10 เรื่องน่ารู้ ก่อนเปิดประตูนั่งรถย้อนไปอนาคตปี 2015 ใน Back to the Future Part II

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / 10 เรื่องน่ารู้ ก่อนเปิดประตูนั่งรถย้อนไปอนาคตปี 2015 ใน Back to the Future Part II

1. Back to the Future Part II (1989) ทำเงินจากทั่วโลกราว 311 ล้านเหรียญ และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ในปี 1989
2. ผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส (Robert Zemeckis) เป็นผู้กำกับคนเดียวกันกับที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง Forest Gump (1994) ที่คว้ารางวัล 6 รางวัลออสการ์ ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
3. การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ล่าช้าไปถึง 3 ปี ขณะเดียวกัน บ็อบ เกล (Bob Gale) ผู้เขียนบทก็ได้เขียนดราฟแรกเสร็จ ในระหว่างที่ผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส กำลังยุ่งอยู่กับการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Who Framed Roger Rabbit (1988)
4. ผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส ยกให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบและแปลกมากที่สุด
5. เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2015 โรงภาพยนตร์หลายโรงในสหรัฐฯ ได้นำภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาฉายอีกครั้ง เพื่อให้ดูคล้ายกับว่า ด็อก, มาร์ตี และ เจนนิเฟอร์ เดินทางมายังโลกอนาคต
6. เสื้อเชิ้ตที่ด็อกใส่อยู่บ่อย ๆ บอกใบ้ถึงคาวบอยบนหลังม้าและรถไฟ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคที่ 3
7. โรงแรม Biff’s Casino ที่ปรากฏในภาพยนตร์ เป็นโรงแรมตึกสูงที่มีคาสิโนอยู่จริงในลาสเวกัส เนวาดา
8. อีไลจาห์ วูด (Elijah Wood) ผู้รับบทเป็น โฟรโด แบ็กกินส์ หนึ่งในสมาชิกพันธมิตรแห่งแหวนในภาพยนตร์มหากาพย์ไตรภาค Lord of the Rings ได้ปรากฏตัวเป็นหนึ่งในเด็กหนุ่มที่เล่นอยู่ที่ตู้เกม Wild Guman ในจังหวะที่ มาร์ตี เดินเข้าไปในร้าน Cafe 80’s
9. เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2011 องค์กรวิจัยโรคพากินสันได้ประกาศว่า รองเท้า Nike MAG ที่ผลิตออกมาถึง 1,500 คู่ ที่ได้ต้นแบบมาจากรองเท้าที่นักแสดง ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ (Michael J. Fox) เป็นผู้สวมใส่ในภาพยนตร์ คู่แรกถูกประมูลในเว็บไซต์ eBay และได้ศิลปินแร็ปเปอร์ ไทนี เทมพาห์ (Tinie Tempah) เป็นผู้ชนะการประมูลคู่แรกไปในราคา 37,500 เหรียญสหรัฐฯ
10. Back to the Future Part II (1989) เวอร์ชั่น DVD Extra ผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส กล่าวว่า เขาไม่ได้ต้องการจะให้ตัวภาพยนตร์ไปแทนที่เรื่องราวในโลกอนาคต เพราะทุกครั้งที่ภาพยนตร์กล่าวถึงเรื่องราวในอนาคต เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้