รีวิว ขุนพันธ์ : มือปราบมหาโจรผู้ยิ่งใหญ่

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิว ขุนพันธ์ : มือปราบมหาโจรผู้ยิ่งใหญ่

รีวิว ขุนพันธ์ : มือปราบมหาโจรผู้ยิ่งใหญ่

รอคอยอย่างใจจดใจจ่อทีเดียว หลังจากที่ตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ไทยเรื่องล่าสุด ขุนพันธ์ ของผู้กำกับที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการภาพยนตร์ไทยมานาน และสร้างผลงานมาแล้วหลายเรื่องอย่าง ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่ครั้งนี้มาในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของขุนพันธรักษ์ราชเดช รับบทโดย อนันดา เอเวอริ่งแฮม ผู้ไม่เกรงกลัวมหาโจร อย่าง กฤษดา สุโกศล แคลปป์ การนั่งประจันหน้ากันระหว่างคนสองคนในตัวอย่างมันช่างเร้าอารมณ์ และอยากเข้าไปดูด้วยตาตัวเองว่ามหาโจรผู้นี้จะถูกกำราบได้อย่างไร

b21433fa-a228-487b-bc4c-9a1ba11f80b3

ขุนพันธ์ ว่าด้วยเรื่องราวของ พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช รับบทโดย อนันดา เอเวอริงแฮม อดีตนายตำรวจชื่อดังของวงการตำรวจไทยผู้มีวิชาอาคมติดตัว เป็นมือปราบที่มีอายุยืนถึง 108 ปี เหล่าตำรวจยศน้อยใหญ่และขุนโจรยังเคารพ ศรัทธา และให้การนับถือ โดยเฉพาะวีรกรรมในการเข้าสู่พื้นที่ที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั่วไปยังเกรงกลัว เพื่อปราบอธรรมชั่วในพื้นที่ให้หมดไป แม้เป็นมหาโจรจอมขมังเวทย์ รับบทโดย กฤษดา สุโกศล ก็หาได้หวั่นเกรงไม่

ขุน 2

ภาพยนตร์เดินเรื่องด้วยไปตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงในอดีต โดยมีเสียง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ผู้รับบทเป็นขุนพันธ์ เล่าเรื่องให้เกิดความต่อเนื่อง ตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องนั้นมีไม่เยอะ และด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ไทยทำให้การจดจำตัวละครไม่ใช่ปัญหา

ขุน 1

นักแสดงตัวหลัก ๆ ของเรื่องทำผลงานออกมาได้ดีทีเดียว ทั้ง อนันดา เอเวอริ่งแฮม ที่รับบทเป็น ขุนพันธ์ และ น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ รับบทเป็นมหาโจร อัลฮาวียะลู แต่ผมรู้สึกว่าการรับบทของ น้อย กฤษดา ในครั้งนี้ดูดรอปลงไปเล็กน้อย อาจเป็นเพราะการเป็นมหาโจร ซึ่งคาแรกเตอร์มีความซับซ้อนมากกว่ามนุษย์เงินเดือนจาก 13 เกมสยอง อาจทำให้พลังดูลดลงไป แต่ทุกครั้งที่มหาโจรปรากฏตัวในเรื่องก็สร้างความน่าเกรงขามสั่นประสาทตัวละครอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าได้ไม่น้อยเลย ซึ่งนักแสดงทั้งสองท่านก็ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

ขุน 6

ก่อนเข้าไปชมภาพยนตร์ ผมคิดว่าอาจจะได้เห็นการใช้คาถาอาคมเสกของใส่กันอย่างสนุกสนาน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ขุนพันธ์ และ อัลฮะวียะลู ไม่ได้ใช้คาถาอาคมจนกลายเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ แต่ใช้ให้เห็นน้อยครั้งมาก (ยกเว้นฟันแทงไม่เข้า) ซึ่งผมกลับมองว่ามันเป็นข้อดีที่ทำให้รู้สึกว่าวิชาคาถาอาคมในภาพยนตร์นี้นั้นเป็นเพียงส่วนเสริมให้ภาพยนตร์มีอรรถรส ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะนำเสนอ

ขุน 7

แต่สิ่งที่แข็งแกร่งและเหนือกว่าวิชาคาถาอาคมนั้นคือหัวใจที่กล้าหาญของนายตำรวจธรรมดา ๆ ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความไม่ถูกต้องในดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักคำว่า “ยุติธรรม” นายตำรวจผู้ไม่มีวิชาคาถาอาคมใด ๆ ก็ยังอยากจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์บำรงสุขให้แก่ชาวบ้านด้วยกำลังความสามารถที่ตนมี แม้ศัตรูจะเป็นมหาโจรผู้มากด้วยศาสตร์คาถาอาคมก็ตาม

ในวันที่ประเทศชาติต้องมืดบอด ผู้มีอิทธิพลมากมายเข้าเบียดเบียนบีฑาชาวบ้านตาดำ ๆ เวลานั้นมีเพียงผู้รักษากฎหมายที่จะต้องออกมาทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม แม้ท้ายที่สุดตัวจะต้องตายหายจากโลกใบนี้ไป แม้ไม่มีใครรู้จัก แต่ความเสียสละที่ได้กระทำไว้ถือเป็นความดีติดตัวที่เงยหน้าไม่อายฟ้าก้มหน้าไม่อายดิน ว่าครั้งหนึ่งได้เป็นข้าราชการของพระองค์ดูแลทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์เท่านี้ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว

4/5 อีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่นักแสดงทำออกมาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจมีฉากคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ดูขัดตาไปบ้าง แต่โดยรวมก็เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่ควรเข้าไปรับชมในโรงภาพยนตร์

บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ