หนังไทย 49 ทัวร์เมืองนอกคึกคัก แอนิเมชั่น ‘ก้านกล้วย’ ครองแชมป์

Home / ข่าวหนัง / หนังไทย 49 ทัวร์เมืองนอกคึกคัก แอนิเมชั่น ‘ก้านกล้วย’ ครองแชมป์

หนังไทยปี 2549 นั้น มีจำนวนหนังเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่าน ๆ มา รวมทั้งหมดแล้วก็ 44 เรื่อง จากหลากหลายผู้สร้าง มีทั้งผู้สร้างยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก รวมถึงผู้สร้างหน้าใหม่ บางรายก็ทำหนังดีมีกำไร บางรายก็พอถูไถไม่ขาดทุน แต่บางรายนี่สิเจ็บตัวน่าดู ทีนี้ลองมาดูทีละค่ายว่าปีนี้หนังที่น่าสนใจเข้าตากรรมการมีเรื่องอะไรบ้าง
 
ค่ายใหญ่เจ้าเดิมที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงอย่าง สหมงคลฟิล์ม ยังคงมีจำนวนหนังที่ส่งเข้าตลาดสูงถึง 18 เรื่อง มีทั้งหนังที่ลงทุนสร้างเอง และหนังที่เป็นแค่ผู้จัดจำหน่าย อย่าง แอนิเมชั่นรักชาติ ก้านกล้วย และ หนังรักสาวประเภทสองที่เคยโด่งดังในอดีต เพลงสุดท้าย ซึ่งหนังที่ทำเงินสูงสุดประจำปีนี้ กลับไม่ใช่หนังที่สหมงคลฟิล์มลงทุนสร้างเอง แต่ตกเป็นของหนังที่รับมาจัดจำหน่ายอย่าง ภาพยนตร์แอ นิเมชั่น ก้านกล้วย โดยฝีมือการสร้างของทีมกันตนา แอนิเมชั่น ภายใต้การกำกับของ คมภิญญ์ เข็มกำเนิด ทำรายได้เก็บเงินไป 103.5 ล้านบาท อันดับ 2 ที่ตามมาติด ๆ ก็ โหน่งเท่ง นักเลงภูเขาทอง ของผู้กำกับ พาณิชย์ สดสี ที่สหมงคลฟิล์ม ร่วมทุนกับ เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เก็บไปได้ 100.5 ล้านบาท ส่วนหนังที่สหมงคลฟิล์ม สร้างเองก็มีที่ทำเงินเกินหลัก 50 ล้านอย่าง หนูหิ่น เดอะมูฟวี่ ทำไป 57.8 ล้านบาท และ โคตรรักเอ็งเลย ทำไป 53.6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่ถูกขายไปต่างประเทศ โดยเฉพาะหนังส่งท้ายปีอย่าง ฅนไฟบิน ก็ถูกบริษัท แมกโนเลียพิคเจอร์ส ซื้อไปฉายที่อเมริกาแล้ว
 
ค่ายหนังเก่าแก่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น มีหนังคุณภาพออกฉายในปีนี้เพียงแค่ 3 เรื่อง แต่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าจะไม่เด่นในเรื่องของรายได้ แต่ก็เป็นหนังที่สร้างจุดต่างในตลาดได้เป็นอย่างดี เริ่มจากหนังต้นปีอย่าง Invisible Waves คำพิพากษาของมหาสมุทร ของผู้กำกับ เป็นเอก รัตนเรือง หนังที่มีการร่วมทุนสร้างถึง 5 ชาติ คือ ไทย เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง เกาหลี และ อิตาลี โดยภาพยนตร์ดังกล่าวได้รับเกียรติเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลในงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2006 และทำเงินในบ้านเราไปแค่ 5 ล้าน แต่ก็โด่งดังได้ฉายไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก อีกเรื่องก็เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ 3 ชาติ ไทย ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น อย่าง ลาง-หลอก-หลอน ทำรายได้แค่ 13 ล้านบาท แต่เข้าฉายหลายประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงยุโรปบางประเทศ ส่วนภาพยนตร์ เปนชู้กับผี ก็เป็นหนังผีที่ถูกกล่าวถึงมากเรื่องหนึ่ง เพราะฝีมือการกำกับที่โดดเด่นของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เก็บเงินเข้ากระเป๋าไปได้ 23 ล้านบาท พร้อมจำหน่ายให้กับหลายประเทศในยุโรปและอเมริกา
 
จีทีเอช ค่ายหนังที่ ยึดแนว ฟีล กู๊ด มูฟวี่ เป็นจุดขาย มีหนังเข้าฉายปีนี้ 6 เรื่องด้วยกัน แต่ละเรื่องทำเงินกันไปเป็นที่น่าพอใจ เก็บกันไปเรื่องละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท มีที่ฟู่ฟ่าหน่อยก็ โกยเถอะโยม ของผู้กำกับ จตุรงค์ พลบูรณ์ และ Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ของ นิธิวัฒน์ ธราธร หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน ทำเงินกันไปเรื่องละ 70 ล้านบาท แถมเรื่องหลังยังส่งพระนาง บอล-วิทวัส สิงห์ลำพอง และ ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ แจ้งเกิดเป็นดาวรุ่งมาแรงประ จำปีนี้ ส่วนเรื่องที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็น หมากเตะรีเทิร์นส ที่โดนสารพันปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านรุมล้อมจนหนังเกือบจะไม่ได้ฉาย ต้องทำการถ่ายใหม่เสียเงินไปอีกหลายล้าน แต่ก็เก็บเอาทุน คืนไปได้แค่ 10 ล้านบาท ขาดทุนกันเห็น ๆ 
 
ปีนี้ชาว อาร์เอส ฟิล์ม คงจะยิ้มออกกันบ้าง ส่งหนังมาฉาย 5 เรื่อง ก็พอจะมีเข้าเป้าเข้าวินอยู่ 3 เรื่อง เริ่มจาก รักจัง หนังที่ดึงเอา ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ มาขายความดังคู่กับ วงโปงลางสะออน ชื่อกะฉ่อน จนหนังฮิตติดลมบนทำรายได้ไป 55 ล้านบาท อีกเรื่องก็เป็นหนังผีที่กระแสดีไม่มีตก ผีคนเป็น ก็เก็บเงินผ่านหลัก 35 ล้านบาทได้สบาย ส่วนเรื่องนี้ไม่พูดถึงเป็นไม่ได้ แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า หนังส่งท้ายปลายปีที่ตอนนี้ทำรายได้ผ่านหลัก 80 ล้านบาทไปแล้ว และคาดว่าจะอยู่ในโปรแกรมฉายไปได้ถึงต้นปีหน้า
 
ค่ายที่ยึดนโยบายขายหนังตลาด อย่าง พระนครฟิลม์ มีหนังเข้าฉาย 4 เรื่อง แต่ละเรื่องเน้นแนวตลกเป็นจุดขาย มีหนังโดดเด่นที่ต้องพูดถึงคือ พระ เด็ก เสือ ไก่วอก กับการกลับมากำกับหนังของ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล มีพระนางสุดฮอตอย่าง ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี และ พอลล่า เทเลอร์ แสดงนำ แต่หนังก็ทำรายได้ไม่เข้าเป้าอย่างที่คาด อีกเรื่องคือหนัง ลูกตลก ตกไม่ไกลต้น ที่ขนเอาบรรดาลูก ๆ ของนัก แสดงตลกมาแสดงนำกันเพียบ ภายใต้การควบคุมงานสร้างของ โน้ต เชิญยิ้ม ที่ดันเอาลูกชาย วรวิทย์ ผ่องอินทรีย์ และผองเพื่อนมาลงมือกำกับเป็นหนแรก ส่วนหนังส่งท้ายปลายปี มากับพระ ก็จะมีกำหนดเข้าฉาย 28 ธ.ค.นี้ คงต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าจะหมู่หรือจ่า เก็บเงินไปได้มากน้อยเพียงไร
 
ค่ายหนังที่ปีก่อนเรียกตัวเองว่า น้องใหม่ อย่าง โมโน ฟิล์ม ก็ทำหนังออกมาฉาย 3 เรื่อง แต่ละเรื่องทำเงินไม่มากนัก แต่ว่าไปสร้างชื่อขายได้ในต่างประเทศอย่าง ไพรรีพินาศ ได้รับการตอบรับที่ดีจากประเทศในแถบเอเชีย จากการไปเปิดตัวในงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เกาหลีใต้ โดยขายให้กับค่ายหนังดังในญี่ปุ่น และเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาก็ได้รับเลือกให้เข้าไปฉายที่เทศกาล Toronto After Dark Film Festival ประเทศแคนาดา
 
สรุปรวมแล้วหนังไทยของเราปีนี้ มีหลายเรื่องที่ต่างประเทศให้ความสนใจถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาพยนตร์ไทยจะได้ไปผงาดในตลาดโลกเหมือนที่ องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ทำได้สำเร็จ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนไทยเราเองก็ต้องช่วยกันสนับสนุนหนังไทยให้ไปรอด อย่ามัวไปสนับสนุนวีซีดีเถื่อนกันอยู่เลยจ้า.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์