ย้อนชมตัวอย่าง 4 ภาพยนตร์ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ย้อนชมตัวอย่าง 4 ภาพยนตร์ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์

ย้อนชมตัวอย่าง 4 ภาพยนตร์ คีตราชนิพนธ์
บทเพลงในดวงใจราษฎร์

POSTER_28x40_-_Low

4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ 4 ภาพยนตร์สะท้อนชีวิตต่างวัย

ภาพยนตร์ : อมยิ้ม

ผู้กำกับ : วัลลภ ประสพผล
เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : บทเพลงยิ้มสู้
ทีมนักแสดง : ชานน สันติธรกุล, ญานนีน ภารวีไวเกล, กลรัตน์ เตชะอินทร์, กัญฐ์เอนก นัยนาประเสริฐ, สุดาพร เทศนะนาวิน
เพลงประกอบภาพยนตร์ ขับร้องโดย : วง getsunova

อมยิ้ม

เรื่องย่อ
เด็กชายคนหนึ่งที่กลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนในโรงเรียน เพราะไม่เคยมีใครเห็นเขาโกรธร้องไห้ หัวเราะ หรือแม้แต่ยิ้ม เขาคือคำถามของทุกคน คือของเล่นแสนสนุกน่าแกล้ง แต่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้หรือคิดทำความรู้จักเขาจริงๆ และทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้ข่าวว่าคนที่หน้าตายนิ่งเฉยไม่เคยขยับอย่างเขากำลังจะเล่นละคร แถมเล่นกับนักเรียนหญิงสุดสวยแสนป๊อบของโรงเรียนที่เขาแอบชอบ แต่เธอก็มีแฟนเป็นนักกีฬาสุดเท่เนตไอดอล ความเป็นไปไม่ได้ที่สุดกำลังจะเกิดในโรงเรียน เขาจะเล่นละครได้ไหมนักเรียนหญิงสุดสวยกำลังจะเจอกับอะไร ความจริงที่ถูกเปิดเผยอาจเปลี่ยนความรู้สึกใครบางคนไปตลอดกาล

ความน่าสนใจ นี่คือหนังรักใสๆ สะอาดและน่าประทับใจ เป็นเรื่องราวที่จะพาเราไปค้นหาสำรวจและตั้งคำถามกับตัวเราเองว่า เรากำลังปฏิบัติกับคนรอบตัวอย่างไร เรากำลังทำร้ายคนอื่นด้วยความคิดเราเองอยู่หรือเปล่า เราตัดสินกันอย่างง่ายดายเกินไปหรือไม่ แรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” สู่เรื่องราวของเด็กผู้ชายที่ไม่มีใครในโลกเคยเห็นเขายิ้ม ทั้งๆ ที่เขาอาจเป็นคนที่มองเห็นโลกได้สดใสยิ่งกว่าใคร และท่ามกลางโลกที่ใจร้าย ทำไมถึงคิดว่าเขาไม่ยิ้มและไม่สู้…

 

ภาพยนตร์ : The Singers

ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร
เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : บทเพลงชะตาชีวิต
ทีมนักแสดง : นีรนุช ปัทมสูต, วาสนา ชลากร, อนัญญา ธรรมวิชุกร
เพลงประกอบภาพยนตร์ขับร้องโดย : ดา เอ็นโดรฟิน

The Singers

เรื่องย่อ
หญิงชราสองคนจากสองครอบครัวที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งในด้านฐานะและสถานภาพในสังคม แต่ทั้งคู่มีความเหมือนกันในแง่ของสภาพจิตใจเมื่อทั้งสองได้โคจรมาพบกันและรับรู้เรื่องราวของกันและกันการผจญภัยของสองย่ายายจึงเริ่มต้นขึ้น

ย่าเป้า อยู่ในครอบครัวที่เป็นเจ้าของกิจการมีลูกหลานมากมายแต่ล้วนแล้วแต่แก่งแย่งชิงดีกันบ้างก็เสแสร้งเอาใจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองจนย่าเป้ารู้สึกเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับลูกหลานเหล่านี้ ด้าน ยายเงิน มีชีวิตที่ลำบากอยู่ในชุมชนเล็กๆ กลางเมืองใหญ่ที่วุ่นวายอยู่กับหลานสาววัยหกขวบที่สุขภาพไม่ใคร่ดีนักเพียงลำพัง จนวันหนึ่งยายเงินโดนจับเพราะขายแผ่นหนังและเพลงเก่าๆ โดยไม่มีใบอนุญาต ต้องประกันตัวและเสียค่าปรับในอัตราสูงเธอและหลานจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร

แต่เมื่อฟ้าส่งให้ทั้งย่าเป้ากับยายเงินมาพบเจอกันความเห็นอกเห็นใจก็เริ่มต้นขึ้นและเมื่อถึงจุดวิกฤตจุดหนึ่งของชีวิตเธอก็ได้ตัดสินใจที่จะใช้เสียงเพลงของเธอทั้งสองเพื่อที่จะฝ่าฟันกับอุปสรรคนั้นไปให้ได้

ความน่าสนใจ  ภาพยนตร์ที่ อุ๋ย นนทรีย์ ผู้กำกับได้แรงบันดาลใจมาจากข่าว สู่เรื่องราวของคุณยายทั้งสองท่านที่มีชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันจนก่อเกิดความผูกพันธ์ และการสานต่อความฝันของอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ นำแสดงโดยนักแสดง-นักร้องอย่าง นีรนุช ปัทมสูต และนักแสดงรุ่นเก๋า วาสนา ชลากร ที่ทั้งคู่ถึงขนาดหลั่งน้ำตาขณะถ่ายทำภาพยนต์เรื่องนี้!

 

ชื่อภาพยนตร์ : ดาว

ผู้กำกับ : สิน ยงยุทธ ทองกองทุน
เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : บทเพลงความฝันอันสูงสุด
ทีมนักแสดง : ธนากร โปษยานนท์, จารุภัส ปัทมะศิริ, กฤตเมธ เมืองดี, วศิน เกิดนานา, อภิธาร รุ่งเจริญรอด, พรรณสิริ โฆษิตสุริยะพันธุ์, ธัชพงศ์ รักตวัตร, สุกัญญา มงคล

เพลงประกอบภาพยนตร์
Version 1 ขับร้องโดย : ด.ญ. พอใจ / ด.ช. มาดี / ด.ญ. ฟ้าสร้าง วัฒนศัพท์
Version 2 ขับร้องโดย : ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา และ ด.ญ.กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ

ดาว

เรื่องย่อ
ใครๆ ก็รู้ว่า การได้เป็นคนเชิญธงชาติของโรงเรียนเป็นความฝันอันสูงสุดของนักเรียนทุกคน ดังนั้น ทันทีที่ครูประกาศหาคนเชิญธงคนใหม่แทนพี่ ป.6 ที่กำลังจะจบไป การแข่งขันของหนุ่มน้อยสองคนจึงเกิดขึ้น

สำหรับ “โก้” (น้องเชน-อภิธาร รุ่งเจริญรอด) การได้เชิญธงชาติจะทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับสาวที่เขาตั้งเป้าว่าต้องจีบเป็นแฟนให้ได้ก่อนสอบปลายปี แต่สำหรับ “หนึ่ง” (น้องไปเปอร์-กฤตเมธ เมืองดี) การได้เป็นคนเชิญธงชาติมีความสำคัญมากกว่าที่ใครจะคาดถึง การแข่งขันที่มีจำนวนดาวเป็นตัวตัดสิน จะทำให้ความฝันอันสูงสุดของหนึ่งเป็นจริงได้หรือไม่!?

ความน่าสนใจ “สิน” ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับอารมณ์ดี ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์“ความฝันอันสูงสุด” มานำเสนอในบริบทใหม่ เขาตั้งข้อสงสัยว่า ความฝันอันสูงสุดในมุมของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จำความได้ เพลงนี้มักจะนำมาใช้ในบริบทเรื่องราวของผู้ใหญ่ ถ้าเราตีความเพลงความฝันอันสูงสุดในมุมใหม่แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวสนุกๆ แต่เต็มไปด้วยความใสซื่อและจริงใจ ตรงไปตรงมาแบบเด็กๆ น่าจะเป็นความภูมิใจอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นความภูมิใจอันสูงสุดได้

 

ภาพยนตร์ : ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

ผู้กำกับ : ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
เพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ : บทเพลงสายฝน
ทีมนักแสดง : นพชัย ชัยนาม, อะตอม สัมพันธภาพ, พงศ์ภัทร์ พงษ์ประไพ, โยธิน มาพบพันธ์,
คุณากร เกิดพันธุ์, วิทยา ปานศรีงาม, ภารดี อยู่โสภา
เพลงประกอบภาพยนตร์ ขับร้องโดย : ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ

ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง

เรื่องย่อ
เรื่องจริงของ “สืบ นาคะเสถียร” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าห้วยขาแข้ง นักสู้ผู้อุทิศชีวิตเพื่อผืนป่า เมืองไทย ในช่วงสี่ปีสุดท้ายที่เขามุ่งมั่นและต่อสู้เพื่อยุติการตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ป่าอย่างไม่เกรงกลัว ต่อกฏหมาย สืบยืนหยัดต่อกรกับอิทธิพลมืด นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตด้วยมือเปล่า และหัวใจที่จะไม่ยอมให้ผืนป่าของเมืองไทยต้องหมดสิ้นไปเพราะความโลภและเห็นแก่ตัว

ความน่าสนใจ เรื่องของสืบ นาคะเสถียร เป็นเรื่องที่ผู้กำกับ “โอ๋ ภาคภูมิ” ฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆ จากที่ได้เห็นวีดีโอในโรงอาหารของโรงเรียน กับภาพผู้ชายคนหนึ่งที่กระโดดลงจากเรือว่ายน้ำไปช่วยกวาง นั่นเป็นภาพที่ติดตาเขาจนทุกวันนี้ และเมื่อใครพูดถึงคนดี คนที่เสียสละ เขาจะนึกถึงคุณสืบ เป็นคนแรกๆ เสมอ

ผู้กำกับหนุ่มมีความคิดว่า อยากทำเรื่องคุณสืบเป็นหนังยาว แต่ก็ไม่เคยสบโอกาสสักครั้ง จนได้รับมอบหมายให้ทำหนังสั้นจากเพลงพระราชนิพนธ์ เมื่อเขาเปิดเพลง “สายฝน” ภาพของคุณสืบก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง