้ได้อีกเรื่องหนึ่ง

การที่ทั้งสองมาอยู่ในช่องสัญญาณเดียวกัน สร้างความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เสียงในหัวของนางเอกหายไป เป็นนัยว่าจากที่ต้องพูดคุยกับตัวเอง เธอก็พบคนที่จะพูดคุยด้วยแล้ว (ถึงตรงนี้จะสังเกตได้ว่า เสียงวอยซ์โอเวอร์เป็นความคิดที่หลั่งไหลทั้งของตัวเธอเอง และคนอื่นๆ แต่อักษรที่ขึ้นบนจอสีดำเป็นความต้องการ – ความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ )

ส่วนพระเอกที่ทำทีพูดว่า จะเลิกเล่นวิทยุสื่อสาร เพราะรำคาญพวกยากูซ่า แต่ความจริงน่าจะเป็นเพราะเขาค้นพบคลื่นที่ตามหามานานเสียที อีกทั้งเขายอมให้นางเอกนั่งที่คนขับรถบรรทุกแทนเขา ประหนึ่งจะบอกว่า “เธอได้มานั่งในหัวใจฉันแล้ว”

แต่มุราคามิก็บอกกับเราอีกว่า “ชีวิตเป็นเพียงภาพหลอนลวงตาชั่วขณะ สักวันโลกความเป็นจริงก็จะกระชากลากเรากลับไปยังโลกเก่าของเรา” หลังจากนางเอกไปนั่งรถเล่น 2-3 วัน เธอก็ต้องกลับสู่โลกของเธอเมื่อเขาขับรถจากไป เธอผิวปากอันเป็นรหัสลับในการเล่นวิทยุสื่อสารว่าตัดสัญญาณ เหมือนจะบอกว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงฉัน”

…ดังเช่น Lost in Translation ส่งสารกับเราไว้ว่า “คนบางคนมีความหมายต่อชีวิตเรา แต่อาจจะไม่ได้อยู่กับเราทั้งชีวิต”

ท้ายสุด นางเอกกลับมายังจุดเริ่มต้น – ร้านมิมิมาร์ท เสียงในหัวเลือนไป เธอซื้อไวน์ได้เสียที เธฮน่าจะหายจากโรคอนาเร็กเซีย เพราะค้นพบแล้วว่าเธอไม่ได้อยากกินอะไร แต่รอคอยวันที่ถูกกลืนกิน และเขาก็ได้ทำสิ่งนั้นไปแล้ว

Vibrator Poster

หากจะให้เดาว่าชื่อหนัง Vibrator ต้องการบอกอะไร มันคงบอกเล่าถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการที่คนสองคนมาพบกัน ทั้งสองเปรียบเหมือนไวเบรเตอร์ที่สร้างแรงสะเทือนไปถึงหัวใจกันและกัน เป็นแรงผลักดันของชีวิตต่อไป

แหล่งที่มาของแรงสั่นสะเทือนนั้น จะเป็นอะไรได้เล่า นอกจาก ‘ความรัก’

https://www.youtube.com/watch?v=j_yzmPndI4o

**จากคอลัมน์ “BIO Comments บทวิจารณ์จากผู้อ่าน”
/ นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 38 (มกราคม 2548)