เบื้องหลังหนังดัง Eragon

Home / ข่าวหนัง / เบื้องหลังหนังดัง Eragon

 จากนวนิยายสู่จอภาพยนตร์ ของ คริสโตเฟอร์ เปาลินี ความเป็นมาของ เปาลินี ก็แฟนตาซีไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผลงานการประพันธ์ของเขาเลย ปัจจุบัน เปาลินี อายุเพียง 22 ปี เขาเติบโตในแถบหุบเขาพาราไดซ์ วัลเล่ย์ รัฐมอนทาน่า สถานที่ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้สภาพแวดล้อมในนวนิยายของเขาออกมาแฟนตาซีสุด ๆ นวนิยายของเขาสะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวที่เติบใหญ่ในหุบเขา Beartooth Mountains ของมอนทาน่า ซึ่งไม่ต่างกับหุบเขาอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ เอรากอน เลย นวนิยายเรื่อง เอรากอน (Eragon) ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ของครอบครัวเขาเอง แล้วปีถัดมา อัลเฟร็ด เอ นอฟ (Alfred A. Knopf) ก็ตีพิมพ์นวนิยายเล่มนี้วางแผงไปทั่วโลก และประสบความสำเร็จมหาศาล

เอรากอน (Eragon) ฉบับปกแข็งออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2003 ก็กลายเป็นหนังสือยอดขายดีเป็นประวัติการณ์ มันติดอันดับขายดีทันทีที่วางแผง และครองอันดับอยู่ใน The New York Times Bestseller List นานถึง 87 สัปดาห์ติดต่อกัน และครองอันดับอยู่ใน
Publishers Weekly Young Adult Fiction Bestseller List นานถึง 21 เดือนติดต่อกันโดยครองแชมป์อันดับหนึ่งอยู่นาน 9 เดือน เอรากอน (Eragon) เป็นตอนแรกของนวนิยายไตรภาค เล่มที่สองชื่อ เอลเดสท์ (Eldest) ซึ่งตีพิมพ์ออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เมื่อเดือนสิงหาคม 2005 และกลายเป็นหนังสือนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
ปีเตอร์ บุชแมน ที่เคยเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Jurassic Park III เป็นผู้ถ่ายทอดนวนิยายเรื่องแรกให้เป็นบทภาพยนตร์ บุชแมนซึ่งเป็นแฟนตัวยงของบทประพันธ์และภาพยนตร์แนวแฟนตาซีกับวิทยาศาสตร์ยังถึงกับ ทึ่ง ในความฉลาดเกินวัยของ เปาลินี ทั้งความเหนือชั้นของการเดินเรื่อง กับการสร้างสรรค์ตัวละคร และความสามารถในการเนรมิตโลกสุดจินตนาการได้อย่างน่ามหัศจรรย์ บุชแมนทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ในการถ่ายทอดความล้ำลึกของเรื่องราวและตัวละครจากนวนิยายของ เปาลินี เพื่อให้แฟน ๆ ของหนังสือนวนิยายมากมายทั่วโลกประทับใจกับภาพยนตร์เรื่อง เอรากอน กำเนิดนักรบมังกรกู้แผ่นดิน

ศูนย์กลางของนวนิยายและภาพยนตร์เน้นอยู่ที่ ความผูกพันของ เอรากอน (Eragon) กับ ซาเฟียรา (Saphira) แนวคิดสุดวิเศษของ คริสโตเฟอร์ อยู่ตรงที่ ชายหนุ่ม ค่อย ๆ ผูกพันกับ มังกร มากขึ้นทุกที ความผูกพันนี้เองที่เป็นหลักใหญ่ใจความของนวนิยาย และเราก็พยายามถ่ายทอดมันออกมาให้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้เด่นชัดที่สุด บุชแมนเล่า

สตีเฟ่น แฟงไมเออร์ สนใจบทภาพยนตร์ของ บุชแมน มาก ตอนอ่านนี่ ผมสนุกกับมันมาก ผู้กำกับภาพยนตร์เล่า หนังสือนี่แฟนตาซีสุด ๆ ไง ผู้คนก็เลยคาดหวังว่า ผมคงจะถมภาพเอ็ฟเฟ็คเข้าไปแยะมาก ๆ ไง แต่ผมกลับคิดว่านวนิยายเรื่องนี้โดดเด่นด้านการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกเสียมากกว่า

เอ็ด สเพลเลียร์ ชายหนุ่มวัย 18 ปีหน้าใหม่ของวงการบันเทิงคว้าบทนำแสดงไปครองสำเร็จหลังจากที่ Twentieth Century Fox และคณะผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เลือกเฟ้นชายหนุ่มจากทั่วโลกผ่านกระบวนการคัดสรรที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ Harry Potter และทดสอบหน้ากล้องครั้งแล้วครั้งเล่า รวมทั้งการทดลองแสดงจริงหน้ากล้องอีกหลายสิบครั้ง

และ มังกรซาเฟียร่า เองก็ได้นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ (Academy Award) ราเชล ไว้ซ์ มาพากย์เสียงได้อย่างสมบทบาท ต้องถือว่า ไว้ซ์ ช่วยถ่ายทอดแนวคิดสำคัญของ เปาลินี ในนวนิยายเรื่องนี้ที่เน้น วิธีการสื่อสารกันระหว่าง ซาเฟียร่า กับ เอรากอน ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะ ซาเฟียร่า ไม่พูดเหมือนมังกรที่ผู้ชมคุ้นเคย ดังนั้นริมฝีปากของเธอจึงไม่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์มาสร้างภาพขยับปากแต่อย่างใด หากแต่มังกรเพศเมียสื่อสารกับนักรบด้วยกระแสจิต นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำ การถ่ายทอดอารมณ์ และความผูกพันกันทางจิตวิญญาณของตัวละครทั้งสองให้ชัดเจนขึ้น

ที่มา กระตุกฟิล์ม