สถานการณ์หนังไทยปี 49 (ตอนที่2)

Home / ข่าวหนัง / สถานการณ์หนังไทยปี 49 (ตอนที่2)

 

ค่ายไฟว์สตาร์ – จากที่เคยถูกจัดวางอยู่ในฐานะ เสาหลักของวงการหนังไทย มาตลอดหลายสิบปี ที่ผลิตผลงานสร้างหนังไทยมาตลอดมิได้ขาด หลายค่ายหนังอาจจะเข้าวงการมาแบบมาๆ หายๆ สร้างๆ หยุดๆ แต่มีไฟว์สตาร์เพียงค่ายเดียวที่ปักหลักมั่นคงมาตลอด

แต่ในช่วงเปลี่ยนเจเนอเรชันจาก คุณเจริญ เอี่ยมพึ่งพร ที่ ส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นหลานอย่าง คุณอภิรดี เอี่ยมพึ่งพร ถือว่าไฟว์สตาร์อยู่ในช่วง ลดระดับเพื่อปรับเพดานบิน

ในอดีต ไฟว์สตาร์ คือ ค่ายหนังขวัญใจคนดูหนังไทย ที่ชื่อ ไฟว์สตาร์ กับ โลโก้ห้าดาว คือเครื่องหมายการันตีคุณภาพหนังไทยที่ดูดี ไม่ชวนยี้

ค่ายไฟว์สตาร์ คือแหล่งรวมผู้กำกับฯ ชั้นดีมากมาย อาทิ คุณาวุฒิ, สักกะ จารุจินดา, เปี๊ยกโปสเตอร์, ยุทธนา มุกดาสนิท, ชนะ คราประยูร, แจ๊สสยาม, บัณฑิต ฤทธิถกล, คมสัน พงษ์สุธรรมฯลฯ มีทั้ง หน้าเก่า และการปั้นผู้กำกับฯ หน้าใหม่ประดับวงการ ซึ่งปัจจุบันสถานภาพเดียวกันตกเป็นของ ค่ายจีทีเอช

มาวันนี้ ไฟว์สตาร์กำลังนำเสนอภาพใหม่ให้กับตัวเอง พิจารณาจากผลงานที่ออกมาในปีสองปีมานี้ สะท้อนให้เห็นว่า ไฟว์สตาร์กำลังมุ่ง โกอินเตอร์ อย่างจริงจัง ความสำเร็จในระดับอินเตอร์จากผลงานกำกับฯ ของ เป็นเอก รัตนเรือง, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงทำให้ไฟว์สตาร์มองเห็น ทางสว่าง ในการรุกตลาดอินเตอร์อย่างจริงจัง

ผลงานในยุค น้องใหม่ไฟแรง อย่าง อภิรดี จึงออกมาในลักษณะที่ ผลิตผลงานออกมาไม่มาก แต่ทุกเรื่องต้องสามารถที่จะขายในตลาดต่างประเทศได้

ใครจะคิดว่า ค่ายหนังอย่างไฟว์สตาร์ที่เคยผลิตหนังออกมามากที่สุดปีละ 10 กว่าเรื่องกระทั่งในช่วงที่วงการหนังไทยตกต่ำ ค่ายนี้ก็ยังมีหนังออกมาเกือบ 10 เรื่อง แต่มาในปีนี้ ไฟว์สตาร์ส่งลงสนามเพียงแค่ 2 เรื่อง (เนี่ยนะ?) คือ Invisible Waves คำพิพากษาของมหาสมุทร ของ เป็นเอก รัตนเรือง กับ เปนชู้กับผี ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

ด้วยหน้าตาของหนังทั้ง 2 เรื่อง อาจมองได้ว่า ไฟว์สตาร์ยุคนี้เน้นออกนอก ไม่สนคนไทย เพราะผลงานของ เป็นเอก นั้นถูกมองว่าเป็น หนังไทยปีนกะไดดู (ตีคู่กันมากับเจ้ย-อภิชาติพงศ์ โดยมีวิศิษฏ์ตามมาไม่ห่างนัก) และผลงานเรื่องล่าสุดของเขาก็ยังอยู่ในข่ายนั้น

ขณะที่ วิศิษฏ์ ที่เจอข้อหาเดียวกันจาก หมานคร มาปีนี้ เขามี เปนชู้กับผี ที่ปรับระดับให้ออกมาเป็นหนังที่ดูง่ายขึ้น

ถ้าหากว่าจะมองสรุปว่า ไฟว์สตาร์ทำหนังแบบไม่แคร์คนไทย ห่วงแต่คนดูอินเตอร์ ก็ดูจะไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะในความเป็นจริง ไฟว์สตาร์ก็พยายามที่จะผลิตผลงานที่ถูกคอคนไทยด้วยเช่นกัน อย่างหนัง คนเล่นของ , ลองของ ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะมีเรื่องที่ 3 ตามออกมาอีก

ในทางที่ถูกจึงน่าจะเป็นว่า แนวทางการทำงานของไฟว์สตาร์ในยุคนี้ก็คือ พยายามที่จะทำหนังไทยที่ขายได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพียงแต่ว่าเท่าที่ผ่านมา เสียงตอบรับในบ้านเราไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ไปได้สวยกว่าในตลาดอินเตอร์

ทั้งนี้ ไฟว์สตาร์อาจจะ ยกเว้นไว้ให้คน สำหรับ เป็นเอก ที่เหมาะจะเอาไว้ ขายเมืองนอก เป็นหลัก เว้นแต่ว่าเขาจะนึกมีอารมณ์หันมาสร้างหนังดูง่ายอย่าง มนต์รักทรานซิสเตอร์ อีกสักครั้ง

ด้วยนโยบายเช่นนี้ อาจทำให้ภาพลักษณ์ของไฟว์สตาร์ออกมาเป็น ค่ายหนังที่มีผลงานดูดีมีสกุลไฮโซ แต่ที่น่าห่วงใยก็คือ ไฟว์สตาร์อาจจะสูญเสียแฟนหนังรุ่นเก่าที่เคยเป็นขาประจำ ที่เคยผูกพันกับผลงานของค่ายไฟว์สตาร์

ขณะที่คนหนังรุ่นใหม่ก็อาจจะพานมองว่า ไฟว์สตาร์ คือ ค่ายหนัง (ที่พยายามทำตัว)ไฮโซ ทำแต่ หนังออกนอก แล้วก็พากันหันไปหาค่ายอื่นที่ทำหนัง บันเทิงใจ คนไทยมากกว่าอย่าง ค่ายจีทีเอช, ค่ายสหมงคลฟิล์ม, ค่ายอาร์เอส ที่มีผลงานให้เลือกหลากหลายมากกว่า

แต่สำหรับกรณีนี้ แฟนประจำค่ายไฟว์สตาร์ไม่ต้องตกใจ ด้วยว่าในปีหน้านี้ ค่ายนี้ได้เตรียมสร้างหนังออกมาหลายเรื่อง และน่าจะเป็นหนังที่ดูกันได้ดีทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง
จะได้นำมาพูดถึงในโอกาสต่อไป

 

 

ค่ายอาร์เอส – เคยถูกมองว่าเป็นค่ายหนังที่น่าจะเติบโตและก้าวไกล ขึ้นมาเทียบรัศมี ค่ายไฟว์สตาร์ กับ ค่ายสหมงคลฟิล์ม ได้ทีเดียว กับการเปิดตัว ราเชนทร์ลิ้มตระกูล ในฐานะผู้ดูงานผลิตภาพยนตร์ แต่หลังจากที่สูญเสียราเชนทร์ ให้กับค่ายสหมงคลฟิล์ม ดูเหมือนว่า งานหนังของค่ายอาร์เอสก็ดูลดพลังลง

จากที่เคยเปิดตัวอย่างคึกคัก มีโปรเจกต์หลายเรื่อง แต่หลังจากที่ผลงานหลายเรื่องไม่เข้าเป้า ซ้ำศิษย์เก่ายังตีจาก ค่ายอาร์เอสยุคใหม่จึงต้องปรับแผนใหม่เป็นการด่วน ด้วยมาตรการ 2 ขั้นตอนคือ หนึ่ง ทะยอยนำหนังค้างสต็อกออกฉาย คือ ผีเสื้อสมุทร,ไทยถีบ สอง สร้างหนังใหม่ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องขายชัวร์ อย่าง รักจัง, ผีคนเป็น, แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

พิจารณาจากผลงานหนังใหม่ 3 เรื่องดังกล่าว ถือว่า อาร์เอส จับทางได้ถูกแล้ว สำหรับการสร้างหนังแบบ ชัวร์ไว้ก่อน ซึ่งสรุปได้ด้วยหนัง 2 แนวคือหนังผี กับ หนังตลก แนวหนังที่ขายได้ตลอดกาลสำหรับวงการหนังไทย ทั้งนี้ผ่านการพิสูจน์โดย อย. เอ๊ย…จากค่ายหนังทุกค่ายของเมืองไทยมาแล้ว

เพราะขณะที่หนังเก่าค้างปีอย่าง ผีเสื้อสมุทร แทบจะมุดลงทะเล ไทยถีบ ก็ถูกถีบจนหงายเก๋ง ผลงานใหม่ทั้ง 3 เรื่อง รักจัง, ผีคนเป็น และ แสบสนิทฯ ต่างก็ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ถือว่าประสบความสำเร็จตามแผน

ฉะนั้น จงอย่าแปลกใจถ้าหากว่า หนังใหม่ค่ายอาร์เอสในปีหน้า จะออกมาแบบ เน้นฮาขี้แตกขี้แตน หรือผีหลอกวิญญาณหลอน เพราะในเมื่อคนดูชอบ อาร์เอสก็พร้อมจะ จัดให้ !

สำหรับไอเดียในการสร้างผลงานที่แปลกใหม่ ท้าทาย แต่ เสี่ยงตายในเรื่องรายได้เห็นทีจะต้องชะลอไว้ก่อน ถือว่าช่วงนี้เป็น ช่วงเอาตังค์มากกว่าหวังกล่อง (แต่ถ้าได้ด้วยก็ดี)ประมาณนั้น!

ค่ายพระนครฟิล์ม – มีผลงานที่ประกาศตัวเองแจ่มชัดในการเป็น ค่ายหนังเอาใจชาวบ้าน โดยตรง ค่ายพระนครฟิล์มยังคงเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป ความสำเร็จในปีก่อนจาก หลวงพี่เท่ง ทำให้ค่ายนี้ถูกมองอย่าง เห็นคุณค่าและฝีมือ มากขึ้น ทำให้มีกำลังใจระดมผลงานออกมาอีกหลายเรื่องในปีนี้

แต่น่าเสียดายที่ผลงานส่วนใหญ่ในปีนี้ กลับมีคุณภาพ ไม่ถึง เท่าที่ควร น้ำพริกลงเรือ ที่หวังทำเป็นหนังเอาใจเกย์ กะเทย ก็ดูท่าจะเป็น หนังกะเทยเมิน เสียมากกว่า, พระ-เด็ก-เสือ-ไก่-วอก หนังหวังขายพลังดาราของ เจษฎาภรณ์ผลดี กับ พอลล่า เทเลอร์ และฝีมือของ บัณฑิต ฤทธิถกล หนังทำออกมาได้ดีพอควร แต่ในแง่ความสนุกถือว่ายังไม่ถึงเต็มที่ รวมทั้ง ลูกตลกตกไม่ไกลต้น ก็ตลกน้อยกว่าที่ควรจะทำได้

แต่ถึงอย่างไร ค่ายพระนครฟิล์มก็ยังเป็นค่ายหนังที่ไม่อาจมองข้าม แม้ว่าโดยรวมผลงานจะออกมาแบบ สนุกแบบบ้านๆ แต่ก็มีสิทธิ์สร้างเซอร์ไพรส์แบบที่เกิดกับ หลวงพี่เท่ง เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งคงลุ้นกันต่อไปในปีหน้า

 

 

ค่ายโมโนฟิล์ม – จากผลงาน เดอะ กิ๊ก , ไพรรีพินาศ , และ สุดสาคร พอจะเห็นได้ว่า ค่ายโมโนฟิล์มก็เป็นอีกค่ายหนังที่มีเดินในแนวเดียวกับค่ายพระนครฟิล์ม นั่นคือการทำหนังไทยเอาใจชาวบ้าน แต่ที่แตกต่างกว่าหน่อยหนึ่งก็คือ ค่ายนี้มุ่งหวังในการโกอินเตอร์ด้วยเช่นกัน

เพราะขณะที่ เดอะ กิ๊ก เป็นหนังวัยรุ่นดูสนุกทั่วไป ผลงานอย่าง ไพรรีพินาศ กับสุดสาคร ก็คือหนังแนวแฟนตาซีที่เป็นที่ต้องการของตลาดหนังต่างประเทศ และนี่จึงเป็นเหมือนการประกาศตัวในฐานะค่ายหนังที่เลือกจะ ลองเล่น กับ หนังเทคนิค อย่างจริงจัง และผลงานอย่าง ไพรรีพินาศ ก็ทำออกมาได้เข้าท่าทีเดียว ซึ่งผมถือว่าดีในแง่ที่หนังไทยจะได้มีความหลากหลาย

และในปีหน้า ค่ายโมโนฟิล์มก็เตรียมผลงานหลากหลายแนวออกมาให้ได้ชมกัน ซึ่งน่าจับตาทีเดียว

ณ ตอนนี้ ถ้าเปรียบเป็นคน ขณะนี้วงการหนังไทยเราก็มี ชายหนุ่มที่จิตใจดี มองโลกในแง่ดีอย่าง ค่ายจีทีเอช, เรามี…ชายไทยหลากอารมณ์ ทั้ง รัก โศก ตลก บู๊ ตื่นเต้น เซ็กซ์ ความรุนแรง เสียวสยอง อย่าง ค่ายสหมงคลฟิล์ม, เรามี…หญิงสาวหัวก้าวหน้าที่มุ่งโกอินเตอร์ อย่าง ค่ายไฟว์สตาร์

เรามี…ชายไทยรักสนุกอย่าง ค่ายอาร์เอส เรามี…ชายไทยนิสัยบ้านๆ ที่คบง่ายมองออกง่ายอย่าง ค่ายพระนครฟิล์ม เรามี…ชายไทยที่รักสนุก รักการผจญภัยอย่าง ค่ายโมโนฟิล์ม

นอกจากนั้นเรายังมีชายไทยที่รักเด็กอย่าง ค่ายกันตนา ที่ทำหนังแอนิเมชันเรื่อง ก้านกล้วย ออกมา และยังจะมีต่อไปอีก และเราก็ยังมี ขาจร อีก 2-3 ค่าย

เหล่านี้ผมว่าเป็นสีสันที่ทำให้หนังไทยในปี 49 ไม่จืดชืดจนเกินไปนัก ถึงแม้ว่าในปีนี้จะไม่มีหนังเรื่องไหนที่ทำรายได้ถึง 100 ล้านบาทเลย แต่ก็มีหลายเรื่องที่ ทำได้ใกล้เคียงแต่ความหลากหลายที่เกิดขึ้น ทำให้ผมคาดหวังได้ว่า ปีหน้าน่าจะ เล่นกันสนุก มากกว่านี้

ที่มา สยามรัฐ

สถานการณ์หนังไทยปี 49 (ตอนที่1)