Hello Filmmaker ทำ ‘เอ็มวี’ สวัสดีวงการหนัง

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / Hello Filmmaker ทำ ‘เอ็มวี’ สวัสดีวงการหนัง
โดย ชลนที พิมพ์นาม
(ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 / มีนาคม 2014)
Hello Filmmaker
(จากซ้ายมาขวา) จิรพงษ์, ภัทรภร, ฐิติพงศ์, ทิพย์วิมล, วรกร, โชติรัตน์ และ สุทธิชัย สมาชิกรุ่นบุกเบิกของทีมทั้ง 7 คน : ภาพเมื่อปี 2014 จากแฟนเพจ Hello Filmmaker

กลุ่มเพื่อนและพี่น้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และดิจิตอลมีเดีย ที่มารวมตัวกันในชื่อ ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ Hello Filmmaker พร้อมกับสร้างชื่อกับงานมิวสิควีดีโอ หลากหลายแนวเพลงและศิลปิน เช่นเพลง ‘ขอ’ ของวง LOMOSONIC ที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงข้ามคืน หรือล่าสุดกับหนังสั้น The Only One ที่กลายเป็นไวรัลดังที่มีผู้คลิกชมกว่า 2 ล้านวิวในสองวัน เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักพวกเขาทั้ง 7 คนให้มากยิ่งขึ้น

‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี (ผู้กำกับหลักของกลุ่ม), ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์ (โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ), โชติรัตน์ วารีรัตนโรจน์ (โปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, กำกับศิลป์ และแคสติง) วรกร ฤทัยวาณิชกุล (โปรดิวเซอร์, กำกับภาพและคัลเลอร์ลิสต์), ทิพย์วิมล พิพัฒนโยธะพงศ์ (โปรดิวเซอร์), สุทธิชัย เหลืองอมรเลิศ (กำกับภาพ) และ จิรพงษ์ พุฒจ้อย (กำกับศิลป์)

Hello Filmmaker 01

โดย ฐิติพงศ์เล่าความเป็นมาของกลุ่มให้ ฟังว่า “พวกเราก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยผมอยู่ปี 3 ที่ แบบทำงานด้วยกัน ลองทำหนังสั้นส่งประกวด ดู ก็ทีมประมาณนี้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อ ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา ทำหนังทีสิสจบของแต่ละ คน คือใครเก่งด้านไหนก็มาช่วยเหลือกัน ซึ่ง กลุ่มเราก็จะหน้าเดิมๆ มาตลอด”

ทุกคนเริ่มรวมตัวกันอย่างจริงจัง เมื่อฐิติพงศ์ตัดสินลาออกจากงานประจำโดยคำยุจากเพื่อนๆ นั่นเอง “หลังจากจบทุกคนก็แยก ย้ายกันไป ก็ไปทำงานบ้าง บางคนก็กำลังจะเรียนต่อ ซึ่งตอนนั้นพี่พงศ์ ฐิติพงศ์ก็คุยกับเราว่า มีโปรเจ็คต์เป็นวีดีโอไวรัลอยู่ชิ้นหนึ่ง เขามีทุนให้แสนหนึ่ง ซึ่งสำหรับเราตอนนั้นแสนหนึ่ง มันเยอะมาก ตอนนั้นด้วยความคึกคะนองก็ยุๆ กันว่าลาออกจากงานประจำมาทำกันสิ ซึ่ง สุดท้ายก็ทำกันจริงๆ (หัวเราะ) เลยต้องมารวมตัวกัน แถมสุดท้ายงานแรกที่บอกว่าจะได้แสนหนึ่ง เอาจริงๆ เขาก็จ่ายแค่ 3 หมื่นเอง (หัวเราะ)” ภัทรภรเล่า

จาก MV
‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014)

แต่โชคดีที่ฐิติพงศ์ ได้รับการติดต่อจาก รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าว่ามีงานชิ้นหนึ่งอยากให้ตน ลองทำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของงานในสายมิวสิควีดีโอ “คือพี่เขาปฎิเสธเอ็มวีไปงานหนึ่ง เขาก็เลยโทรมาหาผมว่าสนใจไหม ถ้าสนใจก็ลองไปขายดู มันคือเพลง ‘เรือชูชีพ’ ของวงสมเกียรติ เราก็เอาว่ะ ก็เดินเข้าไปขายที่สมอลรูม ปรากฏว่าได้ทำ และก็มีฟีดแบ็กกลับมาดีเลยได้ทำมาเรื่อยๆ”

ชื่อทีมว่า ‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ที่แม้ถูกตั้งขึ้นมาอย่างเร็วๆ และเหมือนจะมาด้วยความบังเอิญ แต่ก็แฝงไว้ด้วยนัยยะที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน จึงทำให้มุมมองและวิธีคิดในการทำมิวสิควีดีโอหรืองานทุกๆ ชิ้นของทีมนี้ เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดในการทำหนัง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมนั่นเอง

ฐิติพงศ์กล่าวว่า “จริงๆ พวกเราหนีไม่พ้นอยู่แล้วว่าอยากทำหนังในวันใดวันหนึ่ง แล้วการทำเอ็มวีมันก็สนับสนุนการเล่าเรื่องประมาณหนึ่งอยู่ ผมก็พยายามกำหนดโจทย์ว่า เอ็มวีนี้ ลองเล่าเรื่องแบบนี้ดู อย่างทำงานสไตล์เดี้ยงๆ เซอร์ๆ แบบใน ‘โอมจงเงย’ ทำสารคดีปลอมกองถ่ายตัวเองใน ‘วู้ ฮู’ คือผมชอบงานเอ็มวีที่มีเส้นเรื่อง มีการเล่าเรื่องที่ชัดเจนมากกว่า”

hellofilmmaker 03
‘ไม่เคย’ – 25 hours (2015)
คิดจากกรอบทดลองให้รู้สึก

ฐิติพงศ์เล่าวิธีคิดในการทำงานให้ฟังว่า “ยุคแรกๆ เหมือนเราทำด้วยความทะเยินทะยาน อยากลองของ เอาไอเดียต่างๆ มาคลุม เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำงานแบบนั้นได้ แต่พอยุคหลังๆ ทำมาสามปี ก็รู้สึกว่างานบางประเภทมันไม่มียุคสมัย มันเหมือนหนังสูตรเรื่องหนึ่ง แต่มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่า”

“คือพงศ์เขาจะมานั่งแกะงานที่ชอบมารื้อดูว่าเพราะอะไรเอ็มวีแบบนี้ถึงทำให้เรารู้สึกสนุกหรือเศร้าได้ เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ แล้วค่อยเอาวิธีการมาใช้” ภัทรพรกล่าว ซึ่งสุทธิชัยก็เสริมว่ากับมิวสิควีดิโอสุดฮิตอย่าง ‘ขอ’ ที่แม้จะมีโครงสร้างการเล่าเรื่องที่ครอบไว้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีความสนุกใน การทดลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ “คือเพลง ‘ขอ’ เนี่ย ด้วยโครงเรื่องมันน่าจะเศร้าแน่ๆ แต่ เวลาทำก็จะไม่ได้ตั้งใจให้คนดูรู้สึกฟูมฟาย แต่เราอยากให้คนดูรู้สึกว่ามันสมจริงมากที่สุด ให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดในยุคสมัยของพวกเขาจริงๆ”

จากเอ็มวียุคแรกๆ ที่นำไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ มาครอบชิ้นงานเอาไว้ สู่งานเน้นเส้นเรื่องและอารมณ์ความรู้สึกตามเพลงมากยิ่งขึ้น คือวิธีคิดที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามวุฒิภาวะที่เติบโตขึ้นของทีมงานนั่นเอง

hellofilmmaker 04
The Only One (2016)
ร่วมผลงานที่น่าสนใจของ Hello Filmmaker
 ‘เรือชูชีพ’ – สมเกียรติ (2011)

จากงานชิ้นแรกของทีม นำเสนอภาพอันมืดครึ่มประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะมา บรรยากาศอันหม่นเข้มช่วยขับให้วงร็อคหน้าใหม่อย่าง สมเกียรติ ดูดีมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา จนทำให้ทีมได้มีโอกาสทำงานกับวงร็อคหน้าใหม่อีกหลายวงในเวลาต่อมา

‘นาฬิกา’ Clock – Friday (2012)

การถ่ายแบบลองเทคในมิวสิควีดีโออาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทีมก็เลือกนำเสนอเพลงนี้ให้ท้าทายขึ้นไปอีก โดยเปรียบเปรยเนื้อเพลงเป็นภาพจำที่สถิตย์อยู่ตามมุมต่างๆ ในบ้าน ด้วยการใช้นักแสดง 10 คนเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ หลังกล้องได้อย่างต่อเนื่อง

‘โอมจงเงย’ – สแตมป์ Feat. โจอี้ บอย, ตู่ ภพธร (2012)

งานที่เกรียนตั้งแต่นักร้องยันเพลง การเดินเรียงแถวแบบสโลว์โมชั่นอย่างในหนังฮ่องกงผสมหนังฮอลลีวูดกู้โลก หรือมุกการตายด้วยอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ กลายเป็นการยั่วล้อกับเนื้อเพลงได้แสบใช่เล่น

‘จนวันสุดท้าย’ (Till I Die) – SQWEEZ ANIMAL Feat แป๋ง Yellow Fang (2012) และ แดนเนรมิต – BIG ASS (2012)

‘จนวันสุดท้าย’ คือจุดเปลี่ยนของทีมในการเริ่มมาทำมิวสิควีดิโอที่เน้นการเล่าเรื่องมากขึ้น โดยทดลองเอาความเมโลดรามา ที่หยิบยืมสไตล์หนังโฆษณาประกันชีวิตชื่อดังมาทำใหม่ในเชิงบูชาครู กลายเป็นมิวสิควีดิโอตัวแรกๆ ของทีมที่ตั้งใจจะทำให้เป็นเหมือนกับหนังสั้นสักเรื่องหนึ่ง จนมาถึงมิวสิควีดีโอเปิดตัววง (อีกรอบ) ของ BIG ASS ที่สุดท้ายก็แตกหน่อกลายเป็นหนังสั้นความยาวแปดนาที

‘เที่ยงคืนสิบห้านาที’ – 25 hours (2012), ‘แค่เท่านั้น’ – Better Weather (2012) และ ‘ขอ’ (WARM EYES) – LOMOSONIC (2014)

สามเพลงนี้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความรักที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ไม่อาจตัดขาดจากกันได้อย่างสิ้นเชิงเพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ยุคส่งเอสเอ็มเอส ไปจนถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ครุ่นแรกๆ ในบ้านเราอย่าง ไฮไฟว์ จนมาถึงยุคเฟซบุ๊ค ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันที่ทั้งลื่นไหลและแสนเปราะบาง รวมไปถึงการกลัดติดสัญลักษณ์ทางการเมืองใน ‘แค่เท่านั้น’ นอกจากสามารถเล่าถึงยุคสมัยในเนื้อหาได้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นความสนใจทางการเมืองของคนรุ่นนี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ได้อีกด้วย

ปัจจุบัน และอนาคต

‘ฮัลโหล ฟิล์มเมกเกอร์’ ยังคงสนุกในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิวสิควิดีโออย่างต่อเนื่อง โดยมีงานที่น่าจดจำและพูดถึงมากมาย ทั้งการร้อยเรียงช่วงเวลาของการลาจากคนที่รักหลากหลายรูปแบบใน ‘ไม่เคย’ – 25 hours, Message In A Bottle ของวง Part Time Musicians ที่ใช้ภาพมากมายเล่าวิถีของความรักจากจุดเริ่มสู่จุดจบ, ‘เพื่อนรัก’ (Dear Friend) – The Parkinson เรื่องเพื่อนแอบรักเพื่อนที่เชื่อเชิญให้ผู้ชมได้เห็นความลื่นไหลของเพศสภาพในปัจจุบัน, หนังสั้น Dear Stranger การสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่อาจรู้ว่าอะไรจริงหรือลวงในโลกออนไลน์มาจนถึงงานล่าสุด หนังสั้น The Only One ที่พวกเขาหยิบยืมสูตรสำเร็จของหนังรอมคอมมาเล่าในเวลาอันจำกัดได้อย่างน่าสนใจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเล่าเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความฝันในการทำหนังยาวเรื่องแรกของกลุ่มซึ่งยังคงมีอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Bioscope Banner 173