ชีวิตที่คล้ายกัน! จิเอะจัง & แม่นุ่น หญิงผู้แข็งแกร่งทั้งกายและใจ

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / ชีวิตที่คล้ายกัน! จิเอะจัง & แม่นุ่น หญิงผู้แข็งแกร่งทั้งกายและใจ

หากใครได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Hana’s Miso soup มิโซะซุปของฮานะจัง แล้วจะรู้เลยว่าเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมานั้น คล้ายคลึงกับชีวิตจริงของคุณแม่นุ่น สุพัฒชา ศรีสุวรรณ จริง ๆ ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากการรักษาแปรเปลี่ยนเป็นความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับโรคร้ายที่อยู่ในตัวเธอ พร้อมกับมีเสาหลักอย่างคุณพ่อตุลย์ วิทวัส โลหะมาศ ที่อยู่ดูแลแม่นุ่นตลอดเวลา และลูกทั้งสองซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่ทำให้เธอบอกกับตัวเองว่า “ไม่ยอมแพ้”

IMG_0328

ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ ที่โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซิเนม่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ คุณพ่อตุลย์และน้องซิดนีย์ได้มาร่วมงานนี้ และได้บอกเล่าถึงอาการล่าสุดของคุณแม่นุ่นว่า

“โดยตัวโรคเมื่อปลายปีที่แล้วกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง แต่ว่าหลังจากที่ใช้ยาตัวใหม่ไป โรคก็เริ่มสงบลง แต่ว่าตัวยาก็ค่อนข้างที่จะแรง คือทำให้แม่นุ่นไม่แข็งแรงเท่าไร โดยรวม ๆ แล้วตัวโรคโอเค แต่คนยังไม่แข็งแรงดีเท่าไร”

64fbd668-b652-4275-a768-4d4c04f34b50

คุณพ่อมีวิธีการให้กำลังใจคุณแม่อย่างไร

“ผมก็จะบอกกับแม่นุ่นว่าอย่าเพิ่งไปคิดมาก คิดเยอะ เพราะคนป่วยจะห่วงลูก ใครจะเลี้ยง เกิดเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะบอกเขาเสมอว่า วันนี้คนที่น่าห่วงที่สุดคือตัวเขาเอง เพราะทุกคนสบายดี เพราะฉะนั้นถ้าเขาห่วงลูกห่วงพ่อห่วงแม่ห่วงสามีก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะเราต่อสู้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว เรารู้ว่าความน่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือความกลัวของตัวเอง”

IMG_0332

และคุณพ่อตุลย์ ได้ให้กำลังใจคนอื่น ๆ ที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งว่า

“ก็อยากจะบอกว่าสำหรับโรคมะเร็งนี้ วิวัฒนาการการรักษาสมัยนี้คือก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่คนส่วนใหญ่จะคิดถึงว่าไปเทียบกับสมัยปู่ย่าตายาย มันไม่ค่อยดี ให้คีโมแล้วทรุดโทรมอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งสมัยนี้ดีกว่าเดิมค่อนข้างเยอะมาก กำลังใจของครอบครัวก็มีส่วนช่วยได้ ช่วยให้เขาสามารถอดทนกับความเจ็บปวดให้มันผ่านพ้นการรักษาไปได้ เพราะต้องยอมรับว่าการรักษาถึงแม้ว่าจะดีขึ้น แต่มันก็ยังมีเจ็บปวดอยู่ดี เพราะฉะนั้นครอบครัวจะเหมือนแรงหนุนกำลังผลักดันให้เขาแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ส่วนหน้าที่การรักษาก็เป็นเรื่องของคุณหมอดูแลไป สำหรับผมแล้วไม่ใช่ดูแลแค่ตัวภรรยา ก็ต้องดูแลลูก ดูแลทุกคนด้วย เราในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็เหมือนเป็นตัวหลักที่ต้องแข็งแกร่ง และความแข็งแกร่งนี้มันจะทำให้ทุกคนแข็งแกร่งไปด้วย ถ้าเราเป็นหัวหน้าครอบครัว เราเศร้า ร้องไห้ ดูเหมือนจะหมดหวัง ทุกคนก็จะหมดหวังตามเรา เราต้องเผื่อแผ่ความแข็งแกร่งตรงนี้ เพื่อให้ทุกคนลุกขึ้นมาได้”  

momnoon-01

อีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับทุกคนที่ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม การที่ได้อยู่เคียงข้างกับคนที่รัก พร้อมที่จะมีความสุขร่วมกัน พร้อมที่จะฝ่าฟันความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามาด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกที่น่าประทับใจ และในวันนี้นาทีนี้เราอยู่ด้วยกัน และมีความสุขด้วยกัน ก็เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดแล้ว หากแม่นุ่นได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงจะพูดเหมือนจิเอะจังว่า “ฉันโชคดีจริง ๆ นะ ที่มีครอบครัวแบบนี้”