เฮือกสุดท้ายของบอนด์ 007?

Home / ข่าวหนัง / เฮือกสุดท้ายของบอนด์ 007?

ระหว่างที่เจมส์ บอนด์ 007 ค่อยๆ ทยอยเข้าฉายตามโรง ตามจุดต่างๆ ในโลกใบนี้…ถือว่าเป็นแต้มต่ออยู่พอสมควร ที่สายลับแห่งอังกฤษนามนี้ ได้รับจากสื่อต่างๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

เอนเตอร์เทนเมนท์วีคลี่ เล่นสกู๊ปใหญ่โตในทางบวก ขณะที่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ริชาร์ด คอร์ลิส คอลัมนิสต์ใหญ่คนหนึ่งของไทม์ เอเชีย ก็เขียนถึง บอนด์ 007 : Casino Royale ว่า เป็นตอนหนึ่งของ เจมส์ บอนด์ 007 ที่น่าสนใจมาก (โดยอ้างจากร่างกายกำยำของนักแสดงอย่าง ดาเนียล เครก)

ขณะที่สื่อของยุโรปหลายฉบับก็ประโคมถึงความเซ็กซี่ของนางเอกคนใหม่อย่าง เอวา กรีน (The Dreamers)

แต่ในความเป็นจริงแล้วเจมส์ บอนด์ 007 ที่ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ก่อนจะเกิดภาคแรก (ภาษาหนังเขาเรียกว่า เป็น Beyond Original) ว่าจริงๆ แล้ว บอนด์ นั้น มีที่มาอย่างไร ทำไมถึงมาเป็นสายลับ และทำไมถึงมีพฤติกรรมลุ่มหลงผู้หญิง (จนพวกจิ๊กโก๋เขาเรียกว่าพวกหน้าหม้อ)

ประเด็นมันเลยกลายเป็นว่านี่ไม่ใช่หนังของฮีโร่สายลับอีกต่อไป แต่เป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสินค้าซึ่งพะรุงพะรังติดตามตัว ไม่ว่าจะเป็นมือถือ รถยนต์ เสื้อสูท และเซ็กส์ จนกลายเป็นว่าในเวลาต่อมานั้น

หนังอย่างบอนด์007 กลายเป็นวิชาในชั้นเรียนของนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย (ไม่ต่างจาก เดวิด เบ็คแฮม ที่กลายเป็นวิชาวิเคราะห์ เดวิด เบ็คแฮม ในปีที่แล้ว)

ผมไม่คิดว่าบอนด์ จะแข็งแรงอะไรอีกแล้ว เมื่อโลกของภาพยนตร์ที่ฮีโร่ตัวเป็นๆ ที่ทันสมัยกว่า อย่าง MI:II The Matrix และที่กำลังจะกลับมาอย่าง อินเดียนา โจนส์ ซึ่งแม้จะมีแค่ไตรภาค แต่ประสบความสำเร็จในค่าเฉลี่ยกว่ามาก

เจมส์บอนด์ 007 ทำออกมา 21 ตอน (รวม Casino Royale ด้วย) ผมได้ดูราวๆ 14-15 ตอน และชอบตอนที่ชื่อว่า From Russia with Love ขณะเดียวกันก็ชอบความเป็นบอดน์ที่อยู่ในร่างของ ฌอน คอนเนอรี มากที่สุด

ถามว่าทำไมถึงมีความคิดว่า บอนด์ 007 คงจะดิ้นรนเฮือกสุดท้ายกับภาคนี้

ในระยะหลังๆนั้น เจมส์ บอนด์ ที่ออกฉายทั่วโลก ได้รับความนิยมลดลง (จากรายได้) ส่วนหนึ่งเพราะว่า วิธีคิดในการนำเสนอของหนังสายลับจากอังกฤษเรื่องนี้ มีวิธีการนำเสนอที่สู้ฮีโร่ยุคใหม่ไม่ได้แล้ว สิ่งที่เป็นจุดเปราะมากที่สุดของ บอนด์ ไม่ใช่เรื่องของการเสพติดเซ็กส์หรือชอบเทคโนโลยี หากแต่อยู่ที่การใช้ขนบเดิมๆ ในการเล่าเรื่อง เนื้อหาของ บอนด์ นั้น มักทำออกมาซ้ำๆ ทั้งการเดินเรื่องและสีสันที่เกิดจากเพศตรงข้าม สิ่งที่คนดูจะลุ้นอย่างเดียวก็คือ นางเอกหรือสาวคนใหม่ที่จะมาขึ้นเตียงเล่นซ่อนแอบกับ บอนด์ นั้น จะเป็นใคร และเล่นได้ดีแค่ไหน (ฮัลลี แบร์รี โดนด่าแทบเสียคน)

สถานะของบอนด์ ยิ่งถูกลดความหมายลงไปอีก เมื่อเขาไม่ใช่ฮีโรแฟนตาซีที่จะมีศักยภาพในทางอาวุธและแสงสี แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะว่า ทอม ครูซ ก็สามารถพาทั้ง Top Gun เมื่อปี 1986 และหนังชุด Mission Impossible มาได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด

ผมได้ข่าวที่ไม่อยากยืนยันอย่างหนึ่งว่าก่อนหน้านี้ 3-4 ปี ทางรถบีเอ็มดับเบิลยูมีไอเดียที่ต้องการจะถอนรถแบรนด์เนมตระกูลหรูนี้ออก (และให้ สายลับ กลับไปใช้รถอังกฤษอย่าง แอสตัน มาร์ติน เหมือนเดิม) นั่นก็เพราะว่าภาพลักษณ์หรือ image ของ บอนด์ นั้น ค่อยๆ ไร้ความหมายและคุณค่าในสายตาของบีเอ็มดับเบิลยู

โจทย์และการบ้านทางการตลาดทั้งหมดทั้งมวลนั้นมันจึงมาตกใส่ภาระอันหนักอึ้งของ Casino Royale ด้วยการถูกจับจ้องว่า แดเนียล เครก และ เอวา กรีน จะพาหนังตอนนี้ไปถึงพื้นที่ใดได้บ้าง

ทั้งบอนด์ และ เวสเปรอ์ ลินด์ คงปวดหัวไม่น้อยแน่นอน เพราะไหนจะต้องเดาใจกันและกันแล้วยังจะต้องเล่นเกมพนันในกาสิโนอีก แฟนบอนด์007 คนไหน อยากพิสูจน์ข้อดีหรือข้อแย่ของหนัง วันนี้สามารถไปดูได้แล้ว

และคุณจะรู้เองว่าบอนด์ ควรจะถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ของเก่า ได้หรือยัง?

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ