รีวิว Nerve : มนุษย์ เล่น เกม

Home / ข่าวหนัง, วิจารณ์หนัง / รีวิว Nerve : มนุษย์ เล่น เกม

รีวิว Nerve : มนุษย์ เล่น เกม

ทันทีที่ได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Nerve เล่นเกม เล่นตาย ก็ทำให้อดคิดถึงภาพยนตร์ไทยเรื่อง 13 เกมสยอง ของผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ไม่ได้ ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยตัวละครในเรื่องจะต้องเล่นเกมจากโจทย์ที่กำหนดให้ในโลกแห่งความเป็นจริง และได้เงินจริง ๆ ซึ่ง Nerve เล่นเกม เล่นตาย ก็ดูเหมือนจะมีพล็อตหลักที่เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นตะวันตกแทน ไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวการเล่นเกมในชีวิตจริงออกมาในแง่ไหน และผมพร้อมแล้วที่จะเข้าไปเป็น Watcher ผู้ชมในโรงภาพยนตร์

Nerve

Nerve เล่นเกม เล่นตาย ว่าด้วยเรื่องราวของ วี รับบทโดย เอ็มม่า โรเบิร์ตส (Emma Roberts) นักเรียนสาวไฮสกูลที่ติดเกมออนไลน์ที่เรียกว่า Nerve อย่างหนัก ในช่วงต้นของเกม เธอได้จับคู่กับ เอียน รับบทโดย เดฟ ฟรังโก (Dave Franco) หนุ่มสุดหล่อที่ดูพึ่งพาได้ เพื่อทำภารกิจในเกมให้สำเร็จ แต่เกมได้เพิ่มดีกรีความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้น และทั้งสองคนเริ่มถลำลึกลงไปในเกมนี้มากขึ้นทุกขณะจนไม่สามารถกลับหลังหันได้อีกแล้ว เกมนี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร แล้วชะตากรรมของผู้เล่นทั้งสองอย่างวีและเอียนจะต้องเจอกับความน่ากลัวอะไรบ้าง และเกมนี้จะจบลงอย่างไร

Nerve 1

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง พล็อตเรื่องหลักกล่าวถึงการเล่นเกม โดยช่วงสิบห้านาทีแรกจะปูเรื่องให้ทุกคนได้รู้จักกับ วี เด็กสาวไฮสคูล และกลุ่มเพื่อนของเธอ และหลังจากการเข้าสู่เกมของวีแล้ว ภาพยนตร์เดินเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว กระชับฉับไว แทบไม่มีฉากเสียเวลาให้เห็น ตัวละครหลักที่ปรากฏในเรื่องมีไม่เยอะมาก ไม่สร้างความสับสนในการจดจำตัวละครแต่ประการใด ผู้ชมสามารถรับชมเกมการเล่นได้อย่างเต็มที่ ด้วยความที่ตัวละครหลักในเรื่องยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นนี้เอง ซาวนด์แทรกแบบวัยรุ่น ๆ ก็มีให้ได้ยินแทบจะตลอดทั้งเรื่อง ช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นวัยรุ่นได้ดีทีเดียว

Nerve 2

แม้ว่าภาพยนตร์จะเดินเรื่องด้วยการที่ให้ตัวเอกเล่นเกมเหมือนกับภาพยนตร์ไทยเรื่อง 13 เกมสยอง แต่สำหรับเรื่องนี้มีมู้ดแอนด์โทนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ภาพยนตร์ใช้ วี แทนความรู้สึกของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน สาวผู้ที่ไม่เคยมีความมั่นใจในตัวเอง และใกล้จะเหมือนเด็กเนิร์ดเข้าไปทุกที แต่วันหนึ่งเมื่ออยากให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก อยากให้เพื่อนยอมรับในตัวเอง ก็อยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ตัวเองไม่เคยได้ทำ เพื่อให้ทุกคนรวมถึงตัวเองยอมรับในตัวเองว่าฉันก็ทำได้นะ ซึ่งเงินรางวัลที่ได้ในแต่ละเกมไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยแม้แต่น้อย

Nerve 3

นอกจากเกมที่ปรากฏในภาพยนตร์จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจแล้ว สิ่งที่แฝงมาควบคู่กับเกมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ผู้เล่นเกม Nerve ไม่ได้มีเพียงวีคนเดียว แต่ยังมีผู้อื่นที่ร่วมเล่นด้วย และยังมีผู้ชมอีกนับหมื่นเลือกเป็น Watcher เสียเงินรายเดือน เพื่อชมผู้เล่นที่ตัวเองชื่นชอบทำภารกิจ ผู้เล่นจึงเปรียบเสมือนกับเป็นเน็ตไอดอล เป็นคนที่มีตัวตน และต้องทำภารกิจผ่านกล้องมือถือตลอดเวลา กลายเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากในชั่วข้ามคืน เมื่อมีคนรู้จักมากขึ้น อดีตก็จะถูกขุดคุ้ยมากขึ้นเช่นกัน ข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างจะถูกแฉถูกแพร่กระจายบนโลกอินเทอร์เน็ต และทุกคนสามารถเข้าถึงความลับของเราได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว

Nerve 4

กล่าวโดยสรุปแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีฉากอันตรายที่ล่อแหลมจนรู้สึกหวาดเสียวหรือชวนแหวะให้เห็นแน่นอน เน้นความสัมพันธ์ไปที่วัยรุ่น ซึ่งสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของคนในวัยนั้นก็คือเพื่อนและความรัก ภาพยนตร์ค่อย ๆ สร้างความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงท้ายเรื่อง ฉากไฮไลต์เด่นก็คงจะเป็นการประจันหน้ากันระหว่างตัวเอกทั้งสองคน และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้ข้อคิดที่น่าสนใจและสามารถปรับใช้ในชีวิตที่ต้องติดโซเชียลได้ไม่มากก็น้อยในวันที่คนทั้งโลกเล่นเกมออนไลน์ร่วมกัน

Nerve 5

เช็กก่อนแชร์ คือแคมเปญล่าสุดบนโลกอินเทอร์เน็ตที่รณรงค์ให้คนไทยควรพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบในการเข้าถึงข่าวสาร ก่อนที่จะแชร์ส่งให้คนอื่นได้อ่าน หรือแสดงความคิดเห็นโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ จากกรณีของชายหนุ่มที่ถูกคนบนโลกอินเทอร์เน็ตกล่าวหาได้สร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้ชายคนนี้เหมือนตายทั้งเป็น คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องบางส่วนเข้าไปรุมด่ารุมประณามกันอย่างไม่ไว้หน้าจน วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นเพียงแค่ผู้ชมผู้อ่านผู้ติดตามข่าว แต่หากคุณแชร์ต่อ คุณกล่าวหาว่าร้ายโจมตีโดยไม่ทราบข้อเท็จจริงก่อน คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการฆ่าคนโดยไม่รู้ตัว หลักฐานที่ปรากฏว่าคุณคอมเมนต์หรือคุณแชร์นั้นก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

Nerve เล่นเกม เล่นตาย กำลังตอกย้ำให้นึกถึงประเด็นนี้ อันเป็นประเด็นที่จิตสำนึกของความเป็นคนความเป็นมนุษย์ต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ภายใต้หน้ากากล็อคอินที่ซ่อนไว้ ไม่ได้หมายความว่าจะด่าใครหรือโจมตีใครก็ได้ หากเกิดการสูญเสียขึ้นมา แม้คนอื่นจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ในใจของคุณก็มีตราบาปที่ล้างไม่ออกไปเรียบร้อยแล้ว