‘แสบสนิทฯ’ ว่าที่แชมป์หนังร้อยล้านแห่งปี

Home / ข่าวหนัง / ‘แสบสนิทฯ’ ว่าที่แชมป์หนังร้อยล้านแห่งปี

คำกล่าวที่ว่าไม่น่าจะเกินเลยนัก หากจะยกให้ ‘แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ‘ ขึ้นทำเนียบหนังทำเงินร้อยล้านเรื่องแรกและก็น่าจะเป็นเรื่องเดียวประจำปีนี้…ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะ ‘แสบสนิทฯ ‘ เป็นหนังที่แวดล้อมไปด้วยสังคมอุดมบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยม 

ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้เป็นหนังที่ดูแล้วด้อยค่าอ่อนสติปัญญาแต่อย่างใด เหมือนกับที่หลายๆ คนแอบปรามาสไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่หนังยังไม่ทันเข้าฉายด้วยซ้ำ หากพิจารณาแค่เพียงผิวเผินว่านี่คืองานของคนทำหนังชุดเดียวกับที่ทำ ‘พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า’ (2548) ซึ่งหลายคนที่ดูแล้วบอกว่า ฮากริบ…

จากเรื่องราวของตำรวจสายสืบ ที่ปลอมตัวเข้าไปในโรงพยาบาลบ้า เพื่อตามหามือระเบิดในเรื่องที่แล้ว มาถึงพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่อยากเป็นนักมวยใน “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” การทำงานร่วมกันของผู้กำกับ ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ และคนเขียนบท พิง ลำพระเพลิง ดูจะผสมกลมกลืนลื่นไหลกว่าเดิม มุกตลกชวนให้ขำอย่างเป็นธรรมชาติเอามากๆ ตลอดจนเนื้อหาที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าเก่าเยอะ ที่สำคัญความเป็นหนังสังคมอุดมบันเทิง ซึ่งหมายถึงบริบทที่อยู่รายรอบ “แสบสนิทฯ” นับตั้งแต่นักแสดงตลกชุดเดิมจาก “พยัคฆ์ร้ายฯ” ทั้ง จาตุรงค์ มกจ๊ก โก๊ะตี๋ อารามบอย ค่อม-จิ้ม ชวนชื่น ที่คราวนี้ไม่ได้มาเพื่อแข่งกันปล่อยมุกจนน่ารำคาญเหมือนเรื่องที่แล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขาทั้ง 4 ต่างผลัดกันรุกและรับมุกอย่างพอเหมาะพอเจาะ สอดรับกันเป็นจังหวะจะโคน ไม่มีมุกแป้ก มุกตื้นๆ หรือมุก_วายๆ ออกมาให้เห็น จะมีก็แต่คำหยาบคาย ที่ทุกตัวละครในหนังล้วนพูดคำ สบถคำ พ่นสัตว์เลื้อยคลานออกมาเพ่นพ่านเต็มจอไปหมด แต่นั่นล่ะครับ คือสิ่งที่ทำให้คนดูหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาแทบทุก 5 นาที แต่กระนั้นคนทำก็ขึ้นข้อความเตือนไว้ก่อนแล้ว และที่น่าชื่นชมก็คือสองนักแสดงนำทั้ง ‘แดน วรเวช ดานุวงศ์ และ ‘จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ที่ไม่ได้ออกมาเก๊กหล่อเก๊กสวยเพียงอย่างเดียว แต่ทั้งคู่รับผิดชอบต่อบทที่ตัวเองได้รับและปล่อยพลังทางการแสดงออกมาอย่างเต็มที่…

ถัดมาคือสถานการณ์มากมายที่ใส่เข้ามาเป็นสีสัน ถือเป็นส่วนสำคัญที่หนังให้น้ำหนักกับมุกตลกส่วนนี้มากกว่าเนื้อเรื่อง ที่มีไว้เพื่อยึดโยงเป็นเค้าโครงบางๆ แต่ก็ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เหล่านั้นนำพาเรื่องราวไปเรื่อยเปื่อยจนไร้ทิศทาง แต่หากพากลับมาสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างน่าประทับใจในตอนท้าย และไม่วายที่จะหยอดมุกโน่นนิดนี่หน่อยให้ได้หัวเราะกันไปตลอด แถมยังมีนักแสดงรับเชิญเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนดูสาวๆ ได้อีกต่างหาก อีกทั้งหนังยังกำหนดคาแรคเตอร์ตัวละครหลักได้ใกล้เคียงชีวิตจริง ที่คนดูทั่วไปสัมผัสและเข้าถึงได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอาชีพพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวของ ‘สนิท แม้ตัวละครที่เหลือ หนังจะไม่ได้ให้ที่มาที่ไปก็ตาม แต่ตัวละครประเภทลอยไปลอยมาเหล่านี้ล่ะครับ ที่ผลัดกันมาสร้างสีสันต่อเติมเสริมมุกอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมทั้ง จาตุรงค์ โก๊ะตี๋ ค่อมและจิ้ม ชวนชื่น ถึงได้ชื่อว่าเป็นตลกอาชีพ และยืนยงในวงการตลกมานานร่วม 10 ปีจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งถือว่าผู้กำกับ ‘ยอร์ช ฤกษ์ชัย นำเอาศักยภาพของนักแสดงตลกมาใช้ในหนังตัวเองอย่างเหมาะเจาะ ลงตัว ได้น้ำหนักพอดิบพอดี ไม่เลอะเทอะเหมือนเรื่องที่แล้ว

เท่านั้นยังไม่พอครับ “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” ก็อุตส่าห์เก็บรายละเอียดในส่วนของรักโรแมนติก ที่พอจะผสมกลมกลืนกับมุกตลกจากยอดฝีมือทั้งสี่ไว้อย่างแนบเนียน จากการจับคู่ของ ‘แดน’ -‘จ๋า’ พร้อมด้วยประโยคสนทนาคมๆให้ได้อมยิ้ม หรือคำรักหวานๆ ชวนพะอืดพะอม ประมาณ ‘นัยน์ตาเธอเหมือนเพชร หรือ ‘ถ้าโลกจะแตก รู้มั้ยว่าฉันจะเลือกอยู่กับใคร ซึ่งผู้กำกับก็มีวิธีให้นักแสดงเอ่ยเอื้อนวาจาออกไป โดยไม่ให้รู้สึกเลี่ยนชวนอาเจียนกับคำเชยๆ เหล่านั้น

ทั้งหมดนี้ล่ะครับ คือสิ่งที่ทำให้ “แสบสนิทฯ” กลายเป็นหนังสังคมอุดมบันเทิง อันหมายถึงรายละเอียดแวดล้อมแทบทุกองค์ประกอบในหนังล้วนเต็มไปด้วยความบันเทิง ทั้งจากการแสดง บทสนทนา เงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่กำหนดให้ตัวละครต้องฝ่าฟันอุปสรรค ที่ผู้ชมจะรู้สึกสนุกสนานไปกับมันเกือบตลอดเวลา…

เป็นหนังที่จุดหมายปลายทางของมันค่อนข้างชัดเจน ลงตัว ไม่ได้เป็นแค่การเรียงร้อยมุกตลกเข้าด้วยกัน เป็นหนังตลกบ้านๆ ที่ดูไม่เชย และเข้าถึงคนทุกชนชั้น ทั้งยังไม่พยายามทำตัวให้ดูเท่ ด้วยการสร้างคาแรคเตอร์ของสังคมเมืองร่วมสมัยเหมือนอย่างที่หนังตลกหลายๆ เรื่องชอบเป็น ที่สำคัญ “แสบสนิทฯ” ในความรู้สึกของผม เป็นหนังที่ดูสนุกเอามากๆ เรื่องหนึ่งในรอบ 3-4 ปีมานี้…และถ้าพิจารณาดูตลอดปี 2549 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ก็ยังไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะให้ความเพลิดเพลินได้เท่านี้

หากความอัดอั้นตันใจจากเรื่องเคร่งเครียดมากมายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี จะถูกขจัดปัดเป่าให้หลงลืมไปได้ในชั่วขณะหนึ่ง โดยมี “แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า” เป็นทางเลือกระบาย ในฐานะหนังที่ดูสนุกที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของอาร์เอส โปรโมชั่น นับจาก “มือปืน/โลก/พระ/จัน” (2544) เป็นต้นมา คงต้องรบกวนถามเฮียฮ้อกับเฮียจั๊วว่า ยังพอจำได้มั้ยครับ เมื่อคราวฉลอง 100 ล้าน “มือปืน/โลก/พระ/จัน” เฮียจัดงานกันที่ไหน?

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ