10 หนังรักที่ดูแล้วต้องเสียน้ำตา

Home / ข่าวหนัง / 10 หนังรักที่ดูแล้วต้องเสียน้ำตา

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักเราเลยรวบรวม10หนังรักของคนไทยที่เชื่อว่าใครหลายคนที่ได้ดูแล้วต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอนมาให้ดูกัน

1.ข้างหลังภาพ (2544)
ข้างหลังภาพ เป็นหนังรักที่สร้างจากนวนิยายเรื่องดังของศรีบูรพาเป็นเรื่องราวความรักต่างชนชั้น ต่างวัยของหม่อมราชวงศ์กีรติ หญิงวัย 35 ภรรยาของพระยาอธิการบดีที่มีอายุคราวพ่อ กับ นพพร นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปี ที่ซาบซึ้งกินใจ โดยเฉพาะกับวลีเด็ด “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก” ที่ตราตรึงในความทรงจำของใครหลายคนเคน – ธีรเดช และ คาร่า พลสิทธิ์


2.กุมภาพันธ์ (2546)
หนังรักโรแมนติกที่ออกฉายในวันแห่งความรักเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ผลงานการกำกับของต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค และถือว่าเป็นการแจ้งเกิดของ เจี๊ยบ โสภิตนภา และชาคริต แย้มนาม เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่รู้กำหนดวันตายของตัวเอง เธอตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือบินไปนิวยอร์ก แต่ที่นิวยอร์ก เธอกลับประสบอุบัติเหตุและจำอะไรไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง แต่ผู้ชายลึกลับคนหนึ่งกลับคอยดูแลเธอตลอดมา เวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ความรักจะสำคัญอย่างไร ถ้าเธอได้รับรู้ว่า ช่วงเวลาอันแสนสุขนี้ มีเวลาถึงแค่เพียงกุมภาพันธ์เท่านั้น


3.The Letter จดหมายรัก (2547)
เชื่อว่าหลายคนที่ได้ดูเรื่อง The Letter ต่อให้ใจแข็งอย่างไรจะต้องเสียน้ำตาหนักมากสำหรับหนังเรื่องนี้ แหมจะมีหนังรักสักกี่เรื่องที่แจกกระดาษทิชชู่ก่อนเข้าโรง The Letter ฉายในปี พ.ศ. 2547 โดยดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2540 เรื่อง Pyeon ji นำแสดงโดย แอน ทองประสม และ หนุ่ม – อรรถพร ธีมากร เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ พร้อมทำให้ทุกคนเข้าใจถึงแก่นแท้ และนิยามของความรักว่า ไม่ได้เริ่มต้นหรือจบลงเมื่อเราได้ค้นพบ และเติมเต็มแง่มุมความรัก ที่อาจเฝ้าค้นหามาตลอดชีวิต แต่เป็นการทำความเข้าใจ “ความหมาย” และ “เรียนรู้วิธีที่จะรักษาคุณค่าของรักแท้ให้คงอยู่” ภายหลังจากคนที่เรารักจากไป โดยเฉพาะฉากที่แอย ทองประสม เปิดดูวีดิโอหลังจากที่หนุ่ม อรรถพร ตายไปแล้ว ฉากนี้มันจุกอกใครหลายคนถือว่าเป็นฉากที่พีคที่สุดของเรื่องนี้ก็ว่าได้


4. Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ (2550)
หนังรักซึ่งเป็นผลงานกำกับชิ้นแรกของออฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของ แทน เกย์หนุ่มนักแสดงคาบาเร่โชว์ที่สูญเสียความทรงจำ กับ อุ้ม ครีเอทีฟสาวบริษัทออร์แกไนเซอร์ที่เพิ่งถูกคนรักคนแรกในชีวิตทิ้ง อุ้มขับรถชนชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เลยจำเป็นต้องแบกภาระดูแลผู้ชายความจำเสื่อมคนนี้ไว้ ทั้งสองต่างใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันและเริ่มตกหลุมรักกันจนทำให้แทนไม่อยากจำเรื่องราวในอดีตของตัวเอง แต่เมื่อความจริงถูกเปิดออกมา ความรักของทั้งคู่ จะยังมั่นคงพอที่จะสามารถรักกันได้อยู่หรือเปล่า


5.รัก/สาม/เศร้า (2551)
ผลงานลำดับที่แปดของยุทธเลิศ สิปปภาค เป็นเรื่องราวของ ฟ้า น้ำ และ พายุ เพื่อนสนิทสามคนซึ่งหลังเรียนจบต้องเลือกทางเดินชีวิตของตนเอง โดยฟ้าเลือกที่จะแต่งงาน ส่วน น้ำ เพื่อนสนิทของฟ้าเลือกที่จะตัดใจจากความรักที่เธอแอบมีให้กับพายุเพื่อจะไปเรียนต่อปริญญาโทและ พายุ เลือกจะตัดใจจากความรักที่เขาแอบมีให้กับฟ้ากลับไปอยู่กับแม่ แต่วันหนึ่งเมื่อฟ้าป่วยหนักและคนรักที่คบหากันมานานไปมีคนอื่น พายุจึงเข้ามาดูแลฟ้าจนทั้งคู่เริ่มรักกัน แต่เมื่อฟ้ารู้ว่า น้ำ แอบรักพายุ ฟ้า จึงจากไปเงียบ ๆ ทิ้งพายุให้อยู่กับความทุกข์ซึ่งทำให้น้ำที่แอบรักพายุอยู่พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เธอจึงตัดสินใจออกตามหาฟ้าไปทั่วทุกแห่ง เพื่อที่จะเปลี่ยนใจฟ้าให้หวนกลับมารักพายุได้อีกครั้ง


6.Happy Birthday (2551)
หนังรักโรแมนติกดราม่า นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริ่งแฮม, ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ เป็นเรื่องราวความรักของชายหนุ่ม เต็น และหญิงสาว เภา ที่บุพเพนำพาให้ทั้งสองมาพบรักกัน โดยมีหนังสือท่องเที่ยวเป็นสื่อกลาง หนังสือเล่มที่เต็มไปด้วยข้อความที่ถูกเขียนส่งต่อให้กันและกัน โดยที่ทั้งสองยังไม่เคยพบหน้ากัน จนเมื่อได้พบกันโดยบังเอิญ ความคุ้นเคยและสนิทสนมที่เคยผ่านตัวหนังสือมาแล้ว ก่อเกิดขึ้นกลายเป็นความรัก พร้อมถ้อยคำมั่นสัญญาว่าพวกเขาจะไม่ทอดทิ้งกันตราบนิรันดร์เรื่องนี้ทำให้ใครหลายคนต่าง๙งกินใจกับความรักที่เต็นมีให้กับเภา เพราะในชีวิตจริงจะมีผู้ชายสักกี่คนที่ทุ่มเทความรักให้กับผู้หญิงคนหนึ่งได้มากมายขนาดนี้


7.ความจำสั้นแต่รักฉันยาว (2552)
หนังรักแนวโรแมนติกดราม่า ว่าด้วยเรื่องของ เก่ง สัตวแพทย์หนุ่มที่เคยแอบรัก ฝ้าย แฟนของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กลายมาเป็นนักวนศาสตร์ ฝ้ายเป็นคนรักสุนัข พอดีเธอเจอสุนัขหลงทางบาดเจ็บ จึงนำมารักษาที่คลินิกของเก่งเสมอ วันหนึ่งเก่งกับเพื่อนไปเลี้ยงฉลองกันจนเมา และโดนจับในข้อหาเมาแล้วขับ เก่งจึงถูกให้ไปทำดีชดเชยด้วยการไปสอนคอมพิวเตอร์ให้คนแก่ จึงเป็นเหตุให้พบกับ ป้าสมพิศ กับลุงจำรัส ทั้งสองแอบปิ๊งกันในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ของครูเก่งนั่นเอง โดยที่ทางครอบครัวของทางป้าสมพิศไม่เห็นด้วย เรื่องราวความรักของลุงและป้า ทำให้เก่งและฝ้ายได้กลับมารักกันอีก


8.หนีตามกาลิเลโอ (2552)
เล่าเรื่องของสองวัยรุ่นสาวไทย เชอรี่ และ นุ่น ที่ชวนกันเก็บเสื้อผ้ายัดลงเป้ วางแผนไปตะเวณแบกมันให้ทั่วยุโรป 1 ปีเต็ม ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระในสายตาผู้ใหญ่ แต่โคตรจะโดนใจวัยรุ่น“คนหนึ่งหนีเรียน คนหนึ่งหนีรัก” เชอรี่ – ทั้งๆ ที่อีกเทอมเดียวเธอก็จะได้เป็นบัณฑิตถาปัดฯ อยู่แล้ว แต่เชอรี่กลับถูกสั่งพักการเรียนเพราะปลอมลายเซ็นต์อาจารย์ เพื่อพิสูจน์ว่ากฎมหา’ลัยไร้เหตุผลและตัวเองไม่ผิด เธอจึงไม่ลงทะเบียนเทอมต่อไป และตัดสินใจลองไป “ใช้ชีวิต” เป็นเด็กเสิร์ฟที่เมืองนอกแทน นุ่น – ตลอดเวลาที่คบกัน นุ่นเป็นฝ่ายท้าเลิกกับตั้มนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่ทั้งคู่จะเลิกกันจริงๆ กระทั่งครั้งนี้ ครั้งที่ตั้มตอบว่า “อือ ดีเหมือนกัน” ท้ายที่สุดคนท้ากลับเป็นฝ่ายทนเห็นหน้าคนเลิก ทนเห็นที่ๆ เคยไป ทนเห็นเมืองไทยต่อไปไม่ได้ แผนการผจญภัยนั้นก็แสนง่าย เสิร์ฟ – เก็บตังค์ – เที่ยว – ย้ายเมือง เป้าหมาย คือ บิ๊กทรีแห่งยุโรป ลอนดอน – ปารีส – โรม สโตนเฮนจ์, ทาวเวอร์ บริดจ์, หอไอเฟิล, พิพิธภัณธ์ลูฟร์, โคลอสเซียม, เรือกอนโดล่า…แลนมาร์คสำคัญๆ ของโลกถูกหมุดหมายลงในใจของเชอรี่และนุ่น และจะไปปิดท้ายกันที่ หอเอน เมืองปิซ่า บ้านเกิดของ กาลิเลโอ ก่อนออกเดินทาง เชอรี่กับนุ่น จับมือสาบานว่าบนเส้นทางการใช้ชีวิตภาคสนามครั้งนี้ กฎมีแค่สองข้อ หนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามทิ้งกัน และ สองห้ามแหกกฎข้อหนึ่ง แต่ก็อย่างที่รู้ ในการ “ใช้ชีวิต” ไม่เคยมีอะไรเป็นไปตามแผน และไม่เคยมีกฎข้อไหนในโลกที่ไม่ถูกแหก เชื่อว่าใครหลายๆ คนต้องประทับใจในความรักของ2 สาวคู่นี้อย่างแน่นอน


9.Timeline จดหมายความทรงจำ (2557) ภาคต่อจาก เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก
เรื่องราวความรักความผูกพันที่แสนอบอุ่นหัวใจและเป็นเหมือนดั่งหยดน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตโดยที่ไม่เคยจางหายไปจากความรู้สึกของ มัท หญิงสาวที่ยังคงมีภาพความทรงจำแห่งรักที่แสนงดงามต่อ ทัน คนรักเก่าที่ได้จากไปโดยมีเพียง ไร่สตรอว์เบอร์รี ที่สะเมิง จ.เชียงใหม่ และ แทน ลูกชายเพียงคนเดียวที่เป็นเสมือนตัวแทนความรักของเขาและเธอที่บัดนี้เติบโตเป็นหนุ่มและพร้อมที่จะเริ่มต้นมีชีวิตในแบบของตัวเองเมื่อกำลังจะก้าวเข้าสู่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ดูเหมือนว่าตลอด 19 ปี ในชีวิตที่ผ่านมาสำหรับแทนแล้วการที่ต้องเติบโตขึ้นมาภายใต้ร่มเงาความรักที่สมบูรณ์แบบของพ่อและแม่กลับยิ่งทำให้เขาดิ้นรนและอยากออกไปสัมผัสกับโลกภายนอกตามวิธีคิดและการออกแบบชีวิตของเขาเองมากขึ้นเป็นทวีคูณ ชีวิตในกรุงเทพฯ เปรียบได้กับโลกใบใหม่ที่ทุกสิ่งรอบตัวล้วนน่าแปลกตาและแตกต่างจากโลกใบเก่าที่สะเมิง และที่นี่ทำให้ แทน ได้พบกับ จูน เพื่อนใหม่ที่มีวิธีคิดและมองโลกอย่างแตกต่าง แต่กลับเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างให้กับ แทน โดยไม่รู้ตัว พูดได้ว่าจูนคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่คอยผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจให้แทนได้ค้นพบสิ่งที่มีค่าที่สุดและมีความหมายที่สุดในแบบฉบับของตัวเขาเองนั่นคือ ความทรงจำแห่งรัก ที่จะอยู่ในใจของเขาตลอดไป เรื่องนี้พีคตอนจบที่มัทจมน้ำตายและแทนต้องมาเสียใจที่ไม่ได้บอกความรู้สึกที่เขามีต่อมัท


10.แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว (2016)
หนังรักที่ดราม่าและเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของจีดีเอช ห้าห้าเก้า กำกับโดย โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล เรื่องราว ของเด่นชัย (เต๋อ ฉันทวิชช์) เจ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ดประจำออฟฟิศวัย 30 ผู้จะมีตัวตนในสายตาพนักงานคนอื่นแค่เวลาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เสีย ในชั่วโมงทำงานที่แสนเร่งรีบไม่มีใครสนใจแม้แต่จะจำชื่อของเด่นชัยจนเขาแอบน้อยใจอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งวันที่เขาได้ไปซ่อมพรินเตอร์ให้ นุ้ย (มิว-นิษฐา) มาร์เกตติ้งสาวคนสวยผู้จดจำชื่อจริงของเขาได้ เด่นชัยตกหลุมรักความน่ารักและจริงใจของนุ้ยที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีตัวตนขึ้นมา แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้าเก็บรายละเอียดและดูแลเธออยู่ห่าง ๆ เพราะรู้ดีว่าหมาอย่างเขาคงได้แค่แหงนมองเครื่องบินแต่แล้วเมื่อบริษัทของเด่นชัยพาพนักงานไปเที่ยวเอาท์ติ้งยังสกีรีสอร์ทที่ฮอกไกโด เด่นชัยได้ขอพรกับระฆังแห่งความรักของรีสอร์ทให้เขาได้เป็นแฟนกับนุ้ยแค่วันเดียวก็ยังดี โชคชะตาเล่นตลกเมื่อนุ้ยเศร้าทที่เมียของเจ้านาย ตามมาเที่ยวในครั้งนี้ด้วยทำให้นุ้ยรู้ตัวว่า ตัวเองเป้นเมียน้อยของเจ้านาย จนไปประสบอุบัติเหตุจากลานสกีจนหมดสติ พอนุ้ยฟื้นกลับมีอาการโรคความจำเสื่อมชั่วคราวที่เรียกกว่าโรค TGA ซึ่งเป็นโรคความจำเสื่อมที่จะมีอาการอยู่เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น เด่นชัยคิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่คนอย่างเขาจะได้ใกล้ชิดกับนุ้ย เขาตัดสินใจสวมรอยหลอกนุ้ยว่าทั้งสองเป็นแฟนกันและอยู่เที่ยวต่อกันเพียงสองคน เด่นชัยตั้งใจว่าจะพานุ้ยไปเที่ยวในทุก ๆ ที่ ที่เธออยากไปในฮอกไกโด ใช้เวลาสุดพิเศษของเขากับเธอในฐานะแฟนแม้ว่ามันจะเป็นการเป็นแฟนกันเพียงแค่วันเดียวก็ตามเรื่องนี้อาจทำให้ใครเสียน้ำตาเอาง่ายๆ กับความรักของเด่นชัยที่รักนุ้ยแต่ไม่ต้องการที่จะครอบครองเป็นเจ้าของทั้งๆ ที่เขาสามารถทำได้ก็ตาม หลายคนอยากให้เรื่องนี้มีภาคต่อ เพราะมันสามารถทำได้ เพราะตอนจบได้ทิ้งท้ายว่านุ้ยพอจะจำเรื่องราวของเด่นชัยได้บ้างแล้ว แต่เด่นชัยกลับลาออกจากบริษัทไป