ทายาทครูเหม โวย ?เปนชู้กับผี? ลอกเรื่อง ฉากเลิฟซีนทำเสียชื่อ

Home / ข่าวหนัง / ทายาทครูเหม โวย ?เปนชู้กับผี? ลอกเรื่อง ฉากเลิฟซีนทำเสียชื่อ

กลายเป็นเรื่องจนได้ เมื่อภาพยนตร์ เปนชู้กับผี ของ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ถูก มูลนิธิบรมครู ผู้ดูแลลิขสิทธิ์ผลงานของ ครูเหม เวชกร ทักท้วงขึ้นมาถึงการกล่าวอ้างชื่อ ครูเหม ในการเผยแพร่ข่าวที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวสร้างจากผลงานของ ครูเหม เวชกร ดังนั้นทางมูลนิธิบรมครู เลยได้มีหนังสือแจ้งไปยังไฟว์สตาร์ แต่ทางไฟว์สตาร์กลับนำหนังสือฉบับนี้ออกมาเผยแพร่ให้สื่อมวลชนรู้ และมูลนิธิไปชมภาพยนตร์แล้วพบว่า มีการนำผลงานบทประพันธ์ของครูเหม เวชกร ไปดัดแปลงใช้เป็นส่วนประกอบในภาพยนตร์ แถมยังมีฉากประกอบกิจกรรมทางเพศ ทำให้คนหลงเข้าใจผิดว่าสร้างจากงานเขียนชุดปีศาจไทยของครูเหม เวชกร สร้างความเสื่อมเสียแก่ครูเหมเป็นอย่างยิ่ง ทาง มูลนิธิบรมครู เลยได้เปิดแถลงข่าวถึงเรื่องราวทั้งหมด โดยมี ประทวน เจริญจิตร ประธานมูลนิธิ ไพศาล กริชไกรวรรณ เลขาธิการมูลนิธิ และ ด.ต.สุชาติ สมรูป ทายาทของครูเหม ร่วมแถลงข่าว

ไพศาล กริชไกรวรรณ เลขาธิการมูลนิธิบรมครู เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิมีหน้าที่รวบรวมผลงานของครูเหม ที่กระจัดกระจายอยู่ ไม่ได้มีหน้าที่จะพาดพิงหรือขัดแย้งกับใคร เพราะเราไม่ใช่องค์กรที่แสวงหาผล ประโยชน์ เริ่มต้นที่รู้เรื่องนี้เพราะมีนักข่าวโทรฯมาขอรูปของครูเหมไปทำรายการ ถึงได้รู้ว่ามีหนังเรื่องนี้สร้างขึ้น และมีการเผยแพร่ข่าวที่ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าผลงานของครูเหมถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เราจึงได้ทำหนังสือส่งไป แต่ทางเขากลับนำจดหมายของเราออกมาแถลงข่าว และเนื้อหาในหนังทำให้ลำบากใจมาก เพราะมีลักษณะเหมือนมีการใช้ผลงานจากมันสมองของครูเหม เอามาใช้อย่างแยบยล ซึ่งไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้อย่างชัดเจน และในภาพยนตร์ก็มีฉากประกอบกิจกรรมทางเพศแล้วมีการนำเสนอว่า สร้างจากแรงบันดาลใจจากงานเขียนของครูเหม เวชกร ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าครูเขียนเรื่องพวกนี้ด้วย ซึ่งครูเหมไม่เคยเขียนเรื่องเหล่านี้อยู่ในบทประพันธ์เลย ผมอยากตั้งคำถามว่าแรงบันดาลใจจากครูเหมนั้นเป็นอย่างไร มุมกล้องในหนังที่จะไม่เห็นหน้าคนที่เป็นผี ก็จะเหมือนกับการวาดรูปที่เป็นลักษณะโดดเด่นของครูเหม อยากรู้ว่าขอบเขตมันอยู่ตรงไหน ในส่วนเนื้อเรื่องก็ชวนให้คิดที่มีบางอย่างลักษณะคล้ายเรื่องของ ครูเหม อย่างมีฉากหนึ่งที่ผีไต่ลงมาจากเสา มันเหมือนในบทประพันธ์เรื่อง นั่งหวย ของครูเหมมาก ๆ แต่รายละเอียดอย่างอื่นอาจจะแตกต่างไปบ้าง

อ.ประทวน เจริญจิตร ประธานมูลนิธิ เปิดเผยว่า เรื่องของครูเหมจะมีคติสอนใจ เยาวชนอ่านได้ ไม่มีเรื่องแบบนั้นอยู่ ความจริงหนังเขาจะสร้างอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อเขาเอาชื่อของครูเหมไปอ้าง ก็น่าจะต้องมาคุยกัน ศิลปะต้องได้รับแรงบันดาลใจ แต่นี่เขาเอาแรงบันดาลใจของเขาไปใส่ในชื่อของเหม เวชกร เราคงไม่ไปฟ้องร้อง แค่หวังว่าเขาจะมาปรับความเข้าใจกับเรา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจ เราส่งจดหมายไปก็ดันเอาจดหมายออกมาแถลงข่าว เราอยากได้คำชี้แจงว่าเหตุใดจึงเอาชื่อเสียงของครูเหมไปใช้ในภาพยนตร์

ได้ยินดังนั้น บันเทิงเดลินิวส์ เลยรีบบึ่งไปไฟว์สตาร์เพื่อฟังความอีกข้างหนึ่ง โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ กล่าวในฐานะคนเขียนบทว่า ยอมรับว่าได้แรงบันดาลใจมาจากครูเหมจริง ไม่ได้แปลว่าเราหยิบผลงานของท่านมาลอกเลียน เรื่องทั้งหมดโดยพล็อตขึ้นมาใหม่ ผมกล้าสาบานว่าไม่ได้หยิบส่วนไหนเรื่องใดของครูเหมเลยมาผสมให้เป็นหนังเรื่องนี้ มันโดนคิดขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยอาศัยเส้นทางคือ แรงบันดาลใจจากชิ้นงาน งานของครูเหมทำให้เกิดความรู้สึกในฐานะศิลปินและคนทำงานศิลปะ ผมเคยได้อ่านงานของครูเหม แต่อิทธิพลที่ได้มาเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า เรามีเจตจำนงดี มันไม่ได้แปลว่าเราลอกเลียน มันทำด้วยเจตนาที่ดีมากกว่าจะไป ทำความเสียหายให้กับครูท่าน ส่วนเรื่องที่บอกว่ามีฉากเลิฟซีนแล้วทำให้เข้าใจว่าเป็นเรื่อง ของครูเหม ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดไปกันใหญ่มากกว่า บางทีเราตีความด้วยประโยคใดประโยคเดียวไม่ได้ เราคงต้องดูเจตนาและองค์รวมของการทำงานด้วย เราคงไม่ทำเรื่องที่ไม่มีเกียรติ

ด้าน ทิพวรินทร์ นิลดำ ผช.ประธานกรรมการบริษัทไฟว์สตาร์ เปิดเผยว่า ผู้กำกับเรื่องนี้อยากจะอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยที่เป็นผีไทยๆ จริงๆ การที่บุคคลคนหนึ่งจะมีการเลื่อมใสนิยมยกย่องท่านก็ไม่น่าจะผิดอะไร ทุกคนมีความคิดมีจินตนาการที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมา ผู้กำกับก็เหมือนกัน อยากจะทำหนังที่มีความเป็นไทยอาจจะหยิบยกเรื่องที่มีกลิ่นอายของครูเหมขึ้นมา เราก็ต้องเขียนเรื่องมาใหม่ ฉะนั้นจะไม่เหมือนเรื่องที่เขาบอก ทำไมจะต้องไปเหมือนกันหมด ในเมื่อจินตนาการมันเกิดขึ้นได้ ส่วนเรื่องจดหมายที่เราเอาออกมาเผยแพร่ให้สื่อรู้เพราะเราบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่ได้ละเมิด เราทำหนังสือถึงสื่อขอระงับการเผยแพร่ข่าวที่อ้างถึงครูเหม สื่อก็จะต้องมีคำถามต่อไปอีกว่าอะไร เราเลยแนบจดหมายประกอบไปด้วย ส่วนในเรื่องของเลิฟซีน ภาพยนตร์ต้องมีครบทุกรสชาติ เพราะชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นชู้ แล้วเป็นกับใคร แต่ไม่ได้มีอะไรที่น่าเกลียด ทางเราได้ติดต่อให้ทางมูลนิธิให้มาชมภาพยนตร์แล้ว แต่เขาบอกว่าเขาจะไปดูเอง ส่วนการแก้ปัญหาต่อไปก็คงต้องดูอีกทีว่าเขาต้องการอะไร แต่ทางเรายืนยันว่าไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร คนที่ไม่รู้จักกันบางทีเขียนเรื่องขึ้นมามันอาจจะเหมือนกันก็ได้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์