5 อันดับ ผู้กำกับสาวเก่งและแกร่งแห่ง Hollywood

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / 5 อันดับ ผู้กำกับสาวเก่งและแกร่งแห่ง Hollywood

5 อันดับ ผู้กำกับสาวเก่งและแกร่งแห่ง Hollywood

Susanna White

white 1

เธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึงสองครั้งจากเวที Emmy Awards และ สามารถรคว้ารางวัล BAFTA-winning จากซีรีส์เรื่อง Bleak House ในปี 2013 เธอได้กำกับผลงานที่คว้ารางวัลมากมายเรื่อง Parade’s End  ทั้งยังฝากผลงานการกำกับซีรีส์ให้กับ HBO เรื่อง Generation Kills  ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้าชิง 11 สาขารางวัลจาก Emmy ซึ่งร่วมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยมแห่งปี

ซึ่งต่อมาเธอได้รับโอกาสให้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง Nanny McPhee and the Big Bang ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สำหรับเด็ก อีกด้วย และเร็วๆ นี้ เธอกำลังจะมีผลงานชิ้นใหม่ที่จะเข้าฉาย 11 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ เรื่อง Our Kind of Traitor

โดยเธอได้ดึงเอา 4 ดาราระดับ Hollywood อย่าง ยวน แมคเกรเกอร์ จาก Star Wars, นาโอมี แฮร์ริส จาก Spectre และ Skyfall, สเตลแลน สการ์สการ์ด จาก Thor และ The Avengers และ เดเมียน ลูอิส ซีรี่ย์ Homeland มาหักเหลี่ยมเฉือนคมกันให้ระทึกกันทุกเสี่ยววินาที ดัดแปลงจากนวนิยายขายดี ลำดับที่ 22 ของ จอห์น เลอ คาร์เร

โดยเล่าเรื่องราวของความสัมพันธ์คู่รักศาสตราจารย์หนุ่มและทนายความสาวที่ใกล้จะแตกหัก ต้องมาพบคดีฟอกเงินระดับชาติขณะพักร้อนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทางเดียวที่จะรอด คือ ต้องนำข้อมูลทั้งหมดไปส่งให้กับหน่วยสืบราชการลับแห่งเกาะอังกฤษให้ทันเวลา นับได้ว่าเป็นอีกผลงานหนึ่งที่น่าจับตามองอีกเช่นกัน สำหรับผู้กำกับสาวแกร่งแห่ง Hollywood คนนี้

white 2 white 3

——————————————————————————————————————————

bigelo 1

Kathryn Bigelow

ผู้กำกับหญิงคนแรกและคนเดียวที่คว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์และอีก 5 รางวัล จาก ภาพยนตร์เรื่อง The Hurt Locker โดยคำตัดสินของผู้กำกับกว่า 1,000 คน

และก่อนหน้านี้ เธอก็ยังเคยพลิกวงการภาพยนตร์สายลับที่ได้ คีอานู รีฟ มาสร้างความระห่ำท้าตายในเรื่อง Point Break

ซึ่งผลงานชิ้นล่าสุดของเธอ กับ Zero Dark Thirty ที่ดึงเอารายละเอียดปลีกย่อยที่ซับซ้อนมานำเสนอแก่คนดูอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนสังคมของอเมริกันชนที่ดูเหมือนจะเป็นฮีโร่

และอีกมุมหนึ่งของ บินลา เดน ผู้ก่อการร้ายที่เป็นทั้งสามี และ พ่อ จนสามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกกดดันไปพร้อมกับตัวละครเดนตายที่ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทำให้ผลงานของเธอโดดเด่นแซงหน้า  Avatar ของอดีตสามีอย่าง เจมส์ แคเมรอน ไปแบบขาดรอย

bigelo 2

bigelo 3

bigelo 4

bigelo 5

——————————————————————————————————————————

Patty Jenkins

patty 2

ผู้กำกับที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2016 เพราะเธอคนนี้ ได้รับเลือกให้มากำกับภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman ที่สาวกคอมมิคส์ททั่วโลกต่างตั้งตาคอย ซึ่งจะเข้าฉายในปี 2017

โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้เธอถือกำเนิดในฐานะผู้กำกับ คือ ภาพยนตร์เรื่อง MONSTER ภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตจริงของ ไอรีน วูร์นอส ฆาตกรสาวผู้ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา

ทำให้แพตตี้เกิดความสงสัย และตั้งคำถามว่าอะไรที่ทำให้ ไอรีน เด็กสาวผู้สดใสกลายมาเป็นฆาตกรที่โหดเหี้ยม หนังเรื่องนี้เธอยังลงมือเขียนเป็นบทภาพยนตร์และกำกับมันด้วยตัวเธอเอง จนส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้คว้า 8 รางวัล บนเวทีระดับโลกและหนึ่งในนั้น คือ รางวัลออสการ์

patty 1

patty 3

——————————————————————————————————————————

Mimi Leder

leder 1

หากย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 90 ไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ผู้กำกับสาวที่ทำให้วงการ Hollywood สั่นสะเทือน ด้วยภาพยนตร์ไล่ล่าระเบิดนิวเคลียร์สุดระห่ำ The Peacemaker ที่ได้ จอร์จ คลูนีย์ มารับบท พันเอกบ้าระห่ำ ประกบคู่ นิโคล คิดแมน ในบทนักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์นิวเคลียร์สาวที่ต้องไปนำระเบิดปรมาณูกลับมา ก่อนที่ความหายนะจะแผ่ไปทั่วทุกมุมโลก

และแรงอย่างต่อเนื่องด้วยภาพยนตร์แนวแอคชั่น ไซ – ไฟ Deep Impact ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของอุกกาบาตขนาดเท่ามหานครเท่าเมืองนิวยอร์คกำลังจะพุ่งชนโลก ทำให้ทุกคนต้องหาวิธีทำลายมันให้ทันเวลา

ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถนำพาเธอไปคว้ารางวัล Best Science Fiction Film บนเวทีระดับโลก เป็นภาพยนตร์ที่เธอสามารถดึงความเป็นได้ทางวิทยาศาสตร์แบบมีหลักการและชั้นเชิงได้อย่างล้ำลึก เนื้อเรื่องและบทชวนน่าจดจำ ดูกี่ครั้งก็ยังแอบลุ้นกันจน

แทบหยุดหายใจ คอหนังไซ – ไฟ ตัวจริงต้องไม่พลาด!!! และด้วยความสามารถในการกำกับภาพยนตร์ที่หลากหลายแนวเช่นนี้ทำให้เธอเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับหญิงสุดเก่งและแกร่งที่เราขอยกย่อง

leder 2 leder 3

——————————————————————————————————————————

Sofia Coppola

sofia

คนเดียวที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง ผู้กำกับสาวที่เป็นทั้ง นักแสดง นักเขียนบท ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ในคนๆ เดียวกัน เธอเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Frankenweenie ของ ทิม เบอร์ตัน Star Wars Episode I ของ จอร์จ ลูคัส และในมิวสิกวิดีโอหลายเรื่องที่กำกับโดย สไปค์ จอนซ์ ผู้กำกับเรื่อง Her ซึ่งเป็นอดีตสามีของเธออีกด้วย

ทั้งนี้เธอยังเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ผู้กำกับที่ทำให้มาเฟียอิตาเลียนกลายเป็นตำนานและกวาดทุกรางวัลจากทุกเวที จากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather ทั้ง 3 ภาค แต่การมีพ่อเป็นผู้กำกับระดับตำนานก็ไม่ได้ทำให้ถนนสายนี้ง่ายขึ้นเลย สำหรับเธอมันกลับเป็นการกดดัน เพราะเธอต้องแบกทั้งความคาดหวังที่ทุกคนได้เปรียบเทียบตัวเธอและพ่อไว้ตลอดเวลา

แต่ในที่สุดเธอก็สามารถคว้ารางวัลในฐานะผู้กำกับหนังที่สร้างปรากฏการณ์ของคนเหงาใจกลางประเทศญี่ปุ่น ในภาพยนตร์เรื่อง Lost in Translation เธอสามารถดึงเอาความเบื่อหน่ายในชีวิตของตัวละครให้ออกมารู้สึกน่าติดตามทุกชั่วขณะ จนสามารถกวาด 18 รางวัล ระดับโลก มาครองโดยไร้ข้อกังขา และสิ่งที่พาเธอมาถึงจุดนี้ได้นั้นคงจะเป็น เพราะความใจสู้ในแบบเดียวกันที่แอบแฝงไว้ในแววตาเช่นเดียวกับพ่อของเธอ

sofia 2 sofia 3