มูฮัมหมัด อาลี – จากตำนานนักชก สู่หลาก “วัฒนธรรมป็อบ”

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / มูฮัมหมัด อาลี – จากตำนานนักชก สู่หลาก “วัฒนธรรมป็อบ”
Muhammad.Ali.vs.Sonny.Liston
ภาพประวัติศาสตร์ที่ อาลี อัด ซอนนี่ ลิสตัน ลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ของยกแรก ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวทได้สำเร็จ ในปี 1965 และเป็นแม็ตช์การชกที่ถูกพูดถึงมาจนทุกวันนี้

ย้อนไปในช่วงที่ เคสเซียส เคลย์ (Cassius Clay) หรือที่รู้จักกันในภายหลังในนาม มูฮัมหมัด อาลี (Muhammad Ali เปลี่ยนชื่อหลังจากหันมานับถือศาสนาอิสลาม) โด่งดังสุดขีด อดีตแชมป์มวยสากลรุ่นเฮฟวี่เวทในช่วงกลางทศวรรษที่ 60 ถึงต้นทศวรรษที่ 80 ผู้นี้ สร้างปรากฏการณ์เอาไว้มากมายหลายแง่มุม ซึ่งส่งอิทธิพลไปสู่สื่อและศิลปะหลากหลายแขนง เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อบร่วมสมัยทั้ง ดนตรี ภาพยนตร์ และอีกมากมาย ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งที่เราคัดสรรมาแนะนำ

i am the greatest - cassius clay
อัลบั้ม I Am the Greatest (1963)

ดนตรี

ไม่น่าเชื่อว่า อาลีเองเคยออกอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองมาแล้วเมื่อปี 1963 ในอัลบั้มชื่อ I Am the Greatest (ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า Cassius Clay) ซึ่งเป็นแผ่นเสียงที่รวมคำพูดซึ่งอาลีเคยพูดไว้หลากหลายวาระ โดยในอัลบั้มมีเพลงอยู่หนึ่งเพลง นั่นคือเพลง Stand by Me (ฟังที่นี่) ที่เขาร้องโคเวอร์จากเวอร์ชั่นต้นฉบับของ Ben E King (ฟังได้ที่นี่)

และอีกอัลบั้มในปี 1976 ในชื่อ Ali and His Gang vs. Mr. Tooth Decay ซึ่งเป็นเพลงรณรงค์เรื่องสุขภาพฟันให้แก่เยาวชน (ฟังได้ที่นี่)

อัลบั้ม Ali and His Gang vs. Mr. Tooth Decay ของอาลี
อัลบั้ม Ali and His Gang vs. Mr. Tooth Decay ของอาลี

นอกจากนี้ มูฮัมหมัด อาลี ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินแต่งเพลงเกี่ยวกับเขาออกมามากมาย ทั้งในยุคนั้นอย่าง บ็อบ ดีแลน (I Shall be Free No. 10) หรือเพลงสุดฮิตในปี 1975 ของ Johnny Wakelin อย่าง Black Superman มาจนถึงยุคหลังๆ เช่นวงป็อบร็อคอย่าง Ben Folds Five (Boxing), R. Kelly ศิลปินอาร์แอนด์บีชื่อดัง (The World’s Greatest) หรือวงอิเล็กโทรนิคจากอังกฤษนาม Faithless (Muhammad Ali) ซึ่งมีทั้งการหยิบเอาชีวิตส่วนตัวของอาลีมาถ่ายทอด ไปจนถึงการยกย่องตัวเขาในฐานะฮีโร่ของชาวผิวสีผู้กล้าหาญ

maxresdefault
วิลล์ สมิธ ใน Ali (ไมเคิล มานน์, 2001)

ภาพยนตร์และสารคดี

ชีวิตของ มูฮัมหมัด อาลี ถูกหยิบมาเล่าหลายครั้งผ่านภาพยนตร์ แน่นอนเราคงลืมเวอร์ชั่นที่ดังที่สุดอย่าง Ali (ไมเคิล มานน์, 2001) ภาพยนตร์ที่ส่งวิลล์ สมิธ เข้าชิงออสการ์นำชายในปีนั้นได้ (แต่แพ้ให้ เด็นเซล วอร์ชิงตัน จาก Training Day) โดยชีวิตของอาลีจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นหนังในเร็วๆ นี้ ทั้ง The Last Punch ของผู้กำกับ เจสส์ วอห์น (Jesse Vaughan) ที่เล่าเรื่องการชกแม็ตช์สุดท้ายของตัวอาลี และ The Bleeder ของผู้กำกับ ฟิลิปป์ ฟาลาร์ดู (Philippe Falardeau จาก The Good Lie) ที่พาไปสำรวจชีวิตของ ชัค เว็บเนอร์ (Chuck Wepner) นักมวยชาวอเมริกัน ก่อนขึ้นชกท้าชิงแชมป์ของอาลีในปี 1975 (ซึ่งแม็ตช์ดังกล่าวได้กลายเป็นแรงบันดาลสำคัญให้ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นำมาเขียนและกำกับเป็นหนังอย่าง Rocky ในปี 1976 อีกต่อหนึ่งด้วย)

Deena Dill and Keith David in The Last Punch
(ขวา) ภาพของ ดอนคิง โปรโมเตอร์ของอาลี (รับบทโดย Keith David) จากหนัง The Last Punch

หากในส่วนของหนังสารคดีแล้ว ชีวิตของอาลีถูกเล่าผ่านมาแล้วในหลากหลายมุมมอง ทั้งสารคดีรางวัลออสการ์ปี 1996 อย่าง When We Were Kings ที่ผู้กำกับ ลีออน กาสต์ พาไปดูแม็ตช์ชกนัดปรัวัติศาสตร์ ระหว่างอาลีและ จอร์จ โฟร์แมน ที่ไปจัดถึงประเทศคองโก จนแม็ตช์นี้ถูกเรียกว่า “Rumble in the Jungle” ซึ่งได้กลายเป็นอีเวนต์กีฬาที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของทศวรรษที่ 20

When We Were Kings is a 1996 documentary film
ภาพจากหนังสารคดี When We Were Kings (1996)

นอกจากนี้ยังมีสารคดีที่เล่าถึงมูฮัมหมัด อาลีที่น่าสนใจ เช่น Facing Ali (พีธ แม็คคอร์มัค, 2009) ที่พูดถึงอาลีในมุมมองจากผู้ที่เคยชกกับเขา, The Trials of Muhammad Ali (2013, บิล ซีเกล) เล่าถึงการเปลี่ยนเป็นมุสลิมของอาลีซึ่งเกี่ยวพันกับการถูกเกณฑ์ไปรบที่สงครามเวียดนาม และ I Am Ali (2014, แคลร์ เลวิน) หนังสารคดีที่เต็มไปด้วยเทปบันทึกเสียงในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งอาลีบันทึกเอาไว้ โดยผ่านการบอกเล่าของบุคคลใกล้ชิดรอบตัว

720x405-rexfeatures_888956a

เป็นหมุดหมายในหน้าประวัติศาสตร์

มูฮัมหมัด อาลี ยังถูกไว้เป็นส่วนหนึงของประวัติศาสตร์หลายๆ เรื่องราว เช่นการเดินทางไปทัวร์อเมริกาเป็นครั้งแรกของวง The Beatles และเป็นช่วงเวลาพลิกวงการเพลงอเมริกันไปตลอดกาลเมื่อวงได้ออกรายการ The Ed Sullivan Show ในวันที่ 9 ก.พ.1964 โดยในห้วงเวลานั้น ทางวงยังถูกเชิญไปถ่ายภาพกับอาลี นักชกฝีปากกล้า ก่อนจะขึ้นชกนัดชิงแชมป์กับ ซอนนี่ ลิสตัน – โดยภาพนี้ถ่ายโดย แฮร์รี่ เบนสัน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 1964

ในปี 1978 DC Comic สำนักพิมพ์เจ้าของการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังมากมาย ได้ออกคอมมิคฉบับพิเศษที่ชื่อ Superman vs. Muhammad Ali ที่เล่าเรื่องการร่วมมือกับปกป้องโลกจากมนุษย์ต่างดาวของ ซูเปอร์แมน และ มูฮัมหมัด อาลี ซึ่งล้อไปกับฉายาของเจ้าตัวที่ว่า “แบล็ก ซูเปอร์แมน” นั่นเอง

Superman vs. Muhammad Ali
ปก Superman vs. Muhammad Ali (1978)

ปิดท้ายด้วย หนึ่งในโมเม็นต์แสนประทับใจ เมื่อ มูฮัมหมัด อาลี แอบย่องขึ้นไปเซอร์ไพรซ์ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน บนเวทีออสการ์ครั้งที่ 49 ในปี 1977 ขณะที่เขากำลังขึ้นไปประกาศผลรางวัลสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งก็เป็นปีที่สตอลโลนประสบความสำเร็จจาก Rocky (จอห์น จี เอวิลด์เซ็น1976 – หนังได้แรงบันดาลใจจากการชกระหว่าง อาลี กับผู้ท้าชิง ชัค เว็บเนอร์ โดยสตอลโลนซึ่งเขียนบทเอง ดัดแปลงให้เป็นเรื่องราวของ ร็อกกี้ บัลบัว นักชกรองบ่อนที่ต้องต่อกรกับยอดมวยอย่าง อพอลโล ครีด ซึ่งในเวลาต่อมาหนังมีภาคต่อถึง 6 ภาค และล่าสุดยังถูกนำมาเล่าใหม่ในรุ่นลูกของอพอลโล ครีด ที่ร็อกกี้ต้องมากลายเป็นโค้ชในหนังปี 2015 อย่าง Creed) ที่กลายเป็นหนังยอดฮิตและเข้าชิงออสการ์ในหลายสาขา รวมทั้งตัวสตอลโลนเองในสาขานักแสดงนำชายและบทออริจินอลยอดเยี่ยม โดยอาลีขึ้นมาบนเวที แล้วประกาศเสียงดังบนเวทีว่า “ผมนี่ละ อพอลโล ครีด ตัวจริง” (I’m the real Apollo Creed) ก่อนที่ทั้งสองจะออกลีลาชกลมเรียกเสียงฮาจากผู้ชม และร่วมกันประกาศรางวัลต่อไป

ในค่ำคืนนั้น แม้สตอลโลนจะพลาดรางวัลส่วนตัวทั้งหมด หาก Rocky ก็คว้า 2 รางวัลใหญ่ทั้งหนังยอดเยี่ยม ,ผู้กำกับยอดเยี่ยม แถมพ่วง รางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม กลับบ้านไปอย่างยิ่งใหญ่

เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ BIOSCOPE