หนังโลกที่เราอยากดู : Sing Street (2016)

Home / ข่าวหนัง, ข่าวหนัง arthouse สารคดี, หนังฮอลลีวูด / หนังโลกที่เราอยากดู : Sing Street (2016)

จอห์น คาร์นีย์
การเดินทางของบทเพลง

ส่วนหนึ่งจากสกู๊ป ‘Sing Street วัยฝัน วันร็อค’ โดย ดาวุธ ศาสนพิทักษ์
นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 173 / มิถุนายน 2559
Sing Street 02
Sing Street

ท่ามกลางกระแสตอบรับในแง่บวกอันล้นหลาม ตั้งแต่ครั้งไปเปิดตัวที่ซันแดนซ์จนกระทั่งลงโรงฉายปกติ คำคำหนึ่งที่ถูกใช้เรียกขาน Sing Street อยู่บ่อยครั้ง และเหมาะเหม็งที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นคำว่า ‘ขวัญใจมหาชน’ (crowdpleaser)  เพราะทั้งมนต์เสน่ห์ของบทเพลงและเรื่องราวชุ่มฉ่ำหัวใจ -อันว่าด้วยเด็กหนุ่มที่ตั้งวงดนตรีจีบสาว- นั้น ไม่เพียงเชื้อเชิญให้ได้เพลิดเพลินไปกับการหวนระลึกถึงวันวาน หากยังทิ้งให้ผู้ชมเดินออกจากโรงภาพยนตร์ด้วยความสุขล้นอย่างไม่อาจห้ามอยู่!

จอห์น คาร์นีย์
จอห์น คาร์นีย์

“ผมอุทิศตนให้กับการเล่นดนตรีตั้งแต่ ยังเด็ก มันกลายเป็นคำตอบสำหรับทุกสิ่ง และพาชีวิตผมไปสู่สิ่งต่างๆ มากมาย มันช่วยให้ผมสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา พาผมไปเจอความรัก แถมยังมอบบทบาทในโรงเรียนให้ผมอีกด้วย ผมไม่เก่งเรื่องอะไรแต่ผมมีดนตรี แม้แต่พวกอันธพาลยังพูดกันว่า ‘อ๋อ ไอ้นี่อยู่ในวงดนตรี’” 

9 ปีก่อนหน้า Sing Street ผู้กำกับ จอห์น คาร์นีย์ เคยพา Once (2007) ไป เปิดตัวที่ซันแดนซ์ก่อนที่มันจะกลายเป็นปรากฏการณ์อินดี้ที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ จากเดิมที่คาร์นีย์เป็นที่รู้จักในฐานะอดีตมือเบสวง The Frames ที่ผันตัวมากำกับมิวสิกวิดีโอ, หนังเล็กๆ และซีรีส์โทรทัศน์ในไอร์แลนด์บ้านเกิด หนังทุนต่ำบาดหัวใจเรื่องนี้กลายมาเป็นเสมือนเพชรยอดมงกุฎที่ส่งให้เขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพลงนำจากหนัง อย่าง Falling Slowly -ที่ประพันธ์และขับร้องโดยสองนักดนตรีที่ผันมานำแสดงในหนังอย่าง เกล็น แฮนซาร์ด (นักร้องนำ/มือกีต้าร์ร่วมวงของเขา) และ มาร์เกตา อีร์โกลวา– คว้ารางวัล เพลงประกอบหนังยอดเยี่ยมจาก ออสการ์มาครอง ส่วนตัวหนังเองยังถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครบรอดเวย์ เจ้าของ 8 รางวัลโทนี่อีกต่างหาก

Once
Once

“ผมนึกไม่ถึงเลยว่า Once จะได้รับการ ชื่นชมมาจนถึงทุกวันนี้ มันเหมือนกับ ได้ค้นพบบ่อน้ำมันในสวนหลังบ้าน… ไม่ได้หมายถึงแค่ในแง่การเงินหรอกนะ ครับ แต่มันคลี่คลายปัญหาของผมได้ หลายอย่างเลย สถานะ ‘ผู้กำกับ Once’ คงจะติดอยู่กับชื่อของผมไปจนวันตาย”

หลังจากที่ Once เล่าเรื่องราวอันว่าด้วยหนุ่มรักคุดกับสาวต่างด้าวในดับลินที่ผ่านมาผูกสัมพันธ์กันผ่านดนตรี ผลงานเรื่องถัดมาของคาร์นีย์อย่าง Begin Again (2013) ก็พาคนดูไปมหานครนิวยอร์คด้วยเรื่องราวที่ยังไม่ทิ้งห่างจากเดิมนัก ว่าด้วยสาวนักแต่งเพลงอกหักที่โคจรมาทำดนตรีกับโปรดิวเซอร์อับโชค โดย Begin Again ประสบความสำเร็จพอหอมปากหอคอกับหน้าหนังที่ดู ‘ฮอลลีวูดมากขึ้น’ ภายใต้ทุนสร้างของพี่น้องไวน์สตีน และการได้ดาราดังอย่าง เคียรา ไนต์ลีย์, มาร์ค รัฟฟาโล และ อดัม เลอวีน (นักร้องวง Maroon 5) มาร่วมนำแสดง แถมเพลง Lost Stars ก็ยังฮิตถล่มทลายและได้เข้าชิงออสการ์สาขาเพลงประกอบออริจินัลยอดเยี่ยมอีกต่างหาก

Begin Again
Begin Again

คาร์นีย์กลับมาไอร์แลนด์อีกหนใน Sing Street โดยมีฉากหลังเป็นดับลินปี 1985 ติดตามเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 14 นาม คอนเนอร์ (เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล) ที่ถูกปัญหารุมเร้าจากทุกทางเมื่อต้องย้ายจากโรงเรียนชั้นดีไปเข้าสถาบันแคธอลิกสุดเคร่งครัด (แห่งเดียวกับที่คาร์นีย์เคยเรียน) ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวและชีวิตรักที่จะพังแหล่มิพังแหล่ของพ่อแม่ (เอแดน กิลเลน จากซีรีส์ Game of Thrones กับ มาเรีย ดอยล์ เคนเนดี จาก The Tudors) เมื่อคอนเนอร์ตกหลุมรักอย่างจังกับสาวมั่นที่ฝันอยากเป็นนางแบบอย่าง ราฟีนา (ลูซี บอยน์ตัน) และหวังมัดใจเธอด้วยการยื่นข้อเสนอให้มาแสดงในมิวสิกวิดีโอให้วงของเขา…ทั้งๆ ตัวเองไม่ได้มีวงดนตรี (!) เขาจึงชักชวนเพื่อนใหม่มา ร่วมกันเล่นดนตรีภายใต้ชื่อวง Sing Street (ล้อไปกับชื่อโรงเรียน​ Synge Street CBS ของพวกเขา) โดยมี เบรนแดน (แจ็ค เรย์เนอร์ – What Richard Did, Transformers: Age of Extinction) พี่ชายสุดฮิปที่วันๆ เอาแต่ดูดปุ๊นอยู่บ้านมาเป็นกูรูด้านดนตรีและแนะนำให้เขารู้จักกับวงโด่งดังแห่งยุคสมัยอย่าง The Cure, The Clash, Duran Duran, Spandau Ballet, Hall & Oates, The Jam และ A-Ha พร้อมคำเตือนสุดเท่ว่า “ร็อคแอนด์โรลล์มันเสี่ยงนะไอ้น้อง… เอ็งเสี่ยงที่จะโดนคนเขาเยาะเย้ย!”

Sing Street
Sing Street

มองผ่านๆ มันอาจเป็นหนังก้าวพ้นวัย (coming of age) ทั่วไป แต่การฝันหวานถึงวันวาน กลิ่นอายของยุค 80 และความศรัทธาอย่างมหาศาลในสิ่งที่มันเล่า ก็ส่งให้ Sing Street กลายเป็นหนังอันเต็มเปี่ยมด้วยชีวิตและความหวังจนสามารถคว้าหัวใจคนดูจำนวนมากไปได้ โดยนอกจากหนังจะจับเอาแก่นสารของการเติบโตที่ใครๆ ต่างก็เคยเผชิญมาเล่า มันยังสื่อสารไปถึงวัยเยาว์ของตัวคาร์นีย์เอง เขาชี้ว่า Sing Street คือหนังที่มีความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าเรื่องก่อนๆ ที่เคยทำมา แม้ไม่ได้เล่าเรื่องชีวิตตัวเองตรงๆ แต่แรงบันดาลใจสำคัญของหนังก็คือ ความอัดอั้นตันใจที่ตัวเขาเองเคยเผชิญและประสบการณ์ที่เขากับเพื่อนๆ ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรี “หนังเรื่องนี้เติมเต็มความหวังถึงสิ่งที่ต่างๆ ที่ผมอยากจะทำตอนที่ผมอายุเท่าตัวละครแล้วไม่ได้ทำ” คาร์นีย์เปรย

หากเปรียบหนังของคาร์นีย์เป็นอัลบั้มเพลง เราอาจกล่าวได้ว่า Once คืออัลบั้มเปิดตัวสุดอินดี้ ที่เขาวาดลวดลายใส่จิตวิญญาณเข้าไปเต็มรัก ส่วน Begin Again คืออัลบั้มหลังเซ็นสัญญากับสตูดิโอใหญ่ที่งานเนี้ยบและเป็นมิตรกับคนฟังยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ Sing Street คือการหวนกลับมาเฉลิมฉลองรากเหง้าดั้งเดิมพร้อมกับประสบการณ์และความเฉียบคมที่เพิ่มขึ้น โดยหนังทั้ง 3 เรื่องล้วนมีใจความสำคัญร่วมกัน นั่นคือ ‘การกอบกู้ชีวิตผ่านการสร้างสรรค์ดนตรี’ นั่นเอง

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Bioscope Banner 173