หนังโลกที่เราอยากดู : The Corpse of Anna Fritz (2015)

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี / หนังโลกที่เราอยากดู : The Corpse of Anna Fritz (2015)

เมื่อพวกเขาข่มขืนศพ และมนุษย์กลายเป็นปิศาจ…

โดย ปราชญ์ เต็มวิทยาธรณ์
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 159)

The Corpse of Anna Fritz - poster

“ในบรรดาความชั่วช้าทั้งมวล ผมอยากสำรวจความชั่วจากสัญชาตญาณดิบที่มนุษย์ทุกคนมี มันคือความชั่วดึกดำบรรพ์ที่ไม่ผ่านการขัดเกลาใดๆ และครอบงำเราได้แม้ไม่เคยคิดทำชั่วเลยก็ตาม” เอกตอร์ เออร์นานเดซ วีเซนส์ ผกก.ผู้มีประวัติการทำงานทางโทรทัศน์เป็นหลักก่อนหน้านี้ พูดถึงผลงานหนังยาวเรื่องแรกของเขาคือ The Corpse of Anna Fritz หนังคัลต์สยองขวัญที่พาคนดูลัดเลาะไปในความมืดหม่นของจิตใจมนุษย์ กับเรื่องราวชวนเหวอของตัวละครผู้หลงใคร่ได้เสียกับศพ!

The Corpse of Anna Fritz 01

“สิ่งที่แน่แท้ไร้ข้อกังขาที่สุดคือ โลกนี้ไม่มีหัวข้อใดจะรุ่มรวยเรื่องราวเชิงกวีมากไปกว่าการตายของโฉมงาม” คือข้อเขียนของ เอ็ดการ์ แอลลัน โป ที่หนังหยิบยกมาใช้เป็นคำโปรย และโฉมงามที่ว่าในหนังเรื่องนี้คือ แอนนา ฟริตซ์ นักแสดงสาวผู้เป็นที่คลั่งไคล้ของบรรดาชายหนุ่ม ซึ่งเสียชีวิตลงอย่างลึกลับกะทันหัน เจ้าหน้าที่หนุ่มอารมณ์เปลี่ยวที่เข้าเวรเฝ้าห้องดับจิตคืนนั้นจึงสบโอกาสชักชวนเพื่อนอีก 2 นายมาร่วมกันชื่นชมร่างกายเปล่าเปลือยสุดเซ็กซี่ของเธอก่อนจะผลัดกันกระทำชำเราศพ โดยหารู้ไม่ว่าความบรรลัยเพิ่งเริ่มต้น และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือความพลิกผันของเหตุการณ์นรกแตกที่อยู่เหนือความคาดเดาของทั้งพวกเขาและคนดู!

The Corpse of Anna Fritz 03

ความพิลึกพิลั่นของพล็อตคนซั่มศพนั้นชวนให้นึกถึงหนังอย่าง Deadgirl (2008 – เล่าถึงสองหนุ่มที่เจอศพสาวลึกลับในโรงพยาบาล-บ้าร้างจึงล่วงเกินร่างของเธอ แล้วพบว่าจริงๆ เธอยังไม่ตาย) ทว่าสิ่งที่ทำให้ The Corpse of Anna Fritz โดดเด่นก็คือ ในขณะที่เล่าเรื่องชวนคลื่นเหียนสุดๆ หนังก็ยังเล่นกับความกลัวของคนดูด้วยจังหวะหลอกล่อ การหักมุมที่เดาทิศทางไม่ได้ และบรรยากาศกดดันหดหู่ ซึ่งวีเซนส์ชี้ว่าสภาพพื้นที่ปิดตายของห้องดับจิต (ซึ่งเป็นสถานที่เดียวของหนังทั้งเรื่อง) มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างผลกระทบต่ออารมณ์ของคนดู

The Corpse of Anna Fritz (2015) - dir
ผู้กำกับ เอกตอร์ เออร์นานเดซ วีเซนส์ (ชายใส่แว่น)

“หนังบังคับให้เราอยู่กับตัวละครตลอดเวลาโดยไม่อาจหยุดรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์กับพวกเขาได้เลย เวลาและสถานที่ (“ค่ำคืนหนึ่งในห้องดับจิต”) เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องพอๆ กับที่เรื่องเป็นส่วนหนึ่งของเวลาและสถานที่… ในขณะที่ห้องดับจิตคือพื้นที่ทางกายภาพที่เอื้อให้พวกเขาทำชั่ว เวลาที่จี้คอก็กระตุ้นให้พวกเขายิ่งถลำไปสู่จุดจบอันฉิบหาย” และแม้บางช่วงหนังจะเปิดช่องให้คนดูได้เวทนาตัวละคร แต่ท้ายที่สุดหนังก็ตลบหลังพวกเขา (และคนดู) ได้อย่างอำมหิต

The Corpse of Anna Fritz 02

วีเซนส์ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงที่เป็นข่าวฉาวหน้าหนึ่ง “มันทำให้ผมสงสัยว่าคนที่ข่มขืนนั้นศพคิดอะไรอยู่และเขาจะรู้สึกยังไงถ้าคนอื่นรู้ว่าเขาเป็นเนโครไฟล์ (คนที่ชอบมีเซ็กซ์กับศพ) นั่นคือจุดเริ่มของเรื่องราว ตัวละครในหนังทำในสิ่งผิดมนุษยธรรม ซึ่งผลักให้พวกเขาต้องลงมือฆ่าเพื่อจะปกปิดเรื่องราวฉาวชั่วที่ตัวเองทำลงไป” ซึ่งก็เหมาะเจาะพอดีกับประเด็นที่เขาต้องการสำรวจตั้งแต่ต้น “ผมอยากเล่าถึงเส้นบางๆ ที่กั้นแบ่งระหว่างการเป็นมนุษย์กับปิศาจ ว่าคนธรรมดาสามัญที่สุดก็กลายมาเป็นปิศาจได้ในชั่วข้ามคืน ซึ่งอธิบายว่าทำไมมนุษย์เราลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันได้ในสงคราม …”

“การฆ่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำได้หากเราเกลียดชังคนที่ตั้งใจจะฆ่ามากๆ จนมองไม่เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเขา กลไกวิปลาสในจิตใจของพวกเราเช่นนี้แหละที่เป็นฐานให้หนังเรื่องนี้”