รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 4

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, หนังฮอลลีวูด / รายงานสดเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2016 วันต่อวัน! : วันที่ 4

American Honey หนังวัยรุ่นยากไร้ในสายประกวดที่เหมือนๆ จะดี แต่…

american-honey-2

ถ้าการติดแหง็กอยู่ในรถมินิบัสนานสองชั่วโมงครึ่งกับเด็กวัยรุ่นสุดซิ่งสิบกว่าชีวิตผู้ซึ่งเอาแต่คร่ำครวญเพลงริอานนา, Carnage และ Lady Antebellum คือนิยามของคำว่า “ความสนุก” สำหรับคุณล่ะก็ รับประกันได้เลยว่าคุณจะต้องหลงรัก American Honey ของ แอนเดรีย อาร์โนลด์ ซึ่งเล่าเรื่องของ สตาร์ สาวน้อยยากไร้วัย 18 ผู้ประทังชีวิตตนเองและน้องๆ ด้วยการคุ้ยกองขยะ กระทั่งได้พบกับ เจค หนุ่มน่ารักทรงเสน่ห์-ผู้มาพร้อมคำชักชวนให้ทำงานเด็กเร่ขายนิตยสารตามบ้าน-สตาร์ก็ตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อไปแสวงโชค (เธอมีฝันเล็กๆ อยากมีบ้านรถเทรลเลอร์และเริ่มต้นสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง)

สิ่งที่ตามมาจึงคือโร้ดทริปทั่วดินแดนฮาร์ทแลนด์ของอเมริกา อันเป็นพื้นที่ที่เราไม่ค่อยได้เห็นในหนังกันนัก (ลองนึกถึง Gummo ของฮาร์โมนี โครีนน่ะครับ) มันคือดินแดนแห่งวอลมาร์ต, โรงแรมโมเต็ล 6 และท่ารถบรรทุก มันคือโลกที่เด็ก 6 ขวบผู้ถูกกระทำชำเรายกอ้างเนื้อเพลงวงเดดเคนเนดีส์มากล่าว และคือที่ที่ซึ่งพิซซ่าฮัตถือเป็นอาหารไฮโซสุดหรู

american-honey-1

ทว่า ปัญหาอยู่ตรงนี้ : American Honey เป็นหนังที่ไม่มีอะไรให้เราติดตามผูกพันเท่าไหร่เลย เราอาจจะรู้สึกได้ว่าสตาร์เป็นเด็กสาวฉลาดเฉลียวผู้ใช้วิธีขายนิตยสารแบบเปรี้ยงปร้างตรงไปตรงมาซึ่งทั้งสมจริงกว่าและประสบความสำเร็จกว่าวิธี “พูดแต่เรื่องดีๆ เอาใจลูกค้านะ” ที่เจคใช้ รวมทั้งเราก็อาจจะรู้สึกว่านักแสดงหน้าใหม่อย่าง ซาชา เลน ในบทสตาร์ หรือ ไชอา ลาบัฟ ในบทเจคนั้นโดดเด่นเก๋ไก๋อย่างยิ่ง กระนั้นหนังก็ไม่สามารถทำให้เรารู้สึกใส่ใจอะไรเลยกับความสัมพันธ์คบๆ เลิกๆ ของทั้งคู่ และเมื่อเนื้อหากับตัวละครเอาคนดูไม่อยู่ ทั้งหมดทั้งมวลที่เหลือรอดมากระทบโสตประสาทเร่งเร้าความรู้สึกของเราแทนก็คือบรรดาเพลงที่อาร์โนลด์สรรหามายัดใส่หนังถึงกว่า 20 เพลง โดยส่วนใหญ่ก็ปรากฏในรูปของฉากเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ร้องกันไปเรื่อย ในรถมินิบัสคันที่ว่านั่น

แอนเดรีย
แอนเดรีย อาร์โนลด์

ว่าตามจริงแล้ว อาร์โนลด์เป็นหนึ่งในคนทำหนังที่ผมชอบมาก ทั้งจากหนังเรียลิสต์ดรามาสะท้อนสังคม (Fish Tank) และหนังดัดแปลงนิยายเอมิลี บรองเต (Wuthering Heights) แต่เมื่อเทียบกับโครีน หรือลินน์ แรมเซย์ (ซึ่งหนังเรื่อง Morvern Callar ของเธอมีอิทธิพลต่ออาร์โนลด์อย่างรู้สึกได้) อย่างน้อยคนทำหนังทั้งสองนั้นก็ยังมีเซนส์ว่าควรตัดหนังให้เหลือสักแค่ 90 นาที อันเป็นความยาวครึ่งเดียวเท่านั้นของหนังเรื่องนี้ เราไม่อาจปฏิเสธพลังและความปราดเปรื่องเป็นช่วงๆ ในฝีมือของอาร์โนลด์หนนี้ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว American Honey ก็กลายเป็นเพียงหนังน่าเบื่อหน่ายเรื่องหนึ่ง…เว้นเสียแต่ว่า-อย่างที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นน่ะ-เว้นเสียแต่ว่าถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูเด็กวัยรุ่นร้องเพลง-หลายเพลงมากๆ-ในรถมินิบัส…คุณคงสนุกครับ

‘American Honey’ Clip from The Playlist on Vimeo.

รายงานตรงจากคานส์โดย โรเบิร์ต ดับเบิลยู เดวิส
ถอดความโดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

ติดตามรายงานพิเศษ ส่งตรงจากคานส์ 2016 ตลอดเทศกาล
โดย Robert W.Davis ผู้สื่อข่าวพิเศษของ BIOSCOPE ได้ที่นี่
วันเปิดงาน : http://goo.gl/phCboK
วันที่ 1 : http://goo.gl/jV7lNl
วันที่ 2 : http://goo.gl/kqflbA
ันที่ 3 : http://goo.gl/mtVgnJ