ความสำเร็จของ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ และก้าวต่อไปของ ‘เต๋อ นวพล’

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ความสำเร็จของ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ และก้าวต่อไปของ ‘เต๋อ นวพล’

ความสำเร็จของ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’

และก้าวต่อไปของ ‘เต๋อ นวพล’

Nawapol

โดย กองบรรณาธิการ BIOSCOPE

หลังจากความสำเร็จของ ‘ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ’ กับการคว้า 8 รางวัลบนเวทีสุพรรณหงส์ ไปจนถึงเมื่อย้อนไปมองถึงกระแสตอบรับจากผู้ชม และรายได้ของหนังที่เก็บไปกว่า 86 ล้านบาท เป็นอันดับสองของปีที่แล้ว ก็คงพูดได้เต็มปากว่า เป็นช่วงเวลาทองของ เต๋อ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ก็ว่าได้

ในโอกาสที่ทาง BIOSCOPE ได้เดินทางมามอบรางวัล BIOSCOPE Awards 2015 ทั้งสาขา “หนังไทยแห่งปี” และ “คนทำหนังแห่งปี” เราจึงถือโอกาสพูดคุยสักเล็กน้อย ถึงความรู้สึกและสิ่งที่คาดหวังในฐานะคนทำหนังต่อจากนี้

BIOSCOPE Awards 2015

BIOSCOPE : รางวัล “หนังไทยแห่งปี” ของ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ มีความสำคัญอย่างไรกับเต๋อบ้าง ?

เต๋อ นวพล : ในเชิงการทำงาน เราได้ทำในงานที่ใหญ่ขึ้น  ข้อดีของการทำในสตูดิโอที่ต่างจากอินดี้  คือมันจะได้ฉาย 200 โรงแน่ ๆ  เหมือนเราได้วัดบนสนามใหญ่จริง ๆ รอบนี้ก็เลยดีตรงที่ว่ามันได้เข้าถึงคนดูทั้งหมดจริง ๆ ก็เห็นกันไปเลยว่าได้ผลไม่ได้ผลยังไง ผลตอบรับเป็นไง คนติดแบบไหน บางคนอาจจะชอบแบบนี้ บางคนเข้าใจไม่หรือเข้าใจตรงไหนบ้าง มันเป็นวิชาใหม่สำหรับเรา เพื่อจะไปใช้ในหนังเรื่องหน้า

พวกคอมเม็นต์จาก ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ เหล่านี้ สำหรับเรามันเป็นเรื่องการเรียนรู้ในการทำ เพราะไม่งั้นเราจะได้เจอผลตอบรับเดิม ๆ จากคนดูกลุ่มเดิมๆ คือมันก็ไม่แย่หรอก แต่ถ้าได้เจออะไรมากกว่านี้ ก็คงสนุกดี ก็เหมือนเวลาเราไปทำหนังเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังยาว หนังสั้น ไวรัล มันเอาสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ได้ สุดท้ายแล้วพอทำหนังเยอะ ๆ ขึ้น เราสนุกกับกระบวนการมากกว่า แบบทำมันออกมาแล้ว ดียังไงบ้าง ได้อย่างที่คิดหรือเปล่า อย่างว่าหนังเริ่มจากกระดาษเปล่า จากตัวหนังสือ กว่ามันจะไปถึงจอ หลายอย่างมันตกหล่นตลอดเวลา เราต้องมาคิดพยายามวิธีการว่า ยังไงที่ทำแล้วมันครบ หรือทำยังไงให้มันดีมากกว่านี้

“…มันพอดีกับช่วงชีวิตคนวัย 31-32 ความสนใจมันเปลี่ยนหมด แล้วด้วยเราใช้ประสบการณ์ 30 ปีที่ผ่านมาไปหมด จนรู้สึกว่าการทำ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ มันช่างเหมือนการได้เฉลิมฉลองในหลาย ๆ ด้านของชีวิตช่วงที่ผ่านก่อนก้าวสู่วัยกลางคน” – เต๋อ นวพล

 

BIOSCOPE : จากคนทำหนังอิสระ การได้มาทำ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ เราต้องปรับตัวหรือเรียนรู้อะไรบ้าง ?

เต๋อ นวพล : มันมีพื้นที่ระหว่างกลางของแมสกับอินดี้ เรารู้สึกว่านี่เป็นยุคที่ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองได้จริง ๆ เราไม่ต้องไปก้าวก่ายใครเลย เราคิดแค่ว่าถ้าต้องทำหนังประมาณนี้ ทำยังไงให้คนมาดูเรา แล้วเรายังสามารถสนุกกับการทำมันได้ ถึงแม้คนดูอาจไม่ชอบมันมาก แต่ทำยังไงไม่ให้เขาเกียจมันมาก เราก็สร้างมันขึ้นมาเป็น “พื้นที่” ของตัวเองไป เราไม่ต้องไปล่าพื้นที่ของคนอื่น ไม่จำเป็นต้องทนเบียดกัน ไม่ต้องแดกดันกันเองก็ได้ ต่างคนต่างทำในสิ่งที่ทุกคนถนัด ทุกคนมีอาวุธ ยุคนี้การทำหนังมันประชาธิปไตยมาก ทุกคนมีวิธีการเข้าถึงคนดูในแบบของตัวเองได้

เดี๋ยวนี้การติดต่อโรงหนังไม่ใช่เรื่องยาก ถึงมันต้องมีเสียเงินอยู่ แต่ง่ายกว่าแต่ก่อนที่นึกไม่ออกเลยว่าจะทำได้ยังไง และมันโชคดีที่เทคโนโลยีมันอำนวยมาก ถึงออกทีวีไม่ได้ก็ลงยูทูปได้ ไม่มีสื่อประชาสัมพันธ์แต่ก็ยังมีสื่อออนไลน์อยู่ ทุกคนมันสร้างพื้นที่ของตังเองได้ วันนึงเราอาจจะย้อนกลับไปทำหนังเล็ก ซึ่งเราก็ไม่ได้หวังให้คนมาดูทั้งประเทศ เราก็พึงพอใจในกำลังที่เรามี ในพื้นที่ที่มันเหมาะสมกับหนังที่เราทำ

สำหรับเรา ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ คนดูไม่ได้ติดขัดกับเรื่องสไตล์ของหนัง เขาติดขัดที่เนื้อหาของมันล้วนๆ โอเคว่าในเนื้อหาบางอัน ทุกคนอาจจะไม่ชอบ เราก็ไม่โทษคนดู เพราะตัวเรารู้อยู่แล้วว่าเราทำกับมันได้มากน้อยแค่ไหน

ซันนี่, ใหม่ ดาวิกา และ เต๋อ นวพล
ซันนี่, ใหม่ ดาวิกา และ เต๋อ นวพล จาก ‘ฟรีแลนซ์ฯ’

BIOSCOPE : เต๋อผ่านทั้งการทำหนังอิสระ และการทำหนังในกระแสหลักมาแล้ว อยากรู้ว่ายังมีสนามอื่นๆ ที่อยากลองไหม เช่น การทำหนังสำหรับการไปประกวดในเทศกาล

เต๋อ นวพล : ก็อยากลองนะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยาก แต่ก่อนอื่นคือเราควรได้ทำงานที่เราอยากเล่าก่อน เราถึงบอกว่าการไปเทศกาลหนังมันคือของแถม แต่สมมติถ้าช่วงนี้มันว่างพอดี และเปิดรับพอดี เราก็จะทำ จังหวะได้ก็ทำ ไม่ใช่การทำทุกอย่างเพื่อให้หนังได้เข้าไปสายรางวัล เรารู้สึกว่าการอยู่กับคนดู มันตรงไปตรงมากกว่า ทำหนังแล้วให้คนดูเลยดีกว่า เราว่าในแง่การอยู่ในวงการมันก็อยู่ยาว ๆ มากกว่า การที่ทำให้คนได้เห็นงานของเราเรื่อย ๆ รู้จักเรามากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้เรามีโอกาสที่จะทำหนังได้ต่อเนื่องเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าในสายเทศกาลหนังมันก็มีความวูบวาบเหมือนกันนะ ผู้กำกับบางคนได้รางวัลไปแล้วก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วก็จะมีคนใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาแทน

เราทำหนังเพราะเรามีเรื่องที่อยากเล่า เมื่อทำเสร็จ ก็บอกคนดูว่ามีหนังมาฉาย ค่าตั๋วเท่านี้นะ ว่างก็มาดูกัน อยากดูก็มาดู มันตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว เราเลยรู้สึกว่าจะยึดมั่นสิ่งนี้เอาไว้เป็นหลัก ที่เหลือถ้าได้รางวัล หรือได้ 100 ล้านก็โอเค (หัวเราะ) เพราะสุดท้ายแล้วเราได้เล่าในสิ่งที่เราอยากเล่าไปถึงคนดูแล้ว

freelance

BIOSCOPE : มีวางแผนในการทำหนังเรื่องใหม่ๆ บ้างหรือยัง

เต๋อ นวพล : ยังไม่แน่ชัด แต่เราจะเล่าเรื่องที่แก่ขึ้นเรื่อย ๆ มันพอดีกับช่วงชีวิตคนวัย 31-32 ความสนใจมันเปลี่ยนหมด แล้วด้วยเราใช้ประสบการณ์ 30 ปีที่ผ่านมาไปหมด จนรู้สึกว่าการทำ ‘ฟรีแลนซ์ฯ’ มันช่างเหมือนการได้เฉลิมฉลองในหลาย ๆ ด้านของชีวิตช่วงที่ผ่านก่อนก้าวสู่วัยกลางคน มันพอดีตรงที่ว่า 4 ปีที่ผ่านมาหนังของเรามันไล่สเกลขึ้นมาเรื่อย ๆ มันเป็นสเต็ปการทำงานที่จบท้ายได้พอดี พอตอนนี้เราอายุ 32 มันเหมือนต้องเริ่มใหม่หมด จุดประสงค์ในการทำหนังก็เปลี่ยน เริ่มจะทำอะไรที่รู้สึกกับมันได้ง่ายและตรงไปตรงมามากขึ้น เหมือนสร้างเครื่องประจุเรื่องราวมาแลกเปลี่ยนกัน ส่วนเทศกาลหนัง ถ้าได้ไปก็ดี ไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไร

ถ้าเป็นหนังสตูดิโอก็ทำกับ GDH559  ส่วนหนังเล็ก ๆ ก็สามารถไปทำเองก็ได้ ซึ่งเป็นไปได้ถ้าได้ทำปีละเรื่องก็คงดี มันคือแนวติดไปแล้ว อย่างในปีนี้อาจจะเป็นหนังเล็ก ๆ ก็ได้แต่ยังไม่รู้ เราชอบที่ได้ทดลองกับคนดู โลกและคนดูมันเปลี่ยนตลอด ซึ่งนั่นละที่เราต้องหาวิธีการเพื่อมาสื่อสารให้เขาเข้าใจให้ได้