และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม…แถมยังทำภาคต่อ !

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม…แถมยังทำภาคต่อ !

และนี่คือ 10 หนังดังที่สร้างจากวรรณกรรม

แถมยังทำภาคต่อ !

 

ในโลกของการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ บ่อยครั้งที่เราจะพบว่าเนื้อเรื่องถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่จากตัวผู้กำกับก็ดี ทีมเขียนบทก็ดี แต่ก็มีภาพยนตร์อีกไม่น้อยทีเดียวที่เราจะพบว่ามันถูกดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากสื่ออื่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที หนังสั้น หนังสือการ์ตูน รวมถึงวรรณกรรมเยาวชน !

 

กล่าวได้ว่าบทภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องราวในวรรณกรรมนั้นมีความพิเศษกว่าต้นฉบับที่เป็นสื่อประเภทอื่นอยู่เล็กน้อย ด้วยข้อจำกัดของวรรณกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านเพียงตัวอักษร ไม่มีรูปภาพที่เป็นรูปธรรมใด ๆ การได้เห็นสิ่งที่ถูกตีความจนกลายเป็นรูปเป็นร่างครั้งแรกจึงย่อมน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะฉะนั้น…วันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 หนังที่มีต้นตอที่มาจากวรรณกรรม แถมยังเป็นหนังที่เข้าตาถูกใจใครหลาย ๆ คน ขนาดที่ค่ายต้นสังกัดยอมควักกระเป๋าสั่งลุยทำภาคต่อกันถ้วนหน้าอีกด้วย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง…ตามลงมาดูพร้อม ๆ กันได้เลย

 

Lord 10

The Lord of the Rings

ภาพยนตร์ชุด The Lord of the Rings สร้างมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกัน ผลงานการประพันธ์ของ J. R. R. Tolkien หรือ John Ronald Reuel Tolkien บิดาแห่งวรรณกรรมแฟนตาซีระดับสูงยุคใหม่ เนื้อเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ในโลกจินตนาการ Middle-Earth สถานที่ซึ่งฮอบบิทนามว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ (Frodo Baggins) และเหล่าเพื่อนพ้อง ที่ได้รับภารกิจให้ออกเดินทางไปทำลายแหวนเอก (The One Ring) เพื่อล้มล้างอำนาจของจอมมารเซารอน (Sauron) โดยภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 3 ภาค ได้แก่

The Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring (2001)

The Lord of the Rings : The Two Towers (2002)

The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

 

Harry 10

Harry Potter

หากเอ่ยชื่อวรรณกรรมที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างที่สุด Harry Potter คงจะเป็นชื่อแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึง ด้วยเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องยาวขนาด 7 เล่มจบของ J. K. Rowling หรือ Joanne “Jo” Rowling นั้นได้สร้างปรากฏการณ์ยอดขายและยอดแฟนคลับถล่มทลายทั่วทั้งโลก เนื้อเรื่องเล่าถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) และเพื่อน ๆ ของเขา รอน วีสลีย์ (Ron Weasley) เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ (Hermione Granger) กับชีวิตการศึกษาในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ (Hogwarts School of Witchcraft and Wizardry) ซึ่งในแต่ละปีพวกเขาต้องเจอกับเรื่องราวที่วุ่นวายและหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งด้วยกระแสฟีเวอร์ของตัววรรณกรรมนี้เอง ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Bros. จึงไม่พลาดที่จะนำพ่อมดหนุ่มในหนังสือมาร่ายเวทย์เสกคาถาให้กลายเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงรวมทั้งสิ้น 8 ภาคด้วยกัน ได้แก่

Harry Potter and the Philosopher’s Stone (2001)

Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002)

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004)

Harry Potter and the Goblet of Fire (2005)

Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007)

Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009)

Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1 (2010)

Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (2011)

 

Narnia 10

The Chronicles of Narnia

The Chronicles of Narnia คือวรรณกรรมสุดแฟนตาซี ผลงานเขียนโดย C. S. Lewis หรือ Clive Staples Lewis มีความยาวทั้งสิ้น 7 เล่มจบ เนื้อเรื่องว่าด้วยกลุ่มเด็ก ๆ ที่เดินทางข้ามมิติไปสู่ดินแดนนาร์เนีย (Narnia) เริ่มต้นด้วย 4 พี่น้องตระกูลพีเวนซี่ ประกอบด้วย ปีเตอร์ (Peter Pevensie) ซูซาน (Susan Pevensie) เอ็ดมันด์ (Edmund Pevensie) และลูซี่ (Lucy Pevensie) ที่ได้กอบกู้ดินแดนแห่งนี้คืนจากแม่มดขาวในภาคแรก ก่อนที่จะมีตัวละครอื่น ๆ เข้ามาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่องตามลำดับเหตุการณ์และช่วงเวลา ทั้งนี้วรรณกรรมเรื่อง The Chronicles of Narnia ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งสิ้น 3 ภาค ได้แก่

The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe (2005)

The Chronicles of Narnia: Prince Caspian (2008)

The Chronicles of Narnia: The Voyage of the Dawn Treader (2010)

 

Death Note 10

Death Note

ข้ามฟากมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง กับ Death Note ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนแนวสยองขวัญแฟนตาซี พล็อตเรื่องโดย สึงุมิ โอบะ (Tsugumi Ohba) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ยางามิ ไลท์ (Light Yagami) นักเรียน ม.ปลายหัวดีที่บังเอิญไปพบบันทึกมรณะ (Death Note) ของยมทูตลุค (Ryuk) และได้ทราบถึงความสามารถพิเศษของมันว่าเมื่อจรดชื่อใครลงในสมุดเล่มนี้ เขาจะเสียชีวิตตามรายละเอียดที่บันทึกลงไป ไลท์จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ด้วยการไล่ฆ่าอาชญากรเป็นจำนวนมาก เดือดร้อนถึงองค์กรตำรวจที่ต้องส่งนักสืบผู้ใช้นามแฝงว่า แอล (L) โดยทั้งไลท์และแอลต่างแสดงความเหนือเมฆชิงไหวชิงพริบกันในภาพยนตร์ถึง 2 ภาค ได้แก่

Death Note (2006)

Death Note 2 : The Last Name (2006)

 

Twilight 10

Twilight

ผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าของสเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) ประกอบด้วยหนังสือทั้งหมด 4 เล่ม ในชื่อชุด Twilight เนื้อเรื่องกล่าวถึงเบลล่า สวอน (Bella Swan) สาววัยรุ่นที่มีความรักกับแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Edward Cullen) จนเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งใหญ่ของเหล่าแวมไพร์อย่างไม่ทันตั้งตัว แถมงานนี้เธอยังได้พระรองหนุ่มเป็นมนุษย์หมาป่าชื่อ เจคอบ แบล็ก (Jacob Black) คอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างอีกด้วย ในการนี้ภาพยนตร์ Twilight แบ่งออกเป็น 5 ภาคด้วยกัน ได้แก่

Twilight (2008)

The Twilight Saga : New Moon (2009)

The Twilight Saga : Eclipse (2010)

The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 1 (2011)

The Twilight Saga : Breaking Dawn – Part 2 (2012)

 

Holmes 10

Sherlock Holmes

Sherlock Holmes สุดยอดวรรณกรรมนักสืบที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับนวนิยายสืบสวนยุคหลังอีกมากมาย ผลงานการสร้างสรรค์โดยเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Arthur Ignatius Conan Doyle) เรื่องราวของเชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) นักสืบชาวลอนดอนผู้ฉลาดหลักแหลม ร่วมสืบคดีกับคู่หูอย่างหมอวัตสัน (Dr. John H. Watson) วรรณกรรมต้นฉบับประกอบด้วย เรื่องยาว จำนวน 4 เรื่อง และหนังสือรวมเรื่องสั้น จำนวน 5 เรื่อง โดยสำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ทำออกมาทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่

Sherlock Holmes (2009)

Sherlock Holmes :  A Game of Shadows (2011)

 

Percy 10

Percy Jackson

ภาพยนตร์ Percy – Jackson สร้างจากนวนิยายชุด เรื่อง Percy Jackson & the Olympians ของริก ไรออร์แดน (Rick Riordan) ซึ่งในชุดประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เนื้อหาว่าด้วยการผจญภัยของเพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson) เด็กชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่วันดีคืนดีเขาก็ได้ทราบความจริงว่าตนเองมีสายเลือดของเทพโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทรตามตำนานเทพปกรณัมกรีก ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้น…ทีมงานได้เนรมิตการผจญภัยยิ่งใหญ่ของ ลูกเทพ คนนี้จากการหยิบเอาหนังสือเล่มที่ 1 และ 2 ของชุด มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้แก่

Percy Jackson & the Olympians : The Lightning Thief (2010)

Percy Jackson & the Olympians : Sea of Monsters (2013)

 

Hunger 10

The Hunger Games

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ภาคต่อที่ใคร ๆ ต่างประทับใจและเฝ้ารอชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพยนตร์ The Hunger Games ที่ได้เค้าโครงมาจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของซูซาน คอลลินส์ (Suzanne Collins) เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่พาเน็ม (Panem) ดินแดนใหญ่ที่ประกอบด้วยนครหลวง แคปปิตอล และอีก 13 เขตปกครอง ซึ่งหลังจากแคปปิตอลทำลายเขตปกครองที่ 13 ลง แคปปิตอลก็ได้กำหนดให้อีก 12 เขตที่เหลือส่งบรรณาการชายและหญิงวัย 12 – 18 ปี มาเข้าแข่งขันเกมล่าชีวิตที่ผู้เข้าแข่งขันต้องฆ่าฟันกันเองจนกว่าจะเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นการข่มอำนาจให้อยู่เหนือเขตปกครองทั้งหลาย ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 74 แคตนิส เอฟเวอร์ดีน (Katniss Everdeen) สาววัยสิบหกจากเขต 12 ก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไป โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าชัยชนะของเธอในครั้งนี้ได้สร้างความสั่นคลอนต่อแคปปิตอลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เนื้อเรื่องในภาพยนตร์แบ่งออกเป็น 4 ภาค ได้แก่

The Hunger Games (2012)

The Hunger Games : Catching Fire (2013)

The Hunger Games : Mockingjay – Part 1 (2014)

The Hunger Games : Mockingjay – Part 2 (2015)

 

Maze Runner 10

The Maze Runner

The Maze Runner สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนในชุดเกมล่าปริศนา (Pentalogy) ของเจมส์ แดชเนอร์ (James Dashner) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ชุดดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือ 5 เล่ม เรื่องราวว่าด้วยการถูกพาตัวมายังทุ่งปริศนาของโทมัส (Thomas) ท่ามกลางความงุนงง เขาได้พบกับเด็กผู้ชายอีกหลายคนที่ถูกพาตัวมาที่นี่เช่นเดียวกัน โทมัสยังได้เรียนรู้อีกว่าที่ทุ่งนี้มีเขาวงกตที่นำไปสู่ทางออกและภายในนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตลึกลับอาศัยอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นการเอาชีวิตรอดด้วยการฝ่าออกไปจากเขาวงกตก็ไม่ได้หมายความว่าเขากับเพื่อน ๆ จะได้พบกับอิสรภาพ เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทดลองที่มีจุดมุ่งหมายพิเศษเท่านั้น โดยทีมสร้างภาพยนตร์ได้นำวรรณกรรมชุดนี้มาสร้างเป็นหนังจอเงินแล้วทั้งสิ้น 2 ภาค ได้แก่

The Maze Runner (2014)

Maze Runner: The Scorch Trials (2015)

 

Alice 10

Alice

ปิดท้ายกันด้วยการผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ของหญิงสาวนามมว่า อลิซ (Alice) ที่สร้างมาจากวรรณกรรมเรื่อง Alice’s Adventures in Wonderland และภาคต่ออย่าง Through the Looking-Glass, and What Alice Found There ของชาลส์ ลัตวิดจ์ ดอดจ์สัน (Charles Lutwidge Dodgson) เจ้าของนามปากกา ลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll) โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Alice in Wonderland (2010) ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่อลิซได้ไปเยือนดินแดนมหัศจรรย์ และกำราบมังกรแจ็บเบอร์ว็อกกี (Jabberwocky) ของราชินีโพแดง (Red Queen) ได้สำเร็จ ทำให้ความสงบสุขกลับมาเยือนดินแดนแห่งนี้

และล่าสุดในปีนี้ เราก็จะได้พบกับภาคต่อของภาพยนตร์ชุด Alice ที่ได้นำวรรณกรรมภาคต่อมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Alice Through the Looking Glass ที่เล่าถึงการกลับสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งของอลิซ เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนสนิท แมด แฮตเตอร์ (Mad Hatter) โดยการเดินทางไปตามหาบุรุษแห่งเวลา ผู้ซึ่งสามารถควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

งานนี้อลิซจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ไปติดตามได้พร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป