เปิดหมดเปลือก! กว่าจะเป็น Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เปิดหมดเปลือก! กว่าจะเป็น Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children

เปิดหมดเปลือก! กว่าจะเป็น Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children

ภาพยนตร์แฟนตาซี Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children บ้านเพริกริน เด็กสุดมหัศจรรย์ สร้างจากนวนิยายเรื่องแรกของ แรนซัม ริกส์ (Ransom Riggs) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2011 หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมทั่วโลกอย่างรวดเร็วจนขึ้นอันดับหนึ่งในรายชื่อหนังสือขายดีของ The New York Times และติดอันดับในรายชื่อดังกล่าวอยู่นานหลายปี หนังสือเล่มนี้ขายไปแล้วกว่า 3.1 ล้านเล่ม ตอนที่สองมีชื่อว่า Hollow City ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปี 2014 ตามด้วย Library of Souls ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายในไตรภาค

ransom 2 pic

ริกส์เริ่มต้นการเดินทางสู่บ้านพิเศษของมิสเพริกรินด้วยการมีงานอดิเรกเป็นการเก็บสะสมภาพถ่ายยุคเก่าจากงานแลกเปลี่ยนของและตลาดนัด ยิ่งภาพนั้นแปลกประหลาดมากเท่าไรก็ยิ่งดี นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นนักเขียนอิสระให้สำนักพิมพ์ Quirk Books (ผู้ตีพิมพ์หนังสือ Pride, Prejudice and Zombies) วันหนึ่งเขาส่งภาพถ่ายบางส่วนไปให้ทีมงานที่ Quirk ดู เพราะคิดว่ารูปถ่ายเหล่านี้อาจนำไปทำเป็นหนังสือภาพหลอน ๆ ได้ แต่ทีมงานที่ Quirk กลับเกิดความคิดขึ้นมาว่าน่าจะใช้ภาพถ่ายเหล่านี้สร้างเรื่องราวเป็นนวนิยาย

“ผมหลงใหลภาพถ่ายเก่า ๆ มาตลอด” ริกส์กล่าว “ผมมีเรื่องราวอยู่ในหัว แล้วภาพถ่ายก็กลายมาเป็นจุดอ้างอิงให้ตัวละครเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ผมมีรูปถ่ายที่น่าสนใจมากรูปหนึ่งเป็นภาพเด็กชายมีผึ้งปกคลุมทั้งตัว ผมก็เลยสงสัยว่าเด็กคนนี้เป็นใคร มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร”

นวนิยายขายดีของริกส์ Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children ได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ไปโดย Chernin Entertainment บริษัทโปรดักชันในเครือของ Twentieth Century Fox ประธานบริษัทอย่าง เจนโน ท็อปปิง (Jenno Toping) คือผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ “หนังสือเล่มนี้มีความงดงามที่สื่อถึงเราได้ในหลายระดับ มันมีความสยองขวัญ ความหลอน แล้วยังเป็นเรื่องราวของการเติบโตอันน่าประทับใจด้วย” เธอกล่าว

tim 2 pic

ท็อปปิงมองว่าผู้กำกับในฝันสำหรับหนังเรื่องนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ “วินาทีที่เราได้เห็นต้นฉบับ เรารู้เลยว่า ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) เหมาะสมที่สุด ราวกับว่าเรื่องนี้เขียนขึ้นมาเพื่อเขาเลยล่ะ” เธออธิบาย

ทีมงานที่ Chernin และ Fox เลือกผู้กำกับได้ถูกเผง “ผมผูกพันกับหนังสือเล่มนี้ครับ” เบอร์ตันกล่าว “ผมชอบที่แรนซัมสร้างเรื่องราวขึ้นมาจากภาพถ่ายที่เขาได้พบ ตัวเนื้อหามีเสน่ห์ดึงดูดมากด้วยบรรยากาศคล้ายฝัน ทรงพลัง และลึกลับ”

ริกส์เป็นคนทำภาพยนตร์เหมือนกันและชื่นชมเบอร์ตันมานานแล้ว เขากล่าวชมผู้กำกับรายนี้ในการรับหน้าที่นำเอานวนิยายของเขามาถ่ายทอดบนจอภาพยนตร์ “ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับที่จะยอมปล่อยหนังสือของตัวเองไป ในเมื่อทิม เบอร์ตัน เป็นศัลยแพทย์ผู้ลงมือผ่าตัด” เขากล่าว

DF-05717G

เบอร์ตันและทีมผู้อำนวยการสร้างได้ติดต่อมือเขียนบทชื่อดัง เจน โกลด์แมน (Jane Goldman) ผู้เขียนบทให้กับภาพยนตร์ชื่อดัง อาทิ Kingsman: The Secret Service, X-Men: First Class, Woman in Black ให้มาดัดแปลงนวนิยายของริกส์เป็นภาพยนตร์ นับเป็นการจับคู่อันสมบูรณ์แบบระหว่างศิลปินกับเนื้อหางานอีกเช่นกัน “เจนถ่ายทอดอารมณ์ด้วยแนวทางที่ใกล้เคียงกับทิม” ท็อปปิงกล่าว “ทั้งสองสนใจงานประเภทเดียวกันและอยู่ในโลกของการสร้างสรรค์แบบเดียวกัน”

โกลด์แมนกล่าวว่า “การร่วมงานกับเบอร์ตันน่าตื่นเต้นเป็นที่สุด ภาพถ่ายเป็นส่วนสำคัญของหนังสือ ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะมองเรื่องนี้ในแง่ความเป็นภาพยนตร์ การทำงานกับทิมนับเป็นเกียรติและเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ฉันชอบไอเดียของเขานะ ทุกสิ่งที่เขาทำมักทำให้เรารู้สึกว่ากำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์”

DF-12584

ดีเรค เฟรย์ (Derek Frey) ผู้อำนวยการสร้างบริหารกล่าวว่า คำสั่งที่โกลด์แมนได้รับมาคือให้รักษาแก่นแท้ของนวนิยายเอาไว้ และนำเสนอประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในการชมภาพยนตร์ให้แก่ผู้ชม “เราพยายามเก็บความพิเศษในหนังสือเอาไว้” เฟรย์อธิบาย “หนังเรื่องนี้มีแง่มุมที่ลึกซึ้งเป็นส่วนตัว และความผูกพันระหว่างตัวละครเจคกับปู่ของเขา เอบ รับบทโดย เทอเรนซ์ สแตมป์ (Terence Stamp) ก็เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราว เราจึงจำเป็นต้องรักษาส่วนนี้เอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากนำเสนอบางสิ่งให้ผู้ชมภาพยนตร์ด้วย”

“หนังสือกับภาพยนตร์นั้นไม่เหมือนกัน ผมเองก็ต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อให้คุ้นเคยกับเรื่องนี้” ริกส์ยอมรับ “แต่พอผมได้ไปเยี่ยมกองถ่าย พบกับทิม เห็นฉากที่เขาสร้างขึ้นตลอดจนนักแสดงที่เขาเลือกมา ผมก็รู้สึกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องมีชีวิตขึ้นมาเลยครับ ผมเริ่มที่จะเข้าใจ ที่จริงแล้วผมได้ดูการถ่ายทำฉากบางส่วนที่เจน โกลด์แมน เขียนบท และทิมกำกับ แล้วผมก็พูดกับตัวเองว่า ‘เราน่าจะนึกได้แบบนี้บ้างนะ!’”

“ผมไปเยี่ยมกองถ่ายเพราะว่า…ใครกันล่ะที่จะไม่ไป” นักเขียนรายนี้กล่าวต่อ “ผมชอบหนังและการทำหนัง การได้ดูทิมทำหนังจากหนังสือของผมให้ออกมายิ่งใหญ่ขนาดนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมต้องไม่พลาดครับ”

DF-04296 DF-07237 DF-05013