รีวิว Train to Busan : รถไฟสายมรณะ

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิว Train to Busan : รถไฟสายมรณะ

รีวิว Train to Busan : รถไฟสายมรณะ

ซอมบี้ในภาพยนตร์เริ่มมีให้เห็นดาษดื่นมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ความแตกต่างของซอมบี้เริ่มมีให้เห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วงหลัง ซอมบี้ไม่ได้เดินช้าเหมือนในอดีต ซอมบี้เริ่มสื่อสารกันได้ ซอมบี้เริ่มไม่กัดคนที่ติดเชื้อโรค และซอมบี้สามารถวิ่งสี่คูณร้อยได้เร็วพอ ๆ กับนักกีฬาโอลิมปิก หลังจากที่เห็นซอมบี้จากฝั่งตะวันตกกันไปเยอะแล้ว มาดูซอมบี้ใหม่ ๆ จากแดนกิมจิกันบ้าง และ Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง เทียบชานชาลาพร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้สนุกสนานไปกับซอมบี้สัญชาติเกาหลี

TRAIN-420x600

Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง ว่าด้วยเรื่องราวของ ซอกวู รับบทโดย กงยู และลูกสาว ซูอา รับบทโดย อาน คิมซู สองพ่อลูกที่ตัดสินใจเดินทางนั่งรถไฟไปเยี่ยมภรรยาที่ปูซาน แต่ก่อนที่ขบวนรถไฟออก จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวปริศนาที่ท่าทางแปลก ๆ กระโดดขึ้นรถไฟมาด้วย ไม่นานหลักจากนั้นเชื้อไวรัสก็เริ่มแพร่กระจายกลายเป็นซอมบี้ขึ้นมา และเริ่มแพร่เชื้อด้วยการกัดพนักงานสาวของรถไฟ และหายนะครั้งใหญ่บนรถไฟก็เริ่มเปิดฉากขึ้น

train 4

ภาพยนตร์เดินเรื่องเป็นเส้นตรง โดยปูพื้นให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับ ซอกวู ผู้เป็นพ่อ และ ซูอา ลูกสาวสุดน่ารัก ที่เกิดเป็นปมให้สองพ่อลูกต้องเดินทางไปยังปูซาน ตัวละครหลักในภาพยนตร์มีไม่เยอะ ไม่ทำให้เกิดความสับสนต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใด แม้ว่าชื่อตัวละครเกาหลีอาจจะจดจำได้ยากสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์หรือซีรีส์เกาหลี แต่นั่นไม่ทำให้เป็นอุปสรรคในการรับชม เพราะตัวละครในเรื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นอย่างชัดเจน

train 1

ภาพยนตร์สยองขวัญสั่นประสาทเรื่องนี้พยายามสร้างความกดดัน โดยเริ่มจากสถานที่คับแคบอย่างโบกี้รถไฟ ซึ่งไม่เหมาะกับการต่อสู้หรือวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่ซอมบี้ดันมาอยู่บนรถไฟสายนี้ได้ และคนธรรมดาที่งก ๆ เงิ่น ๆ จะเอาตัวรอดอย่างไรในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ จากนั้นซอมบี้ไม่ได้เดินช้าให้มนุษย์ได้วิ่งเล่นซ่อนแอบเหมือนอย่างที่ซอมบี้ในยุคแรก ๆ ควรจะเป็น ผู้กำกับได้อัพสกิลสี่คูณร้อย ซึ่งพร้อมจะวิ่งบนรถไฟอย่างสนุกสนาน และภาพยนตร์ซอมบี้ทั่วไป ฝ่ายมนุษย์ก็มักจะมีอาวุธไว้ต่อกรกับมันอย่างสูสี ทว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ลืมสิ่งที่เรียกว่า “ปืน” ไปได้เลย

train 3

นอกจากความกดดันข้างต้นแล้ว การอยู่บนรถไฟโดยที่ไม่รู้ว่าจะจอดสถานีข้างหน้าได้หรือไม่ หรือรถไฟจะวิ่งไปได้อีกนานแค่ไหน คืออนาคตที่มืดมนของเหล่าผู้โดยสารที่ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ แน่นอนว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายเท่ากันนี้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ก็เผยออกมาผ่านนิสัยของตัวละครในเรื่องได้อย่างชัดเจน ทั้งผู้ที่เสียสละกล้าหาญ ทั้งผู้ที่ต้องการสั่งสอนสังคม กระทั่งผู้ที่เห็นแก่ตัวสุดชีวิต ซึ่งผู้กำกับได้สร้างเหตุผลที่มีน้ำหนักจนเชื่อถือได้ว่าการแสดงออกเหล่านี้มีที่มาที่ไปที่ใครก็สามารถแสดงออกในทางที่ดีและเลวได้อย่างแนบเนียน

train 5

สิ่งที่น่าสนใจพอ ๆ กับการเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือสิ่งที่ตัวละครแต่ละตัวแสดงออกมา แม้ตัวละครจะมีความชัดเจนที่ไม่ว่าใครได้ดูนั้นก็สามารถบอกได้เลยว่าตัวละครนี้ดีหรือเลว แต่นั่นคือการตัดสินดีหรือเลวจากการนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมสบาย ๆ ในโรงภาพยนตร์ที่มีแอร์เย็น ๆ ไม่ได้ไปประสบพบเจอในเหตุการณ์เลวร้ายที่มีแรงกดดันมหาศาลแบบตัวละครในเรื่อง ลองจินตนาการดูว่าหากต้องอยู่ในขบวนรถไฟขบวนนี้ ขบวนรถไฟสายมรณะที่ความหวังในการมีชีวิตรอดริบหรี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าสัญชาตญาณดิบของคุณจะแสดงออกเป็นตัวละครไหนกันแน่

train 12

กล่าวโดยสรุปแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างแรงกดดันได้ดีทีเดียว โดยไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง รถไฟจะนำพาไปยังสถานที่ใด จะแวะจอดกลางทางก่อนหรือไม่ และอะไรที่กำลังรอพวกเขาอยู่ที่สถานีปลายทาง ใครที่เป็นแฟนคลับของนักแสดงหนุ่ม กงยู หรือนักร้องสาว โซฮี จากวง Wonder Girls ก็คงจะรู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว และมีเหตุการณ์ที่ทำให้ลุ้นตลอดทั้งเรื่อง แม้กระทั่ง 5 นาทีสุดท้ายของภาพยนตร์ สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวซอมบี้เป็นทุนเดิม และความกดดันที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะจบลงอย่างไร เตรียมตีตั๋วรถไฟนั่งไปปูซานพร้อมกันวันที่ 4 สิงหาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์